|
|
|
ร้าน
Palm Leaf (สถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต)
|
|
กรุงเทพธุรกิจ
( @ TASTE) ฉบับที่ 72 (วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2546)
|
 |
ตั้งแต่หมึกแดงเขียนเกี่ยวกับร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า
BTS มาถึงตอนนี้ก็เยอะพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่เขียนถึงร้านนี้
เพราะว่าเพิ่งทราบมาว่ามีร้านอาหารร้านหนึ่งอยู่แถวๆ ถนนวิทยุ
จากสี่แยกเพลินจิตเลี้ยวเข้าถนนวิทยุ จะเจอโรงแรม Holiday
Mansion Hotel อยู่ทางขวามือ ซึ่งเป็นโรงแรมที่ตั้งมานานแล้ว
แต่หมึกแดงก็ไม่เคยทราบเลยว่ามีร้านอาหารอร่อยๆ อยู่ที่นั่นด้วย
จนกระทั่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หมึกแดงได้ไปรับรถ Citroen คันใหม่ที่โรงแรมแห่งนี้พอดี
และคุณวิเชียร เจ้าของบริษัทยนตรกิจ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถ
Citroen ก็เลยนัดกินข้าวกันที่นั่นด้วย
|
|
ถ้าเพื่อนๆ
มาโดยรถไฟฟ้า BTS ก็ลงที่ สถานีเพลินจิต ได้เลยครับ
แล้วก็เดินทะลุตึกโฮมโปรไปก็จะเจอโรงแรม Holiday Mansion Hotel
เป็นโรงแรมเล็กๆ แต่มีลูกค้าเหนียวแน่น เพราะบรรยากาศสบายๆ ง่ายๆ
ไม่มีหรูหรานัก ทำเลดี การเดินทางสะดวกสบาย พอหมึกแดงไปถึงทางเจ้าของโรงแรมและเจ้าของร้านอาหารก็พาคุณวิเชียรและหมึกแดงไปนั่งฟัดอาหารกัน
คำว่าฟัดหรือคำว่าฟาดเนี่ย เพื่อนๆ คงไม่ทราบว่ามาจากไหน ครอบครัวเราเมื่อสมัยก่อนตอนเด็กๆ
พูดคำว่าเดี๋ยวต้องไปกินเบรคฟาด (Breakfast) แล้วนะ ก็แปลว่าอาหารเช้าใช่ไหมครับ
แต่พอเราฟาดไปฟาดมา ไม่รู้ใครเป็นคนพูดแต่บอกว่า งั้นเราก็ไปฟาดอาหารกันหน่อยนึง
มาจากคำว่า เบรคฟาด (Breakfast) เนี่ยแหละครับ ก็ประหลาดดี แต่ต้องเล่าให้ฟังว่าที่มาที่ไปของคำว่าฟาดเนี่ยมาจากไหน
|
|
ที่นี่เขามีอาหารที่เป็นไทยประยุกต์นิดหน่อย
เป็นอาหารจานเดียว เชฟก็มีประสบการณ์มากพอสมควร และเขามีอะไรแปลกๆ
ให้กิน หมึกแดงดูเมนูก็สั่งแฮ่กึ๋นเผือกมากินเลยครับ
เพราะว่าไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนเลยอยากรู้ว่ารสชาติมันจะเป็นยังไง
แทนที่จะเป็นไส้เผือกที่แน่นและฝืดคอกลับนุ่ม เพราะว่าเขาคงต้องตีไข่ขาวเข้าไปในนั้นด้วย
ทำให้เนื้อเผือกไม่แน่นจนเกินไป เป็นสิ่งที่ดีและเอร็ดอร่อยมากเลย
แต่หมึกแดงกินมากไม่ได้เพราะมันเป็นแป้งทั้งนั้น แถมต้องจิ้มน้ำจิ้มอีก
เดี๋ยวน้ำตาลในเลือดขึ้นกันพอดี แต่ว่าใครไปที่ร้านนี้ต้องลองจานนี้เพราะว่าเป็นอาหารที่แปลกและอร่อยซะด้วยสิ
ไม่มีเนื้อสัตว์เลย เรียกว่าเป็นอาหารมังสวิรัติ
|
|
|
หลังจากนั้นก็ขอชิม
ยำหมึกกรอบมะพร้าวคั่วใบชะพลู เป็นปลาหมึกแผ่นๆทอดกรอบยำกับใบชะพลู
มีมะม่วงเปรี้ยวซอยเป็นเส้นๆ รสชาติไม่หวานจนเกินไป อร่อยมากเลยนะครับ
จากนั้นเหลือบเห็นอาหารรายการหนึ่งในเมนู ซึ่งหมึกแดงอ่านแล้วก็สะดุ้งโหยงเลยครับ
เขาเรียกเมนูนี้ว่า พาสต้าหมึกแดงผัดปลาหมึก พาสต้าหมึกแดงคล้ายพาสต้าหมึกที่เป็นสีดำ
แต่เขาทำให้เป็นสีแดงโดยใช้หัวบีทรูทซึ่งมันจะเป็นสีแดงมาผัดกับพาสต้า
ปรุงรส แล้วใส่ปลาหมึกสดเข้าไป รสชาติกลมกล่อมอร่อยดี เหมือนกับกินมักกะโรนีผัด
แต่จะออกเป็นฝรั่งนิดๆ รสชาติเข้มข้นดี หอมมากเลยครับ ต้องขอชมเชยเชฟที่ทำอาหารจานเดียวได้แปลกดีนะครับ
|
 |
ที่นี่เขายังมีข้าวเหนียวหมูย่าง
ข้าวมันหมูย่าง เสิร์ฟกับส้มตำ หมูย่างของเขาก็เอาสันคอหมูหรือเนื้อหมูที่มีไขมันน้อยมาหมัก
แล้วก็เอาไปย่าง ไม่แห้งเหมือนที่อื่น ยังมีความชุ่มชื้น เอร็ดอร่อยมาก
กินกับส้มตำเข้ากันดีมากเลยครับ หลังจากนั้นก็สั่ง สปาเก็ตตี้ปลาสลิด
มากิน ของเขาใช่เล่นนะครับ เอาปลาสลิดมาทำเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอามาผัดกับเส้น
โรยด้วยใบโหระพาทอดกรอบและปลาสลิดกรอบๆ ไม่เลี่ยนจนเกินไป รสชาติเข้มข้นและอร่อยมาก
|
|
ยังมี
ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้ง ซึ่งหมึกแดงชิมเข้าไปแล้ว ก็เรียกเชฟมาถามว่าเกร็งหรือเปล่า
เพราะว่าความจริงแล้วเชฟทำอาหารได้อร่อยและดีหมดทุกอย่างเลย
แต่คงเกร็งเพราะว่าขาดความเปรี้ยวและความแหลมไป ทางเชฟก็สารภาพว่าเขาเกร็ง
เพราะว่าคุณหมึกแดงมากินอาหารที่ร้านเขา แต่ความจริงก็ไม่ควรจะเกร็งเลยนะ
เพราะหมึกแดงก็พูดไปตามเนื้อผ้าและความจริงหมึกแดงก็ไม่ได้ดุอะไรเลยนะ
|
|
 |
แต่ก็ไม่เป็นไร
เพราะอาหารอย่างอื่นที่อร่อยๆ ยังมีให้กินอีกมากมาย เช่น ข้าวผัดน้ำพริกกะปิหมูทอด
ซึ่งมีกุ้งผัดมาอยู่ในนั้นด้วย และก็เอาไข่ทอดบางๆ หั่นเป็นเส้นๆ
โรยหน้า แล้วเสิร์ฟกับหมูทอด หมูทอดก็คล้ายๆ กับหมูย่างนั่นแหละครับ
เป็นสันคอหมูเอาไปหมักแล้วเอาไปทอดไม่ให้แห้งจนเกินไป มีความนุ่มนวลเหมือนกับกินPork
Chopยังไงยังงั้นเลย
|
|
สตูว์ของที่นี่หมึกแดงก็ชอบเหลือเกิน
เขามีสตูว์เนื้อไทยสไตล์ เป็นไทยสไตล์จริงๆ เพื่อนๆ จำสตูว์เนื้อที่เคยกินที่จิตรโภชนาสมัยก่อนได้ไหมครับ
เหมือนกันยังไงยังงั้นเลย แต่ว่าวิธีการทำของเขาพิถีพิถันเหมือนฝรั่ง
กินกับข้าวเหลือง อร่อยมากเลยอาหารจานนี้
|
|
 |
ปูอบไวน์กับพริกไทยดำ
ก็ใช่เล่น แต่หมึกแดงอยากกินปูที่ไม่มีเปลือก ก็เลยดูดเอาแต่พริกไทยดำกับซอสข้างนอก
เพราะขี้เกียจทำให้มือเลอะ แต่ซอสก็หอมดี แต่อยากจะให้เชฟเขาเอาเปลือกปูออกไปครึ่งหนึ่งก็ดีเหมือนกัน
และใส่พริกไทยมากอีกหน่อย ปลาแซลมอนของที่นี่เขาเอาไปทอด แล้วราดด้วยซอสพริก
ซอสพริกก็เอาพริกเหลืองไปตำกับกระเทียม แล้วเอาไปผัด ใส่เครื่องปรุงให้เค็ม
หวานนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ แล้วเอามาราดบนปลาแซลมอน มีกระเพรากรอบโรยหน้า
อาหารจานนี้กินกับข้าวร้อนๆ ใช้ได้เลยครับ
|
|
ใครที่อยากจะไปลองชิม
ยังมีอาหารอีกจานหนึ่งที่เตะตาหมึกแดงมากคือ ไก่ทอดซอสมะขาม
ซอสมะขามก็คล้ายๆ กับน้ำจิ้มน้ำปลาหวาน แต่ใช้มะขามเปียกทำ เขาก็เอาไก่มาทอด
แบบให้มีความชุ่มชื้นอยู่ในเนื้อไก่ ไม่แห้งจนเกินไป แล้วเอาซอสมะขามราดบนไก่ทอด
อร่อยดี แต่หมึกแดงอยากจะให้เชฟทำราดเป็ดบ้างจะอร่อยกว่า ยังไงก็ตามหมึกแดงก็อยากให้เชฟลองทำดู
แล้วหมึกแดงจะได้กลับไปชิมที่ร้านนี้อีกทีหนึ่ง หมึกแดงจะได้ให้
5 ดาวเลย แต่ตอนนี้ขอให้แค่ 4 ดาวก่อนนะครับ
|
|
|
นอกจากนั้นเขายังมีอาหารแปลกๆ
ที่เรียกว่า ข้าวผัดดอยคำ มีเครื่องเคียงมาที 3-4 จานเลย
มีน้ำพริกหนุ่ม, ไส้อั่ว, หมูทอด, แคบหมู และผักเครื่องเคียงมาให้กินกับข้าวผัดนี่ด้วย
และที่ชื่อว่าเป็นดอยคำ เพราะเป็นอาหารของเหนือไงครับ ก็เป็นไอเดียที่ดีและราคาก็ไม่แพง
แต่ใครที่หิวก็ลองแวะไปที่ Palm Leaf Restaurant
ที่โรงแรม Holiday Mansion Hotel ฝากความคิดถึงไปให้เชฟด้วยและฝากบอกว่าอย่าเกร็งเวลาทำอาหารแล้ว
หมึกแดงจะกลับไปชิมอีกครั้งหนึ่ง
|
|
 |
ร้าน Palm
Leaf Restaurant
ที่อยู่ โรงแรม
Holiday Mansion Hotel
53 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี
เขตปทุมวัน กทม.
โทร. 0-2255-0099
, 0-2253-8036
เวลาทำการ 06.00
01.00 น.
|
|
อร่อย
|
สะอาด
|
คุณภาพวัตถุดิบ
|
ราคา
|
บริการ
|
|
|
|
|
|
|
|
|