|
|
|
ห้องอาหารไทย
วิมาน (สถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก)
|
|
กรุงเทพธุรกิจ
( @ TASTE) ฉบับที่ 83 (วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม 2546)
|
 |
เป็นเวลาตั้งแต่ต้นปีแล้วกระมังที่ทางโรงแรมวินเซอร์สวีท
ได้ทำร้านอาหารไทยที่อยู่บนชั้น 32 ของโรงแรมที่มีชื่อว่า ห้องอาหาร
วิมาน ที่นี่เป็นร้านอาหารไทยชาววัง ถึงแม้หมึกแดงไม่ได้อยู่เมืองไทยมานาน
และภาษาไทยของผมก็ไม่ค่อนจะแข็งแรงนักแต่ก็พอจะเข้าใจว่า วิมานก็คือ
สวรรค์ เพราะฉะนั้นก็หมายความว่าเราไปกินอาหารที่ร้านนี้ เราก็ควรจะได้ขึ้นสวรรค์ใช่ไหมครับ
ทางโรงแรมได้เชิญผมตั้งแต่ต้นปีเลยเพื่อให้แวะชิมอาหารที่นี่
ผมเองก็ยุ่งจนไม่ค่อยมีเวลา ไปกินที่นั่น บังเอิญเมื่อ 2-3 วันก่อน
เพื่อนๆที่เป็นฝรั่ง อยากจะมาประชุมและกินข้าวด้วยกันเค้ามาจากโรงงานทำไวน์
ที่ชื่อ สยามไวนารี่ ซึ่งเป็นไวน์ไทยที่เราทำเองจากองุ่นในประเทศไทยทั้งหมด
และเค้ากำลังทำตลาดเพื่อขายไวน์ไทยที่ทำจากองุ่น เราก็นัดจะมาชิมไวน์กันเพราะไวน์นี้ทางบริษัทสยามไวนารี่
ได้จ้างผู้ทำไวน์เป็นชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ปรุง หรือแบลน์ เพื่อให้รสชาติเข้ากับอาหารไทยได้ดี
ก็เลยต้องไปกินอาหารไทย
|
|
บังเอิญวันที่นัดกันผมก็จำได้ว่าทางโรงแรมวินเซอร์สวีท
ได้เชิญผมตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสไปชิมอาหารไทยที่นั่นเลย ก็เลยถือโอกาสนี้นัดเค้าไปพบกันที่นั่นและไปกินกันและชิมทั้งไวน์และอาหารที่นั่นด้วย
พูดถึงอาหารที่นี่ ต้องพูดถึงเรื่องไวน์ก่อนเพราะไวน์จากสยามไวนารี่ที่เค้านำมาชื่อว่า
มอนซูล แปลว่าฤดูฝนนะครับ มอลซูลนาเร่ ก็แปลว่า ทุ่งหญ้าในฤดูฝน
ชื่อก็เพราะดีเหมือนกันนะแต่ผมอยากจะให้มีชื่อไทยๆมากกว่า เพราะว่าไวน์นี้ทำในไทยใช้องุ่นที่ปลูกในไทย
ถึงแม้จะมีฝรั่งเป็นปรุงให้ก็ยังเป็นของไทยแท้ เจ้าของก็ยังเป็นคนไทยด้วยซ้ำไป
มีทั้งไวน์ขาว ไวน์โรเซ่ หรือไวน์ขาวผสมไวน์แดง ซึ่งมีไวน์แดงธรรมดาและไวน์แดงที่ทำจากองุ่นที่ชื่อว่า
ชีรัส ผมแปลกใจมากเพราะมันเข้ากับอาหารที่เรากินได้ดีมาก เอาล่ะมาพูดถึงเรื่องอาหารดีกว่าห้องอาหารวิมานนั้นอยู่ชั้น
32 ก็จริงและอยู่สูงมากจึงทำให้เห็นทิวทัศน์ของถนนสุขุมวิท สี่แยกอโศกและไปไกลเกือบจะถึงเพลินจิตแหนะ
ฝ่ายแสงไฟก็สวยงามดีส่วนตัวห้องนั้นก็ตกแต่งแบบไทยประยุกต์ทำด้วยไม้และมีพรม
ทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยหรูพอสมควรเลยเหมาะสำหรับพาแขกบ้านแขกเมืองไปชิมอาหารที่นั่น
|
 |
ตอนแรกผมก็เกรงว่าอาหารไทยจะหวานและจะไม่อร่อย
แต่ที่ไหนได้นอกจากอาหารที่นี่จะมีรสชาติไม่หวานและอร่อยแล้ว
ที่นี่เค้ายังมีการแสดงบนเวทีทุกคืนให้ฝรั่ง หรือผู้ที่มาทานอาหารที่นั่น
ได้ชมด้วย มีหนุมานกับมัจฉานุ มีการแสดงฟ้อนรำอะไรต่างๆ และมีสาวสวยๆนั่งตีขิมอยู่ตรงทางที่เราเดินเข้าไป
แต่งตัวเป็นชุดไทยน่ารักมากเลย ความจริงแล้วควรจะมีสาวสวยๆเดี่ยวขลุ่ยเพราะ
มันเพราะมากเลยแต่สมัยนี้เด็กไทยไม่ค่อยจะนิยมเครื่องคนตรีไทยเท่าไหร่
ไม่เป็นไร แต่ขิมก็ใช้ได้และก็ได้บรรยากาศได้อารมณ์ดี
|
|
เมื่อไปถึงเจ้าของโรงแรมก็เข้ามาต้อนรับผม
ผมก็เลยเชิญให้มานั่งกินกับพวกเรา และผมก็บอกว่าผมจะไม่เกรงใจนะถ้าผมไม่ชอบอะไรผมก็จะพูดและถ้าผมชอบอะไรก็จะพูดเหมือนกันและ
ผมจะว่าไปตามเนื้อผ้าขอให้ท่านอย่าโกรธผม ท่านเป็นคนที่เมตตากับผมมากเลย
ท่านชื่อคุณบุญรอด คุณบุญรอดก็ดีเหลือเกินเค้าก็จัดอาหารไว้ให้แล้วด้วย
เค้าอยากให้เราลองชิมหลายๆอย่างในเมนู ซึ่งเราก็เริ่มลองเลยตั้งแต่จานแรกพร้อมกับไวน์มอลซูลน่ะแหละซึ่งเป็นไวน์ขาว
ต้องเย็นหน่อยนะครับ
|
|
ไวน์นี้มีรสชาติที่แตกต่างกับไวน์อื่นๆ
และเข้ากับของว่างที่เรากิน ผมเป็นคนที่ตะกระมากก็เลยสั่งของว่างมาหลายอย่าง
จานแรกมีช่อม่วง ปั้นสิบทอดแล้วก็มีหมี่กรอบในกระทง หมี่กรอบหอมมะขามเปียกและไม่หวานจนเกินไปแล้วยังกรอบอยู่
ไม่เหนียวหนึบฟู กรอบดีมากเลย ส่วนขนมปั้นสิบนั้นอาจจะหวานสำหรับผมไปนิดนึง
แต่สำหรับคนไทยสมัยนี้ชอบกินหวานกัน ไม่เป็นไรลองไปชิมดูแล้วกันเพราะเค้าทำได้อย่างสวยงามมาก
ช่อม่วงก็ดีครับไส้นุ่มนวลไม่แรงจนเกินไปและไม่จืดจนเกินไป แถมยังมีกระเทียมเจียวโรยที่หน้านิดหน่อยทำให้มัน
มันๆและก็หอมด้วยอร่อยดีนะครับ อาหารจานต่อไปที่สั่งมาเรียกว่าเมี่ยงคุณยาย
เค้าบอกว่า เป็นเมี่ยงคำนี่แหละทำมาเป็นคำๆ เหมือนกับกรวยเวลาคุณยายกินหมากก็เลยเรียกเมี่ยงคุณยาย
จัดมาได้อย่างสวยงามใส่จานที่เป็นพานมา ที่นี่เค้าคงมีคนที่แกะสลักเก่งมากเลย
เพราะทุกจานมีแต่ผักที่เค้าแกะสลักมาได้อย่างสวยงาม ผมเสียดายของมากเลยอยากจะกินไอ้ที่แกะสลักไว้ก็กะไรอยู่
อยากจะให้เค้าเอากลับไปใช้ก็กะไรอยู่ ก็เลยต้องมานั่งมองมันเฉยๆ
สำหรับเมี่ยงอร่อยมาก
|
|
 |
ผมกินเมี่ยงกับไวน์โรเซ่ของมอลซูล
เข้ากันมากเลยเพราะไวน์มอลเซ่เป็นไวน์ที่ไม่ฝืดคอเป็นไวน์ที่มีรสชาติกลางๆ
แล้วก็กินกับอาหารไทยได้หมดทุกอย่างเลยตั้งแต่เนื้อยันอาหารทะเล
และเป็นสิ่งที่ทำให้รสชาติของอาหารที่เรากินอร่อยขึ้นอีก ก็แปลกดีนะครับ
หลังจากนั้นเค้าก็เอาออเดิฟจานใหญ่มาให้ผมนึกว่าไปงานบายศรีที่ไหนซะอีก
เพราะว่าจานที่ใส่มาทำจากใบตองที่พับมาอย่างสวยงามแล้วก็มีกระทงทอง
มีช่อม่วง มีเมี่ยงคำ มีอะไรต่างๆเต็มไปหมดเลย ผมก็นั่งกินด้วยมือ
จิบไวน์ไปด้วย อาหารพวกนี้เหมาะกับงาน ค๊อกเทล เป็นบ้าเลยครับ
แต่ผมเองยังอยากจะกินอะไรเป็นล่ำเป็นสันหน่อย ระหว่างที่กินไปก็ยังมีออเดิฟมาอีกจานนึงเป็นที่เค้าเรียกว่า
วิหกนอนรัง เป็นกุ้งชุบแป้งทอดทำเป็นรูปนก และรังทำด้วยเผือกทอดเป็นตะกร้าออกมาและวางไว้บนถาด
มีแครอทรองและรองด้วยใบตองมาอีกทีนึง
|
|
ที่นี่เค้าทำทุกอย่างประดิษฐประดอยมากเลยฝรั่งคงจะชอบแต่สำหรับหมึกแดง
ผมสงสารเค้าต้องมานั่งพับใบตองออกมาในรูปแบบนี้แต่สำหรับความสวยงาม
สวยงามจริงๆครับ ส่วนกุ้งเหรอ สดกรอบอร่อยจิ้มกับน้ำจิ้มน้ำบ๊วย
ดีและกินกับไวน์โรเซ่ตามเคย หลังจากนั้นสิครับเราถึงจะมากิน
แกงกัน ผมสั่งแกงเลียงกุ้งสดมากิน ถึงแม้ว่าแกงเลียงจะอ่อนพริกไทยไปหน่อยนึงผมก็ว่าเค้าทำแกงเลียงได้อร่อยมาก
และมีความหอมมากเลย ใส่บวบใส่ใบแมงลักใส่ทุกสิ่งที่เค้าควรจะใส่แล้วไม่ใส่จนมากเกินไป
รสชาติกลมกล่อม แต่ถ้าเป็นหมึกแดงต้องขอพริกไทยขาวป่นใส่เติมเข้าไปอีกนิดนึงถึงจะถึงใจผม
แต่ทำได้ดีและ หอมปลาแห้งผมสันนิฐานนะครับว่าเค้าใส่ปลาแห้งอยู่ในนั้นด้วยอร่อยเหลือเกินนะครับ
และชุ่มคอชื่นใจใครที่กำลังท้องอยู่ก็ต้องรีบไปกินแกงเลียงที่นี่ซะ
จะได้ผลิตน้ำนมให้ลูกได้เยอะๆ
|
|
 |
จานต่อไปเป็นปลาทับทิมที่เค้าเอามาทอดแล้วก็ราดซอส
แล้วเค้าก็เอาตะไคร้ทอดกรอบโรยหน้าเข้าไปซอสก็เปรี้ยวๆเค็มๆ
แต่เค้าทำซอสออกสไตล์จีนไปนิดนึงความจริงแล้ว เค้าไม่ควรจะทำให้มันข้น
เพราะอาหารไทยจริงๆน้ำซอสไม่ควรจะมีแป้ง เพื่อให้มันข้นต้องเป็นใสๆไปเลย
โรยกระเทียมเจียว แต่รสชาติและความสดของปลาใช้ได้จริงๆเลยนะครับ
และผมก็ชอบด้วย
|
 |
จานต่อไปที่ผมชอบมากคือแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย
มีเครื่องเคียงเป็นโรตีฉีกเป็นชิ้นๆพอคำใส่พานมา นอกจากนั้นอีกพานนึงยังมีผักดอง
ปลาเค็มทอดแห้งๆตัวเล็กๆ และยังมีไข่เค็มทอด มีกุนเชียงให้กินกับแกงนี้
อร่อยด้วยและที่ชอบมากคือไม่หวานจนเกินไป
|
|
มีอาหารอีกจานนึงที่ผมชอบแต่อยากจะเสนอ
กับเชฟอีกครั้งนึงเหมือนกัน ก็คือเป็ดพะโล้กระเพรากรอบ ก็คือ
เป็ดพะโล้แล่เอาแต่เนื้อกับหนังมาแล้วก็เอามาผัดกระเพรานี่แหละ
ผมอยากจะให้เค้าผัดเฉยๆและไม่ต้องทำให้น้ำซอสมันข้น ให้เป็นแบบธรรมชาติ
แบบไทยที่เค้าทำกับ ถ้าเราใส่แป้งแล้วทำให้น้ำมันข้นมันก็เหมือนอาหารจีน
แต่ผมเข้าใจว่าทำไมเชฟเค้าถึงต้องทำแบบนั้น เพราะเค้าอยากจะให้มันเกาะติดกับชิ้นเป็ดให้ชิ้นเป็ดถูกน้ำซอสนี้เคลือบ
แต่ผมคิดว่าถ้าเอาชิ้นเป็ดลงไปผัดกับน้ำมันและพริก และกระเทียม
แล้วเติมเครื่องปรุงลงไปเลยแล้วก็ใส่น้ำนิดนึงแล้วมันจะเข้าเนื้อเอง
แล้วก็ไม่เหนียวอีกตะหากถ้าทำเร็วๆนะครับ แล้วก็โรยด้วยใบกระเพราทอดกรอบ
การที่ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็ดีเหมือนกันและออกมาสวยงามยิ่งมันใหญ่เลย
แต่ดีครับเพราะเวลากัดลงไปได้ความนุ่ม ความเหนียวของเป็ดแล้วได้ความกรอบความมัน
ของมะม่วงหิมพานต์อาหารจานนี้ไอเดียดีมากๆเลย
|
|
 |
อีกจานนึงซึ่งเป็นลาบแต่เค้าเอาปลาตะเพียนมาทำลาบ
ปลาตะเพียนนี้ไม่มีก้างเลยและทำรสชาติที่เผ็ดจัดจ้านเป็นบ้าเลย
และไม่หวาน ผมว่าเชฟที่นี่คงมาจากอีสานแน่เลยเพราะว่าทำได้ถูกใจผม
และฝรั่งที่มากินอร่อยมากเพราะ เค้าชอบอาหารไทยมากและเค้าก็กินกับไวน์และ
ชมว่าดีอร่อยและเป็นอาหารไทยที่มีรสชาติที่แท้จริง
|
 |
นอกจากนั้น
เรายังมีอาหารอีกจานนึงซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่อาหารไทยเป็นอาหารจีนกระมัง
คือปูนิ่มผัดพริกไทยดำ อร่อยครับ กรอบหอม น่ากินมากเลย พอหันกลับไปอีกทีก็เจอกับปลาดุกฟูผัดพริกขิง
ซึ่งมีถั่วฝักยาวเป็นท่อนๆ ผัดมากับปลาดุก อาหารจานนี้อร่อยมากและก็ไม่หวานเกินไปสำหรับผมด้วยนะ
แต่ว่าพริกขิงยังไงๆก็ต้องหวานแต่ไม่หวานแสบไส้ เอามาคลุกกับข้าว
แล้วก็ขโมยไข่เค็มที่มากับแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายแล้วก็กินแบบนั้น
แล้วก็กัดเข้าไปในตัวถั่วฝักยาวนึดนึงมันหอมมันอร่อย มันหวาน
มันมัน มันเค็ม โอ้มีทุกรสทุกลักษณะในการสัมผัสของลิ้นและฟันของเรา
|
|
อาหารจานนี้ผมกินเปล่าๆเลย
เพราะอร่อยมากแล้วกินกับไวน์แดงของมอลซูล ดีจริงๆครับ หลังจากนั้นก็เป็นอันว่าเรากินกันอิ่มแปล้ไปเลย
ระหว่างนั้นก็คุยไปด้วยพูดที 3-4 ภาษาปวดหัวไปเลยแต่อาหารก็ทำให้เราเจริญอาหาร
บรรยากาศก็ดี ระหว่างที่เรารับประทานอาหารกันอยู่ก็มีมัจฉานุกับ
หนุมานก็มาฟ้อนรำให้เราดูก็ตลกดีและ ได้บรรยากาศ เป็นการรับรองฝรั่งที่ดีมากเลยครับ
ผมอยากจะเชิญชวนเพื่อนๆที่มีแขกบ้านแขกเมืองที่อยากจะกินอาหารไทย
และดูการแสดงด้วยลองแวะไปที่ โรงแรมวินเซอร์สวีท ที่ห้องอาหารวิมาน
บรรยากาศดีและอาหารอร่อยใช้ได้เลย ผมยังบอกกับคุณบุญรอดเลยว่าเชฟที่นี่เค้าเก่งมาก
และแต่งจานได้สวยงามมาก แต่ไม่ต้องตกแต่งขนาดนั้นก็ได้เพราะอาหารอร่อยอยู่แล้ว
อ่อลืมบอกไปช่วงนี้ฝนตกบ่อยรถก็ติดถ้าจะไปโรงแรมวินเซอร์สวีท
นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีอโศกแล้วต่อรถไปดีกว่า สะดวกและประหยัดด้วย
|
|
|
ห้องอาหารไทย
วิมาน
ที่อยู่
ชั้น 32 โรงแรมวินเซอร์สวีทส์ สุขุมวิท ซ.18-20 ถ.สุขุมวิท กทม.
10110
โทร.02-262-1234, 02-262-1221
เวลาทำการ 18.00 22.30 น. ทุกวัน
|
|
อร่อย
|
สะอาด
|
คุณภาพวัตถุดิบ
|
ราคา
|
บริการ
|
|
|
|
|
|
|
|
|