|
|
|
ร้าน ภัตตาคารมังกรทอง(สถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์)
|
|
กรุงเทพธุรกิจ
( @ TASTE) ฉบับที่ 103 (วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม 2546)
|
|
|
|
เมื่อสมัยผมยังเด็กๆ ซอยสุขุมวิท 26
นั้นเป็นซอยที่ยาวพอสมควรและเป็นทางเชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิท
และถนนพระราม 4 ซึ่งเมื่อ 40-50
ปีที่แล้วก็จะมีบ้านของเพื่อนๆและคนรู้จักของหมึกแดงอยู่เยอะ
บางส่วนของซอยนั้นก็ยังเป็นป่าเป็นสวนเป็นไร่มีหญ้าคาเต็มไปหมดและตรงหน้าปากซอยเลยไปนิดนึงก็จะมีร้านอาหารร้านหนึ่งก่อนที่เราจะถึงเอ็มโพเรี่ยม
ก็คือร้านอาหารมังกรทอง
ซึ่งเป็นร้านอาหารจีนซึ่งเมื่อสมัยเด็กๆผู้ใหญ่ได้พาผมไปกินอยู่เสมอเลยแล้วเป็นร้านอาหารที่อร่อยมาก
มีชื่อเสียงมากและแพงมากในสมัยนั้น
ปรากฏว่าผมกลับมาอยู่เมืองไทยได้ 10
ปีก็หาอยู่เหมือนกันว่าร้านมังกรทองหายไปไหนเพราะว่าร้านเค้าไม่อยู่ติดกับถนนสุขุมวิทแล้วผมก็เลยพึ่งไปทราบมาจากน้องๆที่ไปกินอาหารที่ร้านมังกรทองมาว่า
เค้าย้ายไปแล้ว ซึ่งทาง เอส แอนด์ พี
ได้ซื้อร้านอาหารนี้รวมทั้งชื่อด้วย
แล้วก็ไปตั้งร้านอาหารมังกรทองเป็นภัตตาคารมังกรทองอยู่เกือบปลายซอยสุขุมวิท
26
ไปอยู่ในละแวกที่เค้ามีสนามไดร์ฟกอล์ฟแล้วก็มีศูนย์ออกกำลังกายมีสนามเทนนิสที่นั่น
ซึ่งเป็นที่ที่เหมาะสมมากที่จะตั้งร้านอาหารจีนไว้ตรงนั้น
เพราะว่าเวลาเราไปออกกำลังกายเสร็จ
หลังจากนั้นเรื่องกินกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันทีเพราะเมื่อออกกำลังกายแล้วเราได้เผาผลาญแคลลอรี่ไปเยอะมากเราก็ต้องไปหาอะไรอร่อยๆกินทดแทน
ซึ่งน้องคนที่ไปชิมก็บอกว่า ไปชิมมามีอะไรอร่อยหลายอย่างพอสมควร
ผมก็เลยชวนญาติๆและพี่น้องเพื่อนๆไปกินบ้าง พอเข้าไปต้องบอกว่า
เป็นร้านที่สะอาดมากเลยและบรรยากาศก็ไม่เหมือนร้านอาหารจีน
ไปๆมาๆผมก็ไม่แน่ใจและถามว่าแน่ใจเหรอว่านี่เป็นร้านมังกรทอง
เค้าก็บอกว่าใช่ค่ะ
ก็เห็นกล่องใส่ขนมไหว้พระจันทร์อยู่ในตู้โชว์ที่เมื่อสมัยก่อนมังกรทองเค้าก็ทำขนมไหว้พระจันทร์เป็นกล่องแบบหลายๆรุ่นโชว์ไว้
ทั้งของโบราณของใหม่ ของที่กำลังจะทำก็มี สวยงามมากเลย
เหมือนกับเราได้ย้อนประวัติศาสตร์ไปเมื่อสมัยผมยังเด็กๆ
ก็ดีเหมือนกันนะครับ
แต่ว่าการตบแต่งของร้านมังกรทองใหม่นี้ไม่เหมือนร้านอาหารจีนเลย
เรียบง่ายและสะอาดตา |
|
|
|
อาหารที่ผมไปกินวันนั้นผมสั่งมาเยอะเลยเพราะว่าไปกันหลายคน
ผมไปกันตอนกลางวันก็เลยสั่งติ่มซำมากิน
และก็สั่งเป็ดย่างที่มีชื่อของเค้ามากินซึ่งนุ่มหอมและน้ำซอสที่ราดมาก็ไม่หวานจนเกินไปใช้ได้เลย
แต่สำหรับผมน้ำซอสข้นไปหน่อย แต่รสชาติดีใช้ตะเกียบคีบเนื้อกินแล้วโซ้ยข้าวตามอร่อยมากเลยครับ
หลังจากนั้นก็มีพวกติ่มซำต่างๆ มีฮะเก๋า มีขนมกุ้ยฉ่ายที่ปั้นมาเป็นก้อนเล็กๆ
ผมนั้นชอบขนมกุ้ยฉ่ายเป็นอย่างมากและเค้าก็ทำได้ดี
แต่ว่าผมเป็นคนที่ตะกละมากผมเลยอยากได้ขนมกุ้ยฉ่ายลูกใหญ่เท่าซาลาเปามากกว่าจะได้กินไส้ได้เยอะๆและกินได้หลายๆคำ
ซึ่งของเค้าก็อร่อยดีแต่อยากบอกเค้าว่าตัวไส้ไม่ต้องเอาไปผัดก่อนหรอก
แค่ปรุงรสให้ดีแล้วยัดเข้าไปเลยแล้วเอาไปนึ่งแค่นั้นมันก็จะออกมาได้กลิ่นหอมมากกว่านี้
กลิ่นหอมมากกว่านี้อีก
ส่วนแฮกึ๋นของเค้าต้องบอกว่าอร่อยมากและเค้าให้มาพอดีคนเลย
ผมรีบบอกว่ามันทำจากกุ้งนะใครกินไม่ได้ไม่ต้องกินนะผมจะได้กินแทนไงครับแต่ปรากฏว่าเค้ากินกันหมดทุกคนเลย
แล้วน้ำจิ้มของเค้าก็เป็นน้ำจิ้มบ๊วยธรรมดาแต่ตัวแฮกึ๋นยังร้อนนุ่มกุ้งข้างในก็ยังสดอยู่นะครับอร่อยมากๆ
มีซาลาเปาหมูแดง เค้าทำได้ดีทีเดียว
ที่ชอบมากก็คือไส้หมูแดงซึ่งไม่หวานจนเกินไป
จากนั้นก็มีขนมจีบซึ่งป้าผมที่ไปด้วยก็ชอบรับประทานมากแต่ท่านรับประทานช้าเค้าเอามาให้
2 เข่งผมกินทีเดียว 1 เข่งป้าผมพึ่งกินได้ชิ้นเดียวเอง
เหลือบไปดูในเมนูมีเต้าหู้ทรงเครื่อง
ซึ่งผมเป็นคนที่ชอบกินเต้าหู้มากเต้าหู้อะไรก็ชอบไปหมด
แต่เต้าหู้ทรงเครื่องที่นี่เค้าใช้เต้าหู้ไข่มาทอดให้ข้างนอกกรอบแล้วค่อยเอาไปทำทรงเครื่อง
ซึ่งก็มีหมูสับ แล้วก็ใส่เต้าเจี้ยวใส่อะไรต่างๆลงไปในนั้น
รสชาติดีเข้มข้น ไม่เค็มจนเกินไปกินเปล่าๆได้ผมก็กินเอาๆแหละครับ
มีปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทยดำ ซึ่งผมว่ามันแห้งไปสำหรับผม
เค้าน่าจะแยกผัดปูกับน้ำซอสแล้วค่อยเอามาราดมันจะได้ความชุ่มของเนื้อปูอยู่เพราะว่าถ้าเนื้อปูยังชุ่มก็จะมีความหวานของเนื้อปูอยู่ด้วย |
|
|
|
มีปลากระพงกระทะร้อนผัดกับเต้าซี่ซึ่งต้องสั่งข้าวมากินด้วยแต่ผมไม่ได้สั่งข้าวมากินซึ่งก็อร่อยดีและทำได้ดี
แต่ที่ผมชอบมากๆคือข้าวอบหนำเลี๊ยบซึ่งเค้าใส่ถ้วยมาเป็นถ้วยเล็กๆ
ที่นี่เค้าผัดใส่หนำเลี๊ยบมาได้พอดี มีความหอมของกระเทียม
กินกับพริกมะนาวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่มะม่วงหิมพานหน่อย
และต้องไม่ราดให้มากจนเกินไปให้มีข้าวมากกว่าหนำเลี๊ยบ
อร่อยมากครับ อาหารจานนี้ผมชอบจริงๆเลย
หลังจากนั้นป้าผมชอบกินขาห่านก็เลยสั่งขาห่านอบหม้อดินมากิน
แต่ว่าต้องใส่บะหมี่มาด้วย รสชาตินุ่มนวลอร่อยดี
นอกจากนั้นเพื่อตบท้ายรายการผมก็เลยสั่งราดหน้าเนื้อมากิน
ก็พอใช้ได้ครับ สิ่งที่ผมชอบจริงๆก็คงเป็นหมูเปรี้ยวหวาน
หมูที่เค้าเอามาทำชิ้นหมูแต่ละชิ้นกรอบมากเลยเค้าเอาไปชุบแป้งทอดก่อนแล้วค่อยทำน้ำซอสหวาน
ซึ่งผมก็กินใหญ่เลยกับข้าวอบหนำเลี๊ยบนะครับ
นอกจากนั้นยังมีของหวานหลายอย่างเหมือนกัน มีโอนิแป๊ะก๊วย
มีแป๊ะก๊วยร้อนซึ่งไม่หวานจนเกินไปและตัวแป๊ะก๊วยก็นุ่มไม่แข็ง
กินแป๊ะก๊วยเยอะๆดีสำหรับร่างกายนะครับเพราะว่ามันเป็นยา
และมีบัวลอยน้ำขิงด้วย
กินกันจนอิ่มแล้วก็พึ่งจะรู้ว่าทางเอสแอนด์พีได้ซื้อร้านมังกรทองไว้แล้วก็มาทำต่อ
ผมได้ถึงบางอ้อว่ามิน่าบรรยากาศถึงไม่เหมือนเดิม
แต่อาหารของเค้าก็ยังดีอยู่และถ้าใครไปเล่นกีฬาแถวนั้นก็อย่าลืมแวะไปชิม
ร้านมังกรทองดูนะครับ |
|
ร้านภัตตาคารมังกรทอง
ที่อยู่ 1/2 ซ. อรรถกระวี ถ.สุขุมวิท ซ.26 กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-261-0341, 02-661-2524-5
เวลาทำการ 11.00-15.00, 17.00-22.00 น.ทุกวัน
|
|
อร่อย
|
สะอาด
|
คุณภาพวัตถุดิบ
|
ราคา
|
บริการ
|
|
|
|
|
|
|
|
|