ค้นหาแบบฟรีสไตล์

สูตร ร้านอาหาร
   Home
   หมึกแดงแผลงฤทธิ์
   สูตรเด็ดสัปดาห์นี้
   รายการ TV
   เว็บบอร์ดเรื่องครัว
   หมึกแดงชวนชิม
   เคล็ดลับคู่ครัว
   บทความ
   นายตูดหมึก
   ยายเมี้ยน..จิ๊..จ๊ะ
   Secret File
   หนังสือหมึกแดง
   สาส์นจากหมึกแดง
   สินค้าสมาชิก
   ประวัติ
   สมัครสมาชิก
 
 
 

ร้าน The Cedar (สถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์)

กรุงเทพธุรกิจ ( @ TASTE) ฉบับที่ 59 (วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546)

           การที่เราสรรหาอะไรกินและเป็นคนที่ชอบกินนั้น ทำให้ต้องแสวงหาอาหารแปลกๆ มาเขียนเกี่ยวกับการกินในกรุงเทพฯ สำหรับเพื่อนๆ ที่อ่านคอลัมน์ของผมในกรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันก่อนนัดน้องและหลานสาวไปกินข้าวกันที่ร้านอาหาร ซึ่งเป็นร้านอาหารตะวันออกกลาง มาจากเลบานอน ก็คงจะรู้จักเลบานอนกันดีนะครับที่อยู่ใกล้ๆ กับอิสราเอล เมื่อสมัยก่อนนี้เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองที่เค้าเรียกว่า ลิเวียร่าหรือคล้ายๆ ทางริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของยุโรปยังไงยังงั้นเลย และเลบานอนเคยมีชื่อเสียงเป็นลิเวียร่าของตะวันออกกลาง อยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเหมือนกัน และมีอาหารการกิน การอยู่และวัฒนธรรมที่สะดวกสบายและเจริญรุ่งเรืองมาก ด้วยเหตุการณ์ทางตะวันออกกลางที่ไม่เอื้ออำนวยให้เมืองนี้เจริญนัก

            แต่ตอนนี้รู้สึกว่าทุกคนก็บอกผมว่าควรจะกลับไปกินอาหารและไปเที่ยวที่เลบานอนเพราะว่ามีอะไรที่ดีๆ อยู่ที่นั่นมากมาย หมึกแดงเองก็อยากไปเหมือนกัน เพราะว่าเมืองนี้มีชื่อเสียงมานานแล้ว แต่เราโชคดีที่ไม่ต้องไปถึงเลบานอนก็ได้ เพราะมีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่งซึ่งเสิร์ฟอาหารตะวันออกกลางอาหารเลบานอนเลย อาหารเลบานอนนั้นถ้าจะพูดกันตรงๆ ก็ถือเป็นอาหารตะวันออกกลางที่คนเลบานอนและคนทางตะวันออกกลางมองว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดและอร่อยที่สุด ในบรรดาอาหารทางตะวันออกกลางทั้งหมด และอาหารของเค้าก็มีรสชาติไม่เลี่ยนอย่างที่เรานึกไว้ และมีชื่อเสียงมานานแล้ว ผมนี่เป็นคนที่เชยมากๆ ที่ต้องให้น้องสาวชวนไปกิน มิฉะนั้นก็คงจะไม่รู้ว่ามีอาหารจากเลบานอนกินในกรุงเทพฯ

            หมึกแดงเองต้องกินหมดทุกอย่าง และอาหารตะวันออกกลางก็ชอบอยู่แล้ว เช่น Hummus ซึ่งเป็นถั่ว chic peas เอามาบดกับกระเทียมใส่ tahini ซึ่งทำมาจากงาบดแล้วใส่กระเทียมเอามาบดเป็น paste คล้ายๆ น้ำพริกของคนทางตะวันออกกลาง กินกับขนมปัง pita อร่อยมาก มันๆ แต่ย่อยง่าย อ้อ…ลืมบอกไปร้านนี้อยู่เลยโรงพยาบาลสมิติเวชมานิดนึ่ง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็กๆ ก็จะถึงร้านนี้ เป็นร้านที่อยู่ชั้นสองของตัวตึก มีที่จอดรถพอสมควร และตกแต่งเหมือนแขกขาวเลยครับ

            บรรยายกาศดีมากเลย เมื่อไปถึงก็ต้องมีการกินเครื่องดื่มเพื่อเรียกน้ำย่อยกันซะก่อน เครื่องดื่มประจำเลบานอนเป็นเครื่องดื่มคล้ายๆ ouzo ซึ่งทำมาจากโป๊ยกั้ก เป็นเหล้าใสๆ อยู่ในขวด ยี่ห้อที่เค้าทำมาชื่อ baalbak และเมื่อใส่น้ำแข็งและผสมน้ำเข้าไปตัวเหล้าก็จะขุ่น มีความหวานนิดๆ กินแล้วสดชื่น และเป็นสิ่งที่ช่วยในการย่อยด้วยซ้ำไป เหล้าผมกินมากไม่ได้ แต่ว่าเมื่อสมัยเด็กๆ ตอนที่ไปตะวันออกกลางก็เคยได้กินของพวกนี้ ทางประเทศกรีก คนชาวกรีก ก็กินกันทุกคน

            หลังจากนั้นเจ้าของร้านพอรู้ว่าหมึกแดงจะมาก็ทำอาหารซึ่งเป็นอาหารของย่างมาให้กินเยอะๆ หลายๆ อย่าง เพราะความจริงแล้วตัวเองชอบกิน และเคยทำด้วยนะครับอาหารทางตะวันออกกลาง อาหารตะวันออกกลางนี่นึกว่าจะเป็นอาหารที่หนักแต่ความจริงแล้วไม่หนักเลย มีอะไรเล็กๆ น้อยๆ คล้ายๆ กับอาหารไทย เพราะว่ามีเครื่องจิ้ม มีผักแนม มีของทอด มีอะไรต่างๆ ซึ่งมันน่ากินไปหมด สิ่งแรกที่สั่งมากิน ก็คือ Hummus ซึ่งได้พูดไปแล้วว่าเป็นถั่วที่เอามาบดกินกับขนมปัง กินไปกินมา มันเรียกน้ำย่อยได้มันมีความหอม ความมัน ไม่ใช่มันแบบเลี่ยนๆ แต่มันแบบถั่วนะครับ และมีความเปรี้ยวอยู่ในนั้นด้วย เพราะฉะนั้นไม่เลี่ยนแน่ๆ

            พอได้ Hummus มาปั๊บ ก็จะได้มะเขือม่วงที่เค้าเอามาทอด หรือมาอบก็ไม่ทราบ แล้วโรยด้วยกระเทียม แล้วก็พาล์สรีย์ ผักชีฝรั่ง ของฝรั่งเค้าจริงๆ ทอดด้วยน้ำมันมะกอก หอม อร่อย รสจัดซะด้วยสิ เหมาะสำหรับคนไทยที่ไม่เคยกินอาหารตะวันออกกลางมาก่อน มีผัดที่เค้าเอาถั่วแขกมาผัดกับมะเขือเทศ ซึ่งทำเป็นคล้ายๆ สตู กินกับขนมปังแล้ว มันจะอร่อยมากๆ เลย สลัดอีกอย่างหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมานานแล้ว เรียกว่า Tabuleh ทำด้วยมะเขือเทศ ผักชีฝรั่ง กระเทียม และน้ำมะนาว น้ำมันมะกอก ทำง่ายๆ และต้องผสมกับข้าวซึ่งเค้าเรียกว่าเป็นข้าวกล้องของแป้งสาลี ซึ่งเอามาหุงกันจนกระทั่งกินได้ เป็นสลัดที่กินแล้วทำให้ปากสดชื่น เอร็ดอร่อยมากเลยครับ มีใบองุ่นสอดไส้ด้วยข้าวนิดหน่อย แล้วก็กินเป็นคำๆ ซึ่งรสชาติไม่เลี่ยน แต่รสจัดดี กินไปกินมา

            เค้าเอาถั่วบดทอดมาให้กิน ซึ่งต้องกินเวลามันร้อนๆ อยู่นะครับ และไม่มีเนื้ออยู่ในนั้นเลย แกะเกอะก็ไม่มี เป็นสิ่งที่ทำด้วยผักทั้งนั้นเลยจึงดีต่อร่างกาย ในการย่อยก็ย่อยง่าย เค้ามีกะหรี่ปั๊บแบบเลบานอนมาให้กิน ซึ่งสอดไส้ด้วยแกะ ถั่ว และผักต่างๆ แถมยังมีเปาะเปี๊ยะห่อไส้แกะ มีอะไรต่ออะไรอีกมากมาย โดยมากแล้วจะทำด้วยถั่วต่างๆ เช่น chic peas เป็นต้น แต่อาหารเมนของเค้านั้น โดยมากจะทำด้วยแกะ จะทำด้วยไก่ และจะทำด้วยปลา เพราะที่เลบานอนมีทั้งแกะ ทั้งไก่ ทั้งปลาแต่หมูนั้นเค้าไม่กินกัน ฉะนั้นใครที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ๆ เช่น แกะ เนื้ออะไรก็ตาม ก็คงต้องเลือกเอาแต่เนื้อไก่ วันนี้ได้ไปกินของที่เราชอบมากๆ ก็คือ ขาแกะทั้งขาซึ่งเค้าเอามาย่างแล้วเสิร์ฟกับข้าวที่เค้าผัดมาใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ด้วย และซอสของเค้าก็เป็นซอสที่ทำด้วยอบเชย คนไทยที่ไม่ชอบซอสอบเชย ก็ไม่ต้องกินมันนะ สั่งเกลือ ชีสที่บดผสมกับกระเทียมบด และบีบมะนาวมานิดหน่อย ใส่เกลือหน่อยแล้วก็กินกับแกะ มันจะลดความเลี่ยนได้ และอร่อยมากเลยครับ

            นอกจากนั้นก็ยังมีไก่ ที่เรียกว่า kabab ซึ่งเป็นไก่ที่เค้าเอาไปหมักแล้วเสียบไม้เอาไปย่างง่ายๆ รสชาตินุ่ม เคี้ยวแล้วยังนุ่มและไม่แห้ง กินกับพวกผักต่างๆ โดยเฉพาะกินกับ Tabuleh ซึ่งเป็นสลัดที่กินกับอะไรก็อร่อยไปหมด ถ้าฝืดคอจนเกินไปก็สั่งโยเกิร์ตที่เค้าทำเองมาดื่มต่อไปด้วย โยเกิร์ตเป็นนมเปรี้ยวที่ช่วยในการย่อยอาหารได้ดีมากเลยนะครับ

            แล้วอย่าลืมล่ะตอนแรกที่เข้าไปเค้ามีเครื่องดื่มพิเศษสำหรับการเริ่มอาหารในมื้อแรก ซึ่งใส่แก้วสวยงามน่ากินมาก มีเหล้านิดหน่อย มันน่ากินจริงๆ เหมือนกับกินน้ำชานั่นแหละ จบอาหาร ของหวานของเค้ามี แต่หมึกแดงกินไม่ค่อยจะได้ เพราะของหวานของทางเลบานอนนั้น เป็นของหวานที่หวานมากๆ เลย เค้าก็เลยเอาน้ำชาที่ทำเป็นน้ำชาน้ำหอม ซึ่งต้องไปลองเอง ใสแจ๋วเลยแต่หอมฟุ้งยังกับกินน้ำหอมยังไงยังงั้น แล้วกินกับขนมที่ทำจากถั่วพีซทาสเซอร์ และน้ำตาล อร่อยมาก เคี้ยวไป กัดไป แล้วก็อ้วนไปทุกครั้งเลย

            ใครที่ไม่เคยกินอาหารจากเลบานอน ก็ควรจะไปลองซะ โดยเฉพาะมีอาหารอีกจานหนึ่งที่หมึกแดงยังไม่มีโอกาสกิน แต่คราวหน้าจะแวะไปกินเพราะว่าชอบกินมาก เรียกว่า couscous ทำจากแป้งสาลีเป็นเม็ดๆ และมีซอสที่เป็นสตูใส่แกะ ใส่อะไรต่างๆ เข้าไปแล้วกินกับข้าวที่ทำจากแป้งสาลี และจะมีซอสที่เสิร์ฟกับมัน ซึ่งเผ็ดพอสมควรเลย เหมือนกับกินแกงเผ็ดของเรา แต่ว่าไม่เลี่ยนเท่าแกงเผ็ดหรือแกงเขียวหวานของเราด้วยซ้ำไป ยังไงก็ตามลองแวะไปชิมดูก็แล้วกันที่ร้านนี้ เราควรจะเปิดโลกทัศน์ของเราในการกินให้กว้างกว่านี้หน่อย และหมึกแดงอยากจะชวนให้ทุกคนไปลองกินเพราะว่าแปลกและอร่อยครับ

ร้าน The Cedar
ที่อยู่ 6/1 ซ.สุขุมวิท 49/9 ถนนสุขุมวิท
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. 0-2391-4482
เวลาทำการ 11.00-14.30 น. , 18.00-24.00 ทุกวัน

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
 
สูตรเด็ดสัปดาห์นี้ | รายการ TV |เว็บบอร์ดเรื่องครัว | หมึกแดงชวนชิม | เคล็ดลับคู่ครัว
สมัครสมาชิก | นายตูดหมึก | ยายเมี้ยน | Secret Files | สาสน์จากหมึกแดง
แจ้งข่าว | สินค้าสมาชิก | หนังสือหมึกแดง | บทความ | ติดต่อหมึกแดง
Copyright©2000; McDang.com Webmaster ; webmaster@mcdang.com