ค้นหาแบบฟรีสไตล์

สูตร ร้านอาหาร
   Home
   หมึกแดงแผลงฤทธิ์
   สูตรเด็ดสัปดาห์นี้
   รายการ TV
   เว็บบอร์ดเรื่องครัว
   หมึกแดงชวนชิม
   เคล็ดลับคู่ครัว
   บทความ
   นายตูดหมึก
   ยายเมี้ยน..จิ๊..จ๊ะ
   Secret File
   หนังสือหมึกแดง
   สาส์นจากหมึกแดง
   สินค้าสมาชิก
   ประวัติ
   สมัครสมาชิก
 
 
 

ร้าน Witch’s Oyster Bar & Restaurant (สถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต)

กรุงเทพธุรกิจ ( @ TASTE) : ฉบับที่ 29 (วันศุกร์ ที่ 19 กรกฎาคม 2545)

            เมื่อสมัยที่หมึกแดงกลับมาจากเมืองนอกใหม่ ๆ ก็ผ่านมาประมาณ 9 ปีแล้วนะครับ ช่วงนั้นน่ะ รถไฟฟ้า BTS ยังไม่มีเลย จะเดินทางไปไหนมาไหนต้องใช้รถยนต์เท่านั้น ช่วงนั้นหมึกแดงจะไปกินอาหารแถวซอยร่วมฤดีอยู่เป็นประจำ ถ้าเป็นสมัยนี้ก็สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ได้แล้วนะครับ ไปลงที่สถานีเพลินจิตแล้วเดินเข้าไปในซอยร่วมฤดี สมัยนั้นซอยนี้จะมีร้านอาหารฝรั่งที่ชื่อ ว่า “Witt Oyster Bar & Restaurant” ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า “บาร์ ที่เสิร์ฟหอยนางรมสด ๆ และเป็นร้านอาหารด้วย”

            เจ้าของร้านนี้คนแรกนั้นก็คือ “พี่วิ” ซึ่งเคยเป็นนักเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษครับ เขาเป็นรุ่นพี่ของหมึกแดง ด้วยเราสองคนตอนสมัยเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษนั้น เรียนโรงเรียนเดียวกัน คือ Cheltenham Collage หลังจากพี่วิ เรียนหนังสือจบจากประเทศอังกฤษแล้วกลับมาเมืองไทย มาเปิดกิจการร้านอาหารที่เป็นสไตล์อังกฤษ ถ้าใครเคยไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษแล้วเข้ามาในร้านอาหารของพี่วิ ก็จะรู้สึกว่าเหมือนอยู่ในร้านอาหารประเทศอังกฤษแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

            เขาเปิดกิจการมานานพอสมควรครับ หลังจากนั้นเขาก็ให้คุณวนิช หรือคุณเอ็ดดี้ เข้ามา “เทกโอเวอร์” เป็นเจ้าของร้านนี้แทน เมื่อร้านเปลี่ยนเจ้าของ ชื่อร้านก็เปลี่ยนตามไปด้วย คุณเอ็ดดี้ เขาเปลี่ยนชื่อร้านนี้เป็น “Witch’s Oyster Bar & Restaurant” จุดเด่นของร้านนี้ คือ “อาหารอร่อย” มีการตกแต่งร้านที่สวยงาม และก็ยังคงเป็นสไตล์อังกฤษอยู่ พนักงานของร้านก็มีความรู้เกี่ยวกับอาหารดีมาก และให้การบริการกับลูกค้าได้ดีมากเช่นกัน

            เขามี Chef เป็นชาวสก็อตแลนด์ ซึ่งทำอาหารได้อร่อยมาก อาหารจานแรกที่หมึกแดงสั่งมากินในวันนั้น ก็คือ “หอยนางรม” ที่สั่งตรงมาจากประเทศออสเตรเลียกับฝรั่งเศส และที่ขาดไม่ได้จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีก็มีนะครับ ตัวใหญ่เบ้อเร่อเท่อ และมีความอร่อยมาก หอยนางรมที่มาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น หนึ่งตัวกินได้ 4 คำ มีรสชาติหวานจริง ๆ ครับ สำหรับหมึกแดงก็แค่บีบมะนาวใส่ลงไปก็ได้ความอร่อยที่ถูกใจแล้ว

            นอกจากนั้นหมึกแดงและเพื่อน ๆ ที่มากินด้วยกันยังสั่งหอยนางรมที่มาจากออสเตรเลีย และฝรั่งเศสมากินอีก รสชาติของหอยนางรมของสองประเทศนี้จะมีรสชาติไม่เหมือนกับ หอยนางรมที่มาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีของบ้านเรานะ ตัวหอยนั้นจะเล็กกว่า แต่จะมีความหวาน และความนุ่มนวลมากกว่าหอยนางรมของไทย ซึ่งนำมาจิ้มกับนำจิ้มเปรี้ยว ๆ ที่เขาเสิร์ฟมาให้ แสนจะอร่อยจริง ๆ ครับ

            หลังจากที่กินหอยนางรมหมดแล้ว เพื่อนของหมึกแดงบางคนเขาสั่งซุปมากิน อาหารจานนี้เป็นอาหารของชาวก็อตแลนด์ เขาเรียกซุปนี้ว่า “Scotch Broth” จะมีหน้าตาคล้าย ๆ กับข้าวต้มของบ้านเรานั่นหล่ะ เป็นซุปที่อร่อยมาก มีความเข้มข้นดีเหลือเกินครับ รสชาติไม่เค็มเกินไป ไม่หวานเกินไป กลมกล่อมดีจริง ๆ …

            นอกเหนือจาก “Scotch Broth” แล้ว ที่ร้านนี้ยังมีซุปอีกอย่างหนึ่งที่ชื่อว่า “Stilton Cream Soup” เป็นซุปที่มีความอร่อยมากอีกเช่นกัน ทำมาจากน้ำซุปไก่ แล้วนำมาทำให้มีความข้นด้วยการใส่นม ใส่ครีม และเนยแข็งลงไปในน้ำซุปเพื่อจะให้ซุปที่ว่านี้มีความเข้มข้น ซุปจานนี้หมึกแดงคิดว่าเป็นซุปที่มีความอร่อยเป็นเลิศ ยิ่งถ้าได้กินกับไวน์แดงด้วยแล้วคงจะอร่อยอย่างบอกไม่ถูกเลยจริง ๆ

            หลังจากได้กินอาหารว่างไปพอสมควรแล้ว แต่ละคนที่หมึกแดงนัดมาในวันนั้นก็เริ่มที่จะสั่งอาหารหลักมากิน เริ่มด้วยคุณ “อ้อย” น้องสาวของหมึกแดง เขาสั่ง “Penne Pasta” มากิน ก็เป็นอาหารที่คล้าย ๆ กับเส้นมะกะโรนีนั่นหละ แต่หั่นเฉียง ๆ นำไปผัดกับซอสมะเขือเทศ และมะกอกดำ ก็เป็นอาหารที่ไม่หนักจนเกินไป เป็นอาหารที่ดีอีกจานหนึ่งของเขา

            ส่วนน้องสาวของหมึกแดงอีกคนที่ไปด้วยวันนั้น เขาก็สั่งเกี๊ยวของฝรั่งมากิน ที่มีชื่อว่า “Ravioli of Salmon Seabass” ไส้ของเกี๊ยวข้างในทำมาจากเนื้อปลาแซลม่อน และปลาซีแบสที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับปลากระพงของบ้านเรา เกี๊ยวจานนี้เป็นเกี๊ยวที่อร่อยมากครับ หนึ่งจานจะมีเพียง 4-5 ชิ้นเท่านั้น ถ้ากินคนเดียวคงจะพออยู่หรอก แต่วันนั้นพวกหมึกแดงแย่งตักกันกินเหมือนกับอีแร้งลงนั่นหล่ะ เผลอแป๊บเดียวก็เกลี้ยงจานแล้ว เพราะเกี๊ยวที่เขาทำมานั้นมีรสชาติอร่อยนั่นเอง

            สำหรับหมึกแดงแล้วมานั่งกินในร้านอาหารฝรั่ง ทั้งทีก็คงจะอดใจไม่ได้ที่จะไม่สั่งอะไรที่เกี่ยวกับเนื้อแกะมากิน โดยเฉพาะเนื้อแกะที่มาจากประเทศนิวซีแลนด์ ที่นี่เขาก็มีน่องแกะที่มาจากนิวซีแลนด์ครับ เขานำมาต้ม และตุ๋น เสิร์ฟกับมันบด น่องแกะที่เขาทำมาเป็นน่องแกะที่อร่อยเหลือเกิน รสชาติเข้มข้น และไม่เลี่ยนจนเกินไปนัก เพราะเขามีไวน์แดงให้กิน ซึ่งจะทำให้คล่องดีมาก

            เท่านั้นยังไม่พอ เพื่อนของหมึกแดงอีกคนหนึ่งเขาสั่ง “อกเป็ด” มากิน ที่เขาเรียกว่า “Crispy Glazed Duck Breast” เป็นอกเป็ดที่เขานำไปอบ และมีซอสที่มีความเอร็ดอร่อยมากราดลงไป ข้างล่างก็จะมีกะหล่ำม่วงผัดเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับอกเป็ด เพื่อที่กินแล้วจะได้ตัดความเลี่ยนของอกเป็ดได้เป็นอย่างดี ส่วนรสชาติของอกเป็ดนั้นอร่อยใช่ได้จริง ๆ ครับ มีความนุ่มนวล มีความหวานของเลือดเป็ด เพราะเขาอบมาไม่ให้มันสุกจนเกินไป หมึกแดงคิดว่าอาหารจานนี้ เป็นอาหารอันโอชะมากจานหนึ่งของร้านนี้เลยก็ว่าได้

            ที่ร้าน Witch’s Oyster Bar & Restaurant ยังมีอาหารที่อร่อย ๆ อีกมากมาย แต่เนื่องจากพื้นที่บรรยายของหมึกแดงมีจำกัดจึงไม่สามารถเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ ได้หมด ถ้าเพื่อน ๆ มีโอกาสหรือมีเวลาว่างก็ลองแวะไปกินอาหารที่ร้านนี้ดูก็แล้วกันโดยเฉพาะพวกที่ชอบอาหารฝรั่ง เขามีการบริการลูกค้าที่ดีมาก แต่หมึกแดงขอเตือนไว้ก่อนแล้วกันนะครับว่า ราคาอาหารไม่ได้ถูกเลย !

ร้าน Witch’s Oyster Bar & Restaurant
20/10-11 ร่วมฤดีวิลเลจ ถ.เพลินจิต กทม. 10330
TEL. 0-2251-9455, 0-2252-1820
เวลาทำการ 11.00 – 14.00 น. และ 17.00 – 23.00 น. ทุกวัน

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
 
สูตรเด็ดสัปดาห์นี้ | รายการ TV |เว็บบอร์ดเรื่องครัว | หมึกแดงชวนชิม | เคล็ดลับคู่ครัว
สมัครสมาชิก | นายตูดหมึก | ยายเมี้ยน | Secret Files | สาสน์จากหมึกแดง
แจ้งข่าว | สินค้าสมาชิก | หนังสือหมึกแดง | บทความ | ติดต่อหมึกแดง
Copyright©2000; McDang.com Webmaster ; webmaster@mcdang.com