|
|
|
ร้านสงวนศรี
(สถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต)
|
|
กรุงเทพธุรกิจ
( @ TASTE) ฉบับที่ 66
(วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน 2546)
|
 |
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วน้องของหมึกแดงได้ชวนไปกินข้าวแช่
ที่ถนนวิทยุอยู่ใกล้ๆ กับสี่แยกเพลินจิตนั่นแหละครับ ถ้านั่งรถไฟฟ้า
BTS มาก็ลงที่ สถานีเพลินจิต นะครับแล้วนั่งรถต่ออีกนิดเดียวก็ถึง
อยู่ใกล้ๆ กับโรงแรม Plaza Atini ช่วงนี้ก็เข้าหน้าร้อนแล้ว
เป็นช่วงเวลาของการกินข้าวแช่ หมึกแดงเองก็เลือกไว้หลายร้านในใจเหมือนกัน
พอดีน้องหมึกแดงคนนี้เขาทำงานอยู่ใกล้ๆ แถวนั้นพอดี
|
|
ก็เลยนัดไปเจอกันที่ ร้านสงวนศรี
ร้านนี้เป็นร้านที่เก่าแก่มากเลย และคงเป็นที่ทราบกันดีของหลายๆ
คนว่าที่นี่มีอาหารอร่อย เพราะว่าตอนที่มาโต๊ะถูกจองไว้เกือบหมดแล้ว
ทั้งที่ตอนไปถึงยังไม่เที่ยงเลย แต่ก็ยังมีที่นั่งว่างอยู่ดวงดีมากเลยครับ
หมึกแดงนี่รู้สึกเชยมากเลยครับที่ไม่ได้ไปกินอาหารที่ ร้านสงวนศรี
ก่อนหน้านี้ นี่ก็กลับมาอยู่เมืองไทยตั้ง 10 ปีแล้ว ยังไม่เคยไปกินร้านนี้เลย
ก็หมึกแดงไม่รู้เลยว่ามีอาหารอร่อยๆ อยู่ที่นี่
|
|
 |
ข้าวแช่ของเขาถึงจะไม่ใช่ข้าวแช่ชาววังที่หมึกแดงเคยกินที่วังศุโขทัย
แล้วหมึกแดงจะเขียนให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันในอาทิตย์หน้านะครับ
ว่าข้าวแช่ที่วังศุโขทัยที่หมึกแดงเคยกินเป็นอย่างไร แต่ข้าวแช่ที่ร้านนี้ก็อร่อยครับ
กะปิ ที่เขาใช้ก็ดีพอสมควรเลยครับไม่หวานจนเกินไป พริกยัดไส้
ของเขาก็ห่อได้ดี และไส้ข้างในก็มีรส มีชาติและไม่เละ ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่าสูตรการทำเครื่องข้าวแช่นั้นของวังไหนก็วังนั้น
สูตรของใครก็สูตรของเขา
|
 |
ไส้จะเป็นไส้ที่ทำด้วยกุ้งกับหมู
และต้องปรุงรสให้มันจัดหน่อย เพราะว่าบางสูตรเขาจะเอาพริกที่ยัดไส้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ไปนึ่งเสียก่อนที่จะเอามาทอด และพันด้วยไข่ที่ทอดมาเป็นแพแล้วเอามาห่อตัวพริกยัดไส้นั้น
บางที่เขาก็เอาพริกไปทอดเสียก่อน เสร็จแล้วจึงจะเอามาห่อกับไข่ทอดที่ทำเป็นเส้นๆ
หมึกแดงเองนั้นชอบที่เขาเอาไปนึ่งเสียก่อนที่จะนำมาทอด เพราะว่ามันจะได้ไม่เลี่ยนจนเกินไป
|
|
และมาถึงเนื้อหวานสมัยนี้เขาไม่ค่อยทำกันแล้ว
แต่เขาทำหมูหวานเป็นเส้นๆ มาให้กินแทน มีหอมแดงยัดไส้
ไส้ทำด้วยปลาแห้งซึ่งจะมีรสหวานนิดหน่อย โดยมากแล้วจะมีหัวไชโป๊แต่ที่นี่เขาไม่มีเขามีปลากรอบแทน
ราคาก็ย่อมเยาชุดละ 120 บาท และได้อาหารที่อร่อยมาก เสน่ห์ของข้าวแช่อีกอย่างหนึ่งก็คือตัวน้ำของข้าวแช่
ข้าวนี่ต้องขัดเอายางออกให้หมด ส่วนน้ำนั้นจะต้องมีกลิ่นของมะลิกับกลิ่นของเทียน
ที่นี่ไม่ค่อยจะมีกลิ่นของเทียนเท่าไหร่แต่มีกลิ่นหอมของมะลิ
และเขาขัดข้าวได้ดีมาก ไม่ใช่ของหรูหราแต่เขาทำออกมาได้ดีมากๆ
เลยครับ
|
|
|
หลังจากนั้นก็หันไปมองโต๊ะข้างๆ
ที่เขาเพิ่งมานั่งกินกัน เขาก็สั่งโน่นสั่งนี่มากินกัน หมึกแดงก็เลยอยากจะกินบ้าง
เริ่มด้วยกวยจั๊บน้ำข้น ก็ถือว่าเป็นกวยจั๊บน้ำข้นที่อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว
|
|
 |
และมี ปอเปี๊ยะ
ทอดเขาทำเป็นแท่งสำหรับพอคำ ไม่ทราบว่าเพื่อนๆ จำอาหารโบราณเมื่อสมัยก่อนที่พ่อแม่เราเคยทำกินได้ไหม
หรือคล้ายๆ ที่ร้านภรณี จำได้ไหมครับว่ามันมีรสชาติเหมือนกินที่บ้าน
ร้านนี้เป็นอย่างนั้นเลย
|
 |
มี สเต็กเนื้อ ด้วยนะครับ
ที่นี่เขาทำแบบโบราณเลย คือเขาเอาเนื้อมาทุบให้มันนุ่มเสียก่อนจะได้ไม่เหนียวแล้วเอาไปทอด
แล้วทำน้ำซอสเปรี้ยวๆ เค็มๆ หวานนิดๆ จานนี้ก็ใช้ได้ครับ
|
|
มาถึงมักกะโรนีไก่อบ
อร่อยมากเลยครับ และไม่หวานเหมือนมักกะโรนีสมัยนี้ที่เขาทำนะครับ
ของที่นี่เขาจะออกเปรี้ยว ตามด้วยหวานและเค็ม
|
|
|
มียำวุ้นเส้น ซึ่งยำได้อร่อยจริงๆ
เลยครับ เพราะมันเข้าเนื้อเข้าเส้นจริงๆ รสชาติก็แซบแต่ไม่เผ็ดมากจนเกินไป
|
|
|
หมึกแดงทนไม่ได้ที่ต้องสั่งข้าวมากิน
เพราะเห็นมี ไข่พะโล้ หมึกแดงคิดว่าถ้าสั่งไข่พะโล้มาคงจะได้กินไข่พะโล้ที่ตัวไข่ขาวนั้นจะแข็งๆ
ส่วนไข่แดงก็ยังดีอยู่และน้ำก็ต้องไม่หวานจนเกินไป ถ้าอาหารที่ร้านนี้เป็นแบบโบราณจริงๆ
ก็เป็นไปตามที่หมึกแดงนึกไว้จริงๆ ครับ ไข่พะโล้ที่นี่ต้มจนกระทั่งไข่ขาวนั้นดำเลยและ
ไข่แดงก็เป็นสีน้ำตาลเวลากินกับข้าวมันช่างอร่อยเสียเหลือเกิน
ยังมียำถั่วพูกับยำปลากรอบมาให้กินก็อร่อยจริงๆครับ
|
 |
แล้วหันไปมองโต๊ะข้างๆ
ก็เห็น ผัดซีอิ๊ว หมึกแดงเองไม่ได้กินผัดซีอิ๊วมานาน
ก็เลยขอให้เขาทำผัดซีอิ้วมาให้กิน ที่นี่เขาทำได้หอมน่ากินและ
ก็อร่อยด้วยบีบมะนาวลงไปซักนิดนะครับใช้ได้เลย
|
 |
และมาถึงอีกหนึ่งอย่างที่หมึกแดงชอบมากๆ
ก็คือ เนื้อเค็ม เพราะว่าหมึกแดงเป็นคนที่ชอบกินเนื้อมาก
ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ จำได้ไหมว่าเนื้อเค็มเมื่อสมัยก่อนนั้นมันจะต้องติดมันนิด
ๆ แล้วก็หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เล็ก ๆ เวลากินเข้าไปไขมันจะละลายในปากและมีความหอมของการทอด
อร่อยมากๆ ครับ
|
|
มากินอาหารที่นี่เหมือนกับกินอยู่ที่บ้านเพราะว่าเป็นอาหารแบบโบราณ
และบรรยากาศเหมือนครอบครัว ราคาก็เป็นกันเอง วันหลังหมึกแดงจะต้องกลับไปกินอีก
และจะรีบไปเร็วๆ เพราะว่าตอนเที่ยงคนเยอะมากครับ
|
|
|
ร้าน
สงวนศรี
ที่อยู่ :
59/1 ถ.วิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กทม.
เปิด : 10.00
17.00 น. วันจันทร์-วันเสาร์
เว้นวันอาทิตย์เปิด
10.00 14.00 น.
โทร. 0-2252-7637
, 0-2251-9378
|
|
อร่อย
|
สะอาด
|
คุณภาพวัตถุดิบ
|
ราคา
|
บริการ
|
|
|
|
|
|
|
|
|