|
|
|
ร้านมารุ
(สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ)
|
|
กรุงเทพธุรกิจ
( @ TASTE) : ฉบับที่ 25 (วันศุกร์
ที่ 21 มิถุนายน 2545)
|
 |
ไม่บ่อยนักที่หมึกแดงจะเขียนถึงเกี่ยวกับร้านอาหารที่ขายอาหารแพง
ๆ เพราะเกรงว่าเพื่อน ๆ ผู้อ่านทั้งหลายจะไม่กล้าไปกิน และหมึกแดงก็กลัวเหลือเกินที่เพื่อน
ๆจะ หาว่าหมึกแดงนั้น เป็นคน หัวสูง แต่ก็ไม่อยากจะพลาดโอกาสดี
ๆ ที่จะเล่าถึงประสบการณ์ที่หมึกแดงได้เจอมากับตัวเองเกี่ยวกับร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่งแถวซอยทองหล่อ
|
|
หมึกแดงเป็นคนที่ชอบกินอาหารญี่ปุ่นมาก
โดยเฉพาะอาหารทะเลสด ๆ จะชอบเป็นพิเศษ
มีอยู่วันหนึ่งหมึกแดงได้รับการเชื้อเชิญจากคุณโท
ซึ่งมาจาก ภูเขาทอง ซอสนะครับ ไม่ใช่วัด เขาเชิญหมึกแดงมาที่
ร้านมารุ ซึ่งเป็นร้านขายอาหารญี่ปุ่น เขาได้เชิญหมึกแดงไปชิมอาหารที่นั่น
ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ซอยทองหล่อ 3 ถ้าเพื่อน ๆ ขึ้นรถไฟฟ้า BTS
แล้วลงที่สถานีทองหล่อ เดินมานิดหน่อย หรือจะนั่งรถมาก็ได้ก็จะถึง
ร้านมารุ อย่างสะดวกมาก
|
|
อาหารญี่ปุ่นของ
ร้านมารุ ต้องบอกว่ามีราคาแพงจริง ๆ แต่ถ้ามาเทียบถึงคุณภาพของอาหารที่ได้มา
หมึกแดงก็คิดว่าสมกับราคานะครับ
ร้านของเขาก็ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก
เดินเข้าไปในร้านแล้วมองไปทางซ้ายมือก็จะเห็นตู้แช่ปลาต่าง ๆ
วางอยู่เต็มไปหมด และมีปลาแช่อยู่มากมายหลากหลายชนิด หลังตู้แช่ก็จะมี
ซูชิ เชฟ ยืนอยู่หลังตู้แช่จะคอยเสนอแนะ และให้คำปรึกษาว่ามาที่ร้านนี้ควรจะกินอะไร
เพราะว่าร้านนี้เมนูของเขาล้วนเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งสิ้น จะเป็นป้ายแขวนไว้กับฝาผนัง
|
|
|
วันนั้นหมึกแดงเริ่มด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย
เป็น สลัดปลาหมึกกับผัก มีปลาหมึกตัวเล็ก ๆ อยู่ 3 ตัว มีผักเย็น
ๆ นิดหน่อยแล้วก็มีน้ำสลัดครีมราดมาพอประมาณ กินเข้าไปแล้วจะรู้สึกลื่น
ๆ เย็น ๆ หวานนิด ๆ เปรี้ยวหน่อย ๆ กินหมดแล้วก็จะรู้สึกว่าลิ้นของเราพร้อมที่จะรับอาหารอื่น
ๆ ที่จะมา ซึ่งเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยได้อย่างดีเลยทีเดียว
|
|
อาหารจานต่อมาก็เป็น
สลัดเต้าหู้ ไม่ทราบเหมืนกันว่าเต้าหู้นี้มาจากเมืองไทยหรือเปล่า
? เต้าหู้จะมีความเย็น เขาใส่ซอสเปรี้ยว ๆ มานิดหน่อย แล้วมีวาซาบิอยู่ข้างบน
เต้าหู้เขาให้มา 2 ก้อนเท่านั้นเอง มีความเย็น และมีความลื่นด้วย
ยังกับเต้าหู้ไข่แต่ไม่ใช่ เป็นเต้าหู้ที่เนื้อเนียนจริง ๆ ครับ
และไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวสักนิดเดียว ขาวบริสุทธิ์ กินแล้วจะลื่นลงไปในคอ
|
|
ก่อนที่จะมี
ซาซิมิ วางมาบนน้ำแข็งทุบ เขานำปลาหลากหลายชนิดมาวางเรียงรายให้กินรวมทั้ง
โทโร่ ด้วย โทโร่ก็หมายถึงส่วนพุงของปลาโอตัวใหญ่ ๆ ที่มีไขมันสูงมาก
ไขมันที่ว่านี้ดีนะครับ เพราะเป็นไขมันที่ประโยชน์ต่อร่างกายมาก
แต่ราคาแพงมาก มีทั้งปลาเนื้อขาว, ปลาเนื้อแดง, พุงของปลาที่มีมันเยอะ
ๆ เขาเสิร์ฟกับซีอิ๊ว หรือน้ำปลาญี่ปุ่น ที่เรียกว่า โชยุ
และมีวาซาบิ ซึ่งเป็นวาซาบิสด ๆ ใส่มาในถาดเล็ก ๆ มีกลิ่นหอมหวนชื่นใจจริง
ๆ ครับ หมึกแดงคีบปลาแต่ละชิ้นด้วยตะเกียบ จุ่มลงไปในซีอิ๊วที่มีวาซาบิแล้วก็เอาใส่ปาก
จะได้รสชาติของความเย็น ความหอมของโชบุ กับวาซาบิ และความหวานของเนื้อปลาที่แสนจะสดดีจริง
ๆ
|
 |
กินปลาจานแรกหมดแล้ว
เขาก็ยังนำปลามาให้กินอีกจานหนึ่ง คราวนี้หั่นมาบาง ๆ เสิร์ฟมากับน้ำส้มสายชูที่ทำจากถั่วเหลืองเปรี้ยว
ๆ ปลาจานนี้ก็อร่อยนะครับ เนื้อปลาไม่มีกลิ่นคาวแม่แต่นิดเดียว
เนื้อปลา และวัตถุดิบของเขานั้นมีคุณภาพดีมาก หลังจากนั้นก็มี
หอยเชลล์ย่างกับพริก มาให้กินอีก เขาทำง่าย ๆ โดยนำหอยไปเผาให้สุก
แล้วราดด้วยซีอิ๊ว จากนั้นก็ใส่พริกวางลงไปบนตัวหอย เสิร์ฟกับเกลือสมุทรโดยนำหอยวางไว้บนเกลือ
เขาทำอาหารจานนี้ได้ดีมากอีกเช่นกัน หอยเชลล์ถึงแม้ตัวจะใหญ่แต่กลับไม่มีความเหนียวเลย
เพราะเขาไม่ได้เผานานจนเกินไป อาหารจานนี้เป็นอาหารที่สด มีความหวานโดยธรรมชาติ
เขาเผามาแบบสุกพอดี ๆ เนื้อหอยยังมีสีชมพู ๆ อยู่เลย อร่อยจริง
ๆ ครับ
|
|
ยังมีปูขนซึ่งเป็นปูของญี่ปุ่น
เขานำมาทำเป็นซาซิมิสด ๆ โดยการนำก้ามมาทำ มันช่างจะหวาน และรสชาติดีซะเหลือเกิน
เป็นกรรเชียงปูที่น่ากินมาก ๆ เสิร์ฟกับน้ำส้มที่ทำจากซีอิ๊ว
เป็นอาหารที่อร่อยมากอีกอย่างหนึ่งของร้านนี้ แต่กินเข้าไปแล้วจะย่อยยากพอสมควร
ส่วนตัวของปูนั้นเขาก็นำไปนึ่งก่อนที่จะนำมาให้เรากิน พร้อมกับกระดองที่เต็มไปด้วยมัน
หมึกแดงก็ใช้ตะเกียบคีบเนื้อปู มาจุ่มเข้าไปในมันที่อยู่ในกระดองของปู
แล้วถึงจะนำไปจุ่มในน้ำจิ้มอีกทีหนึ่ง เป็นอาหารที่เลิศรสมาก
|
|
 |
พอกินหมดแล้วเขาก็นำกระดองปูไปใส่สาเก
แล้วก็นำไปเผาให้สาเกมีความร้อน โดยให้เศษมันปูต่าง ๆ ลอยขึ้นมา
นำมาซดกันคนละคำ สองคำ ช่างเป็นอาหารอันโอชะซะเหลือเกินครับ
สำหรับอาหารจานนี้หลังจากนั้นเขาก็นำของแปลก
ๆ มาให้กินซึ่งมีลักษณะเป็นปุ่ม ๆ ป่ำ ๆ มีลักษณะคล้าย ๆ กับลูก
Cactus มาก เขาก็บอกไม่ใช่ มันคือหอย เขาใช้มีดตัดเอาเนื้อออกมา
เนื้อของหอยที่ว่านี้จะมีสีออกเหลือง ๆ กินเข้าไปแล้วไม่เหมือนกินหอยเลย
เหมือนกับกินปลิงทะเลผสมกับหอยเชลล์ รสชาติก็อร่อยดีเหมือนกัน
|
|
หมึกแดงและเพื่อน
ๆ ที่ไปด้วยกันในวันนั้นกินอาหารจนท้องตึงกันทุกคนแล้ว ก็นึกอยากจะซดน้ำซุปปิดท้ายในมื้อนั้นเพื่อเป็นการสั่งลา
ทางร้านเขาก็ทำ ซุปเนื้อปลา มาให้กิน เป็นซุปที่ทำได้สวยงามมาก
มีเนื้อปลานึ่งลอยอยู่ในน้ำซุปใส ๆ แล้วก็มีน้ำซอสสีแดงติดอยู่กับเนื้อปลา
เป็นน้ำซุปที่มีความเข้มข้นเหลือเกิน
|
|
 |
จบจากการกินอาหารที่แสนจะอร่อยแล้ว
แต่ละคนก็อิ่มจนแทบจะลุกไม่ไหว เพื่อนฝรั่งของหมึกแดงทั้งสองคนที่ไปด้วยกันวันนั้นโดยเฉพาะไอ้
ไมเคิล มันบอกว่าจะไม่กินอาหารอะไรเลยสัก 10 วัน เพราะว่าวันนี้อิ่มมาก
|
|
ถ้าเพื่อน
ๆ เป็นคนที่ชอบกินปลาดิบ หรืออาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่หากินที่ไหนไม่ค่อยจะได้ก็ควรจะมาที่
ร้านมารุ นี้ อาหารของเขาอร่อย และใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงมาก
พนักงานของเขาก็บริการดี และให้ความร่วมมือดีมากกับลูกค้าที่แวะมา
วันหลังหมึกแดงคงจะต้องแอบมากินที่ร้านนี้เพียงคนเดียว ไม่อยากชวนคนอื่นไปด้วยอีกแล้ว
เพราะ กลัวเสียสตางค์เยอะ
|
|
อร่อย
|
สะอาด
|
คุณภาพวัตถุดิบ
|
ราคา
|
บริการ
|
|
|
|
|
|
|
|
ร้าน
มารุ
เจ้าของร้าน : Mr. Okamoto Chinji
95/5-6 ซ.ทองหล่อ 3 สุขุมวิท 55 แขวงคลองตัน 1 เขตวัฒนา
กทม. 10110
Tel. 0-27125001-2
Fax. 0-2712-5003
เวลาทำการ : 17.00 24.00 น. ทุกวัน
|
|
|