|
|
|
ร้าน
Giusto (สถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก )
|
|
กรุงเทพธุรกิจ
( @ TASTE) ฉบับที่ 68 (วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน 2546)
|
 |
เมื่อกลางเดือนที่แล้ว
หมึกแดงได้ขับรถผ่านไปแถวซอยประสานมิตรหรือซอยสุขุมวิท 23 ก็เห็นร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่ง
ก่อนที่จะเลี้ยวขวาไปทางนาซีซัส อย่าคิดว่าหมึกแดงไปเที่ยวนาซีซัสนะครับ
หมึกแดงแวะไปกินอาหารที่ร้านนี้ต่างหากครับ ร้านนี้แต่ก่อนชื่อร้านร่องผักหรืออะไรก็ไม่ทราบ
แต่ตอนนี้เขาปรับปรุงใหม่หมด กลายเป็นร้านอาหารอิตาเลียน หน้าร้านดูดีมาก
การตกแต่งทั้งภายนอกภายในก็ดูทันสมัยและเรียบง่ายดี หมึกแดงคิดว่าควรจะหาเวลาแวะไปกินอาหารที่ร้านนี้เสียหน่อย
|
|
และร้านนี้ก็อยู่ไม่ไกลจาก
สถานีรถไฟฟ้าอโศก เท่าไหร่นัก พอลงที่สถานีอโศกแล้วก็เดินย้อนไปทางสถานีพร้อมพงษ์
แล้วก็เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 23 เข้าไปซัก 200 เมตร ก็จะถึงร้านแล้วครับ
ร้านอยู่ทางขวามือนะครับ เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าร้านอาหารอิตาเลียนเริ่มเปิดกันมากขึ้น
และร้านนี้ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่เปิดขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้
เพื่อนๆ ที่ชอบกินอาหารอิตาเลียนควรจะลองแวะไปชิมดูนะครับ
|
|
ร้านนี้มีชื่อว่า Giusto
ครั้งแรกที่หมึกแดงไปกินที่ร้านนี้ ไปกันแค่สองคนเองครับคือตัวหมึกแดงกับเพื่อนรุ่นน้องอีกคนหนึ่ง
ก็เลยไม่ได้สั่งอาหารเยอะนะเพราะว่าไม่มีคนกิน โดยปกติแล้วหมึกแดงจะพาเพื่อนไปกันเยอะๆ
จะได้สั่งอาหารได้เยอะๆ เพราะว่ามีคนช่วยกิน ครั้งแรกที่ไปก็ประทับใจพอสมควรเลย
เพราะว่าอาหารที่ร้านนี้อร่อย แต่วันนั้นหมึกแดงไม่ค่อยหิวเท่าไหร่
ก็เลยสั่งไวน์มาดื่มเรียกน้ำย่อยก่อน ก็ถามเขาว่าควรจะดื่มไวน์อะไร
ปรากฏว่าเขาเลือกไวน์ที่ชื่อว่า Sovrana Barbera Dalba
รสชาติดี ไม่เข้มจนเกินไป ดื่มง่าย อร่อยมากเลยครับไวน์นี้
|
|
|
พอดื่มไวน์ได้สักพักหนึ่งแล้ว
หมึกแดงก็สั่งอาหารเมนมาชิมสองอย่าง มี ปลา Salmon ย่าง
และ เนื้อย่าง ซึ่งเขาทำได้อร่อยทีเดียว เนื้อย่างก็ย่างเสียแดงเชียว
ซึ่งหมึกแดงก็ชอบเนื้อที่มันยังไม่สุกมากแบบที่ยังเป็นเนื้อแดงๆ
อยู่ เพราะว่าจะได้รสชาติความหวานของเนื้อจริงๆ หลังจากนั้นก็ลองชิมปลา
Salmon ย่าง ที่นี่เขาก็ย่างมาอย่างดี แต่รู้สึกว่าจะแห้งไปนิด
วิธีการแต่งจานก็มีผักต่างๆ ที่แต่งได้สวยงาม ดูแล้วน่ากินจริงๆ
เลยครับ
|
 |
หลังจากนั้นหมึกแดงก็สั่งขนมหวานมาอีกสองอย่าง
จริงๆ แล้วหมึกแดงเป็นโรคเบาหวานไม่ควรจะกินของหวานเลยนะครับ
แต่ว่าอดไม่ได้ วันนั้นมี Strawberry Millefeuille คำว่า
Millefeuille แปลว่าใบไม้พันใบ หมายถึง แป้งที่มันบางๆ แล้วก็กรอบๆ
เอามาทำเป็นชั้นๆ ซ้อนกัน แล้วมีครีมและก็สตรอว์เบอร์รี่ กับ
ซอส Raspberry ราดสลับกันมา รสชาติจะเปรี้ยวๆ มันๆ หวานนิดๆ
และก็ได้ความกรอบของแป้งด้วย คุณเอ๊ย
มันช่างอร่อยจริงๆ เลยครับ
|
|
แล้วยังมี Teramisn
ด้วย เขาเสิร์ฟมาในจานทำเป็นเค้ก แล้วราดด้วยครีมซอส พอกินเข้าไปแล้วมันจะละลายในปาก
รสก็ไม่หวานจนเกินไป อร่อยมากเลย ต้องขอชมเชยจากใจจริงเลยครับ
แต่หมึกแดงอยากให้เพิ่มเหล้าอีกนิดนะครับ จะดีมากกว่านี้อีกนะครับ
สำหรับครั้งแรกที่หมึกแดงไปกินที่ร้านนี้ก็ชิมอาหารเพียงเท่านี้เองครับ
|
|
 |
ต่อมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
หมึกแดงก็เลยต้องแวะไปอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะตัดสินใจไม่ได้ว่าอาหารที่ร้านนี้อร่อยถึงระดับไหน
เมื่อไปถึงก็เช่นเคยต้องสั่งไวน์มาดื่มก่อน คราวนี้ไวน์ที่เขาแนะนำเป็นของ
Lambucghini ชื่อว่า Campoleone เหตุที่เขาเลือกไวน์นี้มาให้
ก็เพราะว่าน้องที่ไปด้วยกันชื่อน้องตุ๊ก อยากกินไวน์ที่รสเข้มข้น
ไม่หวานและแห้งหน่อย หลังจากนั้นก็เริ่มสั่งอาหาร
|
 |
อาหารจานแรกที่กินคือ
เห็ด Portobello ย่าง เสิร์ฟกับ สลัด เนยแข็งและพามาซอลชีส
ที่หั่นเป็นแผ่นบางๆ ราดด้วยน้ำสลัดและเขายังหั่นมะม่วงดิบเปรี้ยวๆ
โรยข้างบน จานนี้อร่อยมากเลยครับ เหมือนกินเนื้อเลย เพราะว่าเห็ด
Portobello นั้นดอกมันใหญ่มากและหนาซะด้วยสิ เวลาเอาไปหมักแล้วก็เอาไปย่าง
รสชาติจะเหมือนกับกินเนื้อ แต่ความจริงเป็นเห็ดนะครับ
|
 |
หลังจากนั้นก็มี เส้น
Fettocini ซึ่งเป็นเส้นเล็กที่เขาทำเอง เอามาผัดกับกั้งและซอสครีมที่เป็นครีมมะเขือเทศ
รสชาติดีกลมกล่อมมากและเข้มข้น ต้องกินไวน์เข้าไปเยอะๆ เพราะคอเลสเตอรอลสูงมาก
แล้วหมึกแดงก็กิน Lasagna เป็นมะเขือม่วงอบ ซึ่งที่นี่อบมาได้ดีมากเลยครับ
มีซอสมะเขือเทศไม่เยอะจนเกินไปและมีเนยแข็งที่เรียกว่า ricotta
ยัดไส้เข้าไปในมะเขือเทศด้วย
|
|
เสร็จแล้วก็สั่ง หอยแมลงภู่อบ
ราดซอสเผ็ดๆ ซึ่งเป็นซอสมะเขือเทศ อันนี้ก็อร่อยครับ ถึงจะใช้หอยแมลงภู่ของบ้านเรา
แต่ก็ตัวใหญ่พอสมควร
|
|
|
หลังจากนั้นก็กินข้าวผัด
หรือ Rissotto เป็นข้าวผัดแบบอิตาเลียน คนที่ไม่เคยกินจะบอกว่าทำไมมันเละอย่างนี้
ก็เพราะว่าเขาใช้ข้าวที่เป็นข้าวเม็ดสั้นนะครับ เอาไปผัดกับน้ำซุป
ที่นี่เขาใส่ตับห่านไว้ตรงกลาง แล้วก็ใส่ฟักทองบดลงไปในน้ำซุปด้วย
ทำให้มันเข้มข้นและมีสีสันน่ากินมากๆ หลังจากนั้นก็สั่ง เส้น
Pasta ที่เป็น เส้น Spaghetti กลมๆ เล็กๆ ที่ทำด้วยหมึกของปลาหมึกผัดกับกั้ง
เป็นอาหารอีกจานหนึ่ง ที่น้ำซอสและตัวกั้งอร่อยมาก ก็เลยเป็นอาหารอีกจานหนึ่งที่น่ากินมากเลยครับ
|
|
|
นอกจากนี้หมึกแดงก็สั่งอาหารเมนอีก
3 อย่าง มี แกะย่าง ซึ่งทำได้ดีมากสุกปานกลางกำลังดีและมี
ปลาทูน่าทอด แต่อาหารจานนี้เป็นอาหารที่ชอบน้อยที่สุดเพราะว่ามันจืดเกินไป
และมี กระต่าย ที่ทำเป็นคล้ายๆ สตูว์กระต่ายกินกับพูเลนตา
ซึ่งเป็นขนมปังแผ่นทำด้วยแป้งข้าวโพดเอามาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปปิ้งกินแทนข้าว
กินกับน้ำซอสของกระต่ายที่ทำด้วยมะเขือเทศและผักหลายๆชนิด
|
|
 |
เมื่อกินกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว
หมึกแดงก็สั่งของหวานมา 3 อย่างด้วยกัน อย่างแรกก็คือ Raspberry
Sabayon เป็นลูก Raspberry ที่เปรี้ยวๆ นั่นแหละครับ กับซอส
Sabayon เป็นซอสที่ทำจากไข่กับเหล้าและน้ำตาลตีให้เข้ากัน
จนกระทั่งมันข้น หวานและขึ้นฟูราดลงไปบน Raspberry สดๆ
|
 |
คุณเอ๊ย
อร่อยจริงๆ เลยครับ
และอย่างที่สองก็คือ Raspberry Millefeuille ก็คล้ายๆกับ
Strawberry Millefeuille ที่ได้กล่าวมาในข้างต้นนั้นล่ะครับ
แต่ใช้ลูก Raspberry สดๆ แทน แล้วใส่วิปครีมกับซอส Raspberry
ขั้นด้วยแป้งที่กรอบๆ และของหวานอย่างสุดท้ายคือ Lemon Curd
ชิ้นนี้รู้สึกว่าจะหวานไปหน่อย จริงๆ แล้วมันควรจะออกเปรี้ยวนำ
หมึกแดงก็เลยไม่ค่อยชอบเท่าที่ควร
|
 |
ปิดท้ายด้วย เหล้า
Grappa ของอิตาเลี่ยนกินเข้าไปแล้วจะร้อนไปหมดทั้งตัว แต่ว่ามันจะช่วยในการย่อยได้เป็นอย่างดี
อาหารมื้อนี้ถือว่าอร่อยมาก ราคาก็แพงพอสมควร แต่ก็คุ้มนะครับ
หมึกแดงเองก็เลยอยากจะชวนเพื่อนๆ ไปกินกัน แล้วอย่าลืมส่งข่าวมาบ้างนะ
ว่าเป็นอย่างไรบ้างนะครับ
|
|
ร้าน Giusto
ที่อยู่ 16 สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ
เขตวัฒนา กทม. 10110 โทร. 0-2258-4321
เวลาทำการ 11.30 14.00 น. และ 18.00-24.00 น.
|
|
|
อร่อย
|
สะอาด
|
คุณภาพวัตถุดิบ
|
ราคา
|
บริการ
|
|
|
|
|
|
|
|
|