ค้นหาแบบฟรีสไตล์

สูตร ร้านอาหาร
   Home
   หมึกแดงแผลงฤทธิ์
   สูตรเด็ดสัปดาห์นี้
   รายการ TV
   เว็บบอร์ดเรื่องครัว
   หมึกแดงชวนชิม
   เคล็ดลับคู่ครัว
   บทความ
   นายตูดหมึก
   ยายเมี้ยน..จิ๊..จ๊ะ
   Secret File
   หนังสือหมึกแดง
   สาส์นจากหมึกแดง
   สินค้าสมาชิก
   ประวัติ
   สมัครสมาชิก
 
 
 

ร้านGianni (สถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต)

กรุงเทพธุรกิจ ( @ TASTE) ฉบับที่ 90 (วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน 2546)

          เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ผมไม่ได้ไปกินอาหารอิตาเลียนที่ร้านเก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดมานานแล้ว ชื่อร้าน Gianni อยู่ที่ซอยต้นสน แถวเพลินจิตนั่นเอง ร้านนี้ผมไปกินมาซัก 3-4 ปีได้แล้ว และก็ไม่ได้กลับไปกินที่นั่นอีกเลยเพราะมั่วแต่ยุ่งเรื่องงาน จนลืมไปว่ามีร้านอาหารอิตาเลียนดีๆ แบบนี้อยู่อีกร้านนึง จนกระทั่งมีเพื่อนนัดไปกินข้าวที่นั่นเมื่อเดือนกว่าที่ผ่านมา และได้ไปรื้อฟื้นความอร่อยที่ร้านนี้อีกครั้งนึง คราวนี้เราไปกันไม่กี่คนและก็กินกันน้อย เพราะว่าตอนนั้นผมกำลังท้องไส้ไม่ดีเลยไม่กล้ากินเยอะแต่อาหารก็อร่อยมากเลย แต่จะให้แน่ใจจริงๆ ว่าอาหารของเค้าดีแค่ไหน และมีอะไรมากมายก่ายกองที่เราอยากจะกินก็เลยกลับไปกินกันอีกครั้งนึง คราวนี้ไปแค่ 3 คนแต่สั่งมาเยอะเหลือเกินเพราะอยากลองกินหลายๆ อย่าง ครั้งแรกที่ไปกินนั้นผมก็ไปกินสลัดที่ร้าน Gianni นี่แหละ

              ชื่อ Gianni นี่เป็น Christian name หรือชื่อแรกของ chef คือ chef Gianni และตัว chef Gianni ก็เป็นคนอิตาเลียน รู้สึกว่า chef อิตาเลียนนี่ต้องตัวใหญ่หมดทุกคนเลย เวลาถ่ายรูปยืนอยู่ด้วยกันทำให้ดูผมจะผอมไปเลยเลย แล้วเพื่อนๆ ที่ดูผมในรายการโทรทัศน์ ก็จะบอกว่า หมึกแดงนี่ตัวเล็กจังเลยนะ ความจริงแล้วผมก็ไม่ได้ตัวใหญ่โตอะไรมากมายนะ แต่เพราะโทรทัศน์มันทำให้ผมดูอ้วนขึ้นและดูแก่ลงไปเอง ถ้าใครเจอคนที่หน้าตาคล้าย ๆ หมึกแดงแต่ผอมกว่าเดินหาอะไรกินไปตามทางก็เดาไว้ได้เลยว่า นั่นต้องเป็นหมึกแดงแน่ แล้วผมก็เป็นคนบ้ายอนะ ผมชอบให้คนที่เจอผมบอกกับผมว่า คุณหมึกแดงตัวจริงไม่เหมือนในโทรทัศน์เลย ไม่อ้วนแล้วก็หน้าเด็กด้วย ผมจะดีใจมากเลยนี่แหละครับลักษณะของคนบ้ายอแบบหมึกแดง

             แต่ถึงผมจะเป็นคนบ้ายอแต่เรื่องอาหารผมไม่บ้ายอนะ ผมชอบกินอาหารที่อร่อยและดี ซึ่งสลัดที่ chef Gianni เค้าทำให้กินนั้นก็เป็นสลัด อาหารทะเล คล้ายๆ สลัดรวมน่ะครับ มี อรูกูรา หรือ ร๊อคเค็ท ซึ่งเป็นผักสลัดขมนิดๆเผ็ดหน่อยๆ และก็มีอาหารทะเลลวกและยังมีมะเขือเทศหั่นสไลด์เสริฟกับ ชีส ที่เรียกว่า มอสสเรล่าชีส เป็นชีสที่ทำสดจริงๆเลย เรียกว่า มอสสเรล่าสด ซึ่งไม่ได้มีการบ่มไม่มีการพักไว้ให้มันแข็งตัวจนเกินไป ใส่มาในน้ำเกลือสดๆ อร่อยมากเลยครับ และไม่มีกลิ่นชีสมากเกินไป คนอื่นเค้าก็สั่ง ล๊อบเตอร์สลัดมา น่ากินเป็นบ้าเลย ผมก็เลยจิ้มมากินชิ้นนึง เค้าหมักผสมกับน้ำสลัด    ซึ่งน้ำสลัดก็มีความเปรี้ยวความหวานนิดหน่อย

           ทำจากเหล้าเรียกว่า เบลาซามิคลิมิเก็ท หรือน้ำสลัดเบลาซามิค และเพื่อนผมเค้าก็สั่งซุปมากินกัน เป็นซุปอาหารทะเล มีทั้งปลาแซลมอน มีทั้งหอย มีทั้งกุ้ง มีทั้งปลาหมึก น้ำซุปก็เป็นน้ำมะเขือเทศผสมน้ำซุปซึ่งทำให้สดชื่น และตัวอาหารทะเลของเค้าก็ลวกไม่ได้ต้ม ทำให้มันไม่เหนียว และมีความหวานและมีความกรอบด้วยซ้ำไป อาหารจานนี้อร่อยมากเลยแต่ที่ผมสั่งมาคือกุ้งกับหอยเชลล์มาพันเข้าด้วยกันโดยใช้เบคอนพัน แล้วเอาไปย่างช้าๆ จนกระทั่งน้ำมันของเบคอนมันออกไปหมด ข้างในก็สุกพอดีๆ กินกับน้ำจิ้มที่เค้าวางไว้ข้างๆ จาน ซึ่งน้ำจิ้มนี้มันจะออกเปรี้ยวนิดหน่อย ซึ่งอาหารจานนี้มันหอมมากเลย เพราะมันมีใบโหระพาใส่ลงไปในนั้นด้วย เป็นอาหารที่กินแล้วคอเลสเตอรอลสูงแน่ๆเลย มีทั้งหอยเชลล์ ทั้งกุ้ง ทั้งเบคอน แต่ไม่เป็นไรหรอกครับนานๆ กินที ผมเองอยากจะกินซัก 2 จาน เป็นอาหารเมนไปเลย กินกับเส้นพาสต้า คงจะดีไม่น้อยนะครับ

          คนอื่นก็สั่งปลา มีทั้งปลาอบและปลากระพงทอด ซึ่งก็ใช้ได้เหมือนกัน และนอกจากนั้นเค้าก็ยังมีไก่ เอามาอบแบบอิตาเลียน หรือเอามาย่างแบบอิตาเลียน ใส่ใบโรสเมรี่ ใส่เครื่องสมุนไพรของทางยุโรปเค้า ซึ่งกลิ่นจะไม่แรงจนเกินไป เสริฟกับผักสลัด มีมะนาวนิดหน่อยเพื่อตัดความเลี่ยน มันอร่อยดีจริงๆ เลย ปลาที่ผมสั่งมาเป็นปลากระพงทอดแล้วเค้าก็เอาก้างมาแต่งไว้บนจานซึ่งมันสวยงามมากเลยเสริฟกับผักขมและซอสที่ทำด้วย ไวน์และมะเขือเทศสับกับเนย อร่อยมาก พอครั้งที่ 2 ที่เราไป พอไปถึงก็ตัดสินใจว่าจะไม่สั่งของที่เคยกินครั้งแรกเลย น้องผมซึ่งเป็นสุภาพสตรีก็สั่ง สลัดกับตับห่านทอดมากิน แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าคอเลสเตอรอลสูงแน่ๆ

       แต่ว่าเค้ามีผักสลัดที่เค้าเสริฟมาด้วยมันมีน้ำสลัดที่เปรี้ยวๆ มันจะตัดความเลี่ยนได้ ก็อร่อยมากครับ   ส่วนผมสั่งสลัดผักร๊อคเค็ทธรรมดา กับมะเขือเทศแดดเดียว แล้วก็มีชีสขูดโรยไว้ข้างบน และน้ำสลัดทำด้วย ไวน์เบลาซามิค ก็เป็นสลัดง่ายๆ และย่อยง่าย ช่วยให้เราย่อยอาหารที่เรากำลังจะกินต่อไป ส่วนคุณหมอพนมทวน ซึ่งเป็นจิตแพทย์ที่โด่งดังและเคยออกโทรทัศน์ ให้สัมภาษณ์และเป็นคนที่นิสัยดีและมีความตลก เค้าก็สั่งเป็นอาหารชุดมาเลย ชุดแรกก็เป็น แอปปริไทเซอร์ มีสลัดที่เค้าทำด้วยปลาหมึกที่เค้าเอาไปลวกและผสมกับมะเขือเทศและมันและน้ำสลัด เอามาใส่แม่พิมพ์ แล้วเคาะออกมาเป็นรูปภูเขา วางไว้บนลูกบีทรูท ซึ่งต้มแล้วนำมาสไลด์บางๆ แล้วคลุกกับน้ำสลัดเปรี้ยวๆ เค็ม ๆมัน ๆด้วยน้ำมันมะกอก

             หลังจากนั้นเราก็เริ่มกินอาหารจานที่สอง กินสลัดแล้วเราก็ต้องกิน แอปปริไทเซอร์หน่อยนึง โดยมากอาหารอิตาเลียนนั้น เค้าจะมี แอปปริไทเซอร์ซึ่งจะเป็นสลัดก็ได้หรือไม่เป็นสลัดก็ได้ อาจจะเป็นพวกเนื้อแห้งๆ กับแคนตาลูป หรือ แอนตี้พาสตี้ ซึ่งมันก็มีเต็มไปหมดหลายอย่างและหลังจากนั้นเค้าก็จะกินสลัด แล้วเค้าก็จะกินพวกที่เป็นแป้งเช่น ข้าวที่ผมกินเนี่ยเรียกว่า Rissotto เป็นข้าวผัดเละๆแหยะๆ ของอิตาเลี่ยน ซึ่งเค้าใส่ชีสชื่อ Gorgonzola ซึ่งเป็นชีสที่มีเชื้อราและมีกลิ่นหอมมากเลย คนไทยคงไม่ชอบหรอกแต่ว่าผมเป็นคนที่ชอบ Gorgonzola cheese มากเลย แล้วก็ใส่ ยอดหน่อไม้ผรั่งเป็นชิ้นๆ แล้วก็ผัดไปเรื่อยๆ จนมันเละๆ เหมือนกับกินอาหารเด็กแต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย รสชาติมันเข้มข้นและอร่อยมาก ยิ่งมีพริกไทยบดสดๆ ใส่เข้าไปข้างบนยิ่งดีใหญ่เลยครับ

             ครับ ผมถูกน้องๆ แย่งผมกินใหญ่เลย ผมก็เลยไปแย่งเค้ากินบ้าง แย่งอะไรรู้ไหมครับ เค้าสั่งพาสต้าที่เป็นแผ่นๆ คล้าย ๆ แผ่นเกี้ยวธรรมดานี่แหละ เอามาผัดกับปลาหมึกกับซอสมะเขือเทศ ผัดง่ายๆ แต่อร่อยมากเลย ไม่เลี่ยน สด และไม่ฝืดคอเลย กินได้กินดีรสจัดดีครับ ส่วนน้องสาวผมก็สั่งซี่โครงแกะอบมากิน ซี่โครงแกะอบเนี่ยข้างนอกมันจะเกรียมแต่ข้างในยังเป็นสีแดงๆ อยู่ น่ากินมากเลย ผมก็เลยขโมยมากินชิ้นนึง ส่วนคุณหมอพนมทวนก็ทาน ossobucco แกะ ก็คือน่องแกะที่เค้าเอามาทำเป็นสตู อร่อยมากและก็เข้มข้น ส่วนอาหารเมนของหมึกแดงก็เป็นเนื้อลูกวัวทุบบางๆ แล้วเอาไปชุบแป้ง ไข่และเกล็ดขนมปัง แล้วเอามาทอดกับน้ำมันมะกอกแค่นั้นเอง เสริฟกับสลัดที่มันเปรี้ยวๆ อยู่ระหว่างชิ้นแล้วก็เอาซ้อนๆ กันมา ถ้าได้ปลา แองโชวี่ ซึ่งคล้ายๆ ปลาเค็มหรือปลาร้าของเมืองไทย เอามาซักชิ้นสองชิ้นด้วย คงจะอร่อยมากเลย กินตามที่เค้าให้มามันก็ดีเหมือนกัน

              แต่ถ้าเป็นผม ๆ อยากให้มีมะนาวมาซักเสี้ยวนึง เพราะผมชอบกินเปรี้ยวหน่อย เพราะน้ำสลัดยังไม่เปรี้ยวพอพูดไปพูดมาก็ต้องกินของหวาน น้องผมสั่ง บิททอลช็อกโกแลตมูส มากิน มูสก็คือ ช็อกโกแลตที่เอาไปตุ๋นให้มันเละซะก่อนแล้วทำให้เย็นถึงจะใส่น้ำตาลใส่ใข่แดง แล้วเอาไปตีแล้วก็เอาไปผสมกับไข่ขาวที่ตีให้แข็ง แล้วใส่วีปปิ้งครีมที่ตีจนมันฟูเหมือนกัน แต่อันนี้มันเป็นช็อกโกแลตที่มันขมๆ ซึ่งอร่อยมากเลยนะครับ และได้รสชาติจริงๆ แต่ว่ามีความหวานมากไปจนผมกินไม่ได้ ที่ผมกินก็เป็น ชีสที่ผสมกับนมหรือครีมและวุ้น มันจะรสชาติคล้ายๆ นมเปรี้ยวนิดๆ แต่ว่าลักษณะจะคล้ายๆ คัสตาร์ด กินกับซอสราสเบอร์รี่ ก็อร่อยมากเลยนะครับ อันนี้ผมกินคนเดียวหมดเลยครับส่วนคุณหมอพนมทวนก็กิน Crème brule ซึ่งเป็นคล้ายๆ คัสตาร์ดแต่มันนุ่มกว่าคัสตาร์ดและโรยน้ำตาลซึ่งเผาจนไหม้ข้างบน Crème brule นี่โดยมากเค้าจะทำด้วยไข่กับครีมและน้ำตาลและผสมกลิ่นวานิลา

           แต่อันนี้เป็น Cappuccino Crème brule ก็ใส่กาแฟคาปูชิโนเข้าไปด้วย คุณหมอชอบมากเลย แต่หมึกแดงกินไม่ได้หรอก แต่เห็นแล้วอดไม่ได้เลยต้องคว้ามากินซักคำนึง ใช้ได้เลย chef Gianni ส่งไวน์ขาว หวานๆ แต่ไม่หวานมากจนแสบไส้เอามาให้กินกับบิสกิตกับกาแฟเข้ากันได้ดีจริงๆ อาหารมื้อนี้อร่อยจริงๆ เลย ผมชอบมากและอยากให้เพื่อนๆ ลองไปกินกัน ถึงแม้ราคาจะสูงพอสมควรแต่ก็เหมาะสมกับคุณภาพของอาหารที่นี่ และต้องบอกว่าบรรยากาศของที่ร้านนี้หรูพอสมควร ตกแต่งได้เรียบร้อย และมี chef เดินออกมาคุยด้วยและมาแนะนำอาหารต่างๆ ให้ด้วย ซึ่งผมก็ดีใจที่ได้พบ chef ทั้ง 2 ครั้งที่ผมมาใน 2 เดือนนี้ ใครอยู่แถวซอยต้นสนก็ลองแวะเข้ามาชิมดู เพราะร้านนี้ใช้ได้จริงๆ ครับ

ร้าน Gianni
ที่อยู่ 34/1 ซอยต้นสน ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ10330

โทร. 02-252-1619, 02-652-2992

เวลาทำการ 11.30-14.30 น., 18.00-23.00 น. ทุกวัน

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
 
สูตรเด็ดสัปดาห์นี้ | รายการ TV |เว็บบอร์ดเรื่องครัว | หมึกแดงชวนชิม | เคล็ดลับคู่ครัว
สมัครสมาชิก | นายตูดหมึก | ยายเมี้ยน | Secret Files | สาสน์จากหมึกแดง
แจ้งข่าว | สินค้าสมาชิก | หนังสือหมึกแดง | บทความ | ติดต่อหมึกแดง
Copyright©2000; McDang.com Webmaster ; webmaster@mcdang.com