ค้นหาแบบฟรีสไตล์

สูตร ร้านอาหาร
   Home
   หมึกแดงแผลงฤทธิ์
   สูตรเด็ดสัปดาห์นี้
   รายการ TV
   เว็บบอร์ดเรื่องครัว
   หมึกแดงชวนชิม
   เคล็ดลับคู่ครัว
   บทความ
   นายตูดหมึก
   ยายเมี้ยน..จิ๊..จ๊ะ
   Secret File
   หนังสือหมึกแดง
   สาส์นจากหมึกแดง
   สินค้าสมาชิก
   ประวัติ
   สมัครสมาชิก
 
 
 

ร้านย่งหลี (สถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก )

กรุงเทพธุรกิจ ( @ TASTE) ฉบับที่ 91 (วันศุกร์ ที่ 26 กันยายน 2546)

         นานๆทีผมถึงได้มีโอกาสไปกินอาหารตามรอยคุณพ่อเพราะว่าผมเองก็มีน้องอยู่คนนึงที่ใช้นามปากกาว่าปิ่นโตเถาเล็ก เค้าก็เขียนเกี่ยวกับร้านอาหารเก่าๆ ที่คุณพ่อผมไปชิมมาอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยอยากจะเขียนให้ซ้ำกัน แต่ว่าอดใจไม่ได้และบังเอิญร้านนี้ก็อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก ตรงสุขุมวิทซอย 15 และก็อยู่มาตั้ง 70 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยเตี่ยของเจ้าของคนปัจจุบันเค้าทำเลย เหมือนกับย้อนยุคกลับไปเมื่อสมัยพ่อผมยังหนุ่มๆ อยู่เลย เพราะว่าไปที่ร้านนี้ทีไรเค้าก็จะต้อนรับอย่างดีเหมือนกับผมกลับบ้านเกิดจริงๆ เพราะเค้าเห็นผมตั้งแต่เด็ก สมัยนั้นผมก็จำไม่ได้แล้วว่าผมไปกินกับคุณพ่อ หรือคุณแม่ เพราะตอนนั้นผมยังเด็ก แล้วพออายุได้ 12 ปีผมก็ไปเมืองนอกเลยแล้วก็อยู่ที่นั่นตลอดพึ่งจะกลับมาตอนอายุ 40 ปีนี่เองตอนนี้ผมอายุ 50 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้แวะเข้าไปเลยเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมก็เลยแวะไปที่ร้านนี้ไปกัน 3 คนไปกับเลขากับคนขับร

          พอไปถึงรู้สึกเหมือนกลับบ้านเกิดจริงๆ เลย เพราะเค้าก็ดีใจกันหมดเลย แล้วก็ถามผมว่าจะกินเหมือนพ่อกินไหม ผมยังไม่ทันได้บอกเลยว่าผมจะแวะมากิน ผมก็เดินเข้าไปในร้านแล้วก็บอกว่าสวัสดีครับ เค้าก็ว่า อ๋อ ดีใจจังเลยคุณหมึกแดงมา เมื่อก่อนคุณชายก็มาบ่อยๆ ตั้งแต่สมัยเตี่ยยังเป็นเจ้าของร้านอยู่เลย แล้วก็เล่าทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณพ่อผมได้เคยทำ แล้วเล่าด้วยว่าพ่อมากับใครบ้าง แล้วในสมัยนั้นผับหรือสถานบันเทิงที่เรียกว่า โลลิต้า ยังอยู่เลย พ่อก็จะเอานักร้อง ใครต่อใคร มากินที่ย่งหลีกันหมดเลย อาจารย์หรือครูสง่า อารัมภีร์ ก็มาด้วย เจ้าของร้านก็เล่าอะไรต่ออะไรให้ผมฟังเยอะแยะว่า คุณพ่อต้องมานั่งตรงนี้จะต้องกินแม่โขงกับน้ำแข็งแล้วจะต้องมีโซดา แล้วครูสง่า ก็จะต้องกินเหล้าไปแล้วก็แต่งเพลงไป เพราะว่ามันได้อารมณ์สุนทรี พวกนักร้องเมื่อสมัยก่อนก็มากันหมดแล้วก็มานั่งกินเหล้า กินอาหารที่ร้านนี้ ผมก็รู้สึกว่าเป็นเกียรติมากๆเลยที่แกเล่าให้เราฟัง แล้วเราก็ได้รู้ว่าพ่อของเราได้ทำอะไรไว้บ้างและเค้าก็ยังนึกถึงพ่อผมอยู่เสมอ และฝากความคิดถึงมาให้ ผมก็ปลื้มอกปลื้มใจเลยบอกเค้าว่าจะให้ผมกินอะไรผมก็กินทั้งนั้นแหละครับ เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าร้านนี้มันอร่อย

    ร้านย่งหลีเปิดมา 70 ปีแล้ว อาหารขึ้นชื่อเมื่อสมัยพ่อผมกินก็ยังคงมีอยู่และอร่อยขึ้นชื่อเหมือนเดิม ถ้าถามคุณพ่อว่าไปย่งหลีต้องกินอะไร สิ่งแรกที่คุณพ่อ

จะพูดคือ สลัดเนื้อสัน ย่งหลีเป็นหนึ่งในร้าน คุ๊กช๊อป แบบจีนเสริฟอาหารฝรั่ง อาหารไทย อาหารจีนมีเป็ดย่าง บะหมี่อะไรต่างๆ มากมาย แบบกุ๊กจีนเค้าทำอาหารฝรั่งกันไง เหมือนกับที่คุณพ่อทำรายการกับผมแล้วบอกว่า วันนี้จะทำ ซีเต๊กส์ ซีตูร์ ไม่ใช่ สเต็ก สตูร์นะครับ ซีเต๊กส์ ซีตูร์ ก็คือ เมื่อสมัยก่อนคนจีนเค้าออกเสียงไม่ได้ ก็เลยเรียกแบบนั้น แล้วเค้าก็มีวิธีการทำแบบของเค้าซึ่งเค้าก็ยังทำอยู่และเป็นอาหารที่อร่อยมากเลย พูดหน่อยก็แล้วกันว่า สลัดเนื้อสันของเค้า

     น้ำสลัดเป็นน้ำสลัดครีมซึ่งไม่เหมือนน้ำสลัดของฝรั่ง เพราะน้ำสลัดของเค้าจะออกหวานหน่อยแต่ว่าไม่ได้หวานเจี๊ยบอย่างที่เรากินกัน ที่เค้าใช้นมข้นทำกันนะครับ ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยว่าทำไมเค้าถึงต้องใช้นมข้นมาทำแต่ก็พูดไม่ออกเหมือนกัน เพราะว่าคนส่วนใหญ่คงไม่รู้ว่าน้ำสลัดจริงๆ ควรจะเป็นยังไง ก็เลยชอบหวานไว้ก่อน ซึ่งผมก็ทนไม่ได้เลยต้องไปทำน้ำสลัดกินเองทุกครั้ง แต่ที่นี่มันเป็นของ คุ๊กช๊อป แบบโบราณของคนจีนเค้าทำกัน มันเปรี้ยวๆ หวานๆ ครับ แล้วเราก็เลยสั่งสลัดเนื้อสันมากินซึ่งไม่ผิดหวัง เนื้อข้างนอกดำปี๊เลย แต่ข้างในยังสีชมพูอยู่และหั่นทางขวางของเส้น มันเลยไม่เหนียว แล้วก็จิ้มกับน้ำสลัด มีผักกาดหอม มีหัวหอมหั่นเป็นแว่นๆ มีมะเขือเทศ มีแตงกวา แค่นี้ก็อร่อยจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว แล้วยังมียำเนื้อซึ่งเอาเนื้อสันนี่แหละมายำแบบเผ็ดๆ วันนั้นผมสั่งมาตั้ง 9 อย่าง นอกจากลสัดเนื้อสันแล้วผมยังสั่งสลัดกุ้งกับปู มาด้วยเค้าก็เอากุ้งที่ลวกแล้ว กับปูที่แกะไว้ โรยไปบนสลัดแล้วราดด้วยน้ำซอสอาหารจานนี้ก็อร่อยเป็นบ้าเลยนะครับ

      จะเห็นได้ว่าร้านนี้มีทั้งฝรั่งและไทยนั่งกินอยู่และก็ไม่มีแอร์ แล้วก็เก่าเหมือนสมัยก่อนเลย สมแล้วที่อยู่มาเกือบ 70 ปี แต่ว่าอาหารเค้าอร่อยบรรยากาศเค้าก็ดี ไม่ต้องไปนั่งเหลาหรอกเพราะว่าที่ร้านนี้อร่อยมาก ผมสั่งหอยแครงมา เค้าถามว่าหอยแครงนี่คุณหมึกแดงชอบแบบไหน ผมก็เลยบอกว่าชอบแบบไม่ดิบ เค้าก็ลวกมาให้ผมแบบไม่ดิบจริงๆ แต่ที่เด็ดจริงๆ คือหอยแครงของเค้าคัดมาจากจังหวัดสุราษฏร์ธานีธานีตัวใหญ่เท่ากันหมดครับ ตัวใหญ่มาก แล้วที่สำคัญน้ำจิ้มเค้าทำถูกต้องตามหลักเลยคือไม่มีน้ำปลาหรือน้ำตาลเลย มีแต่เกลือพริกกระเทียมแล้วก็น้ำมะนาว อร่อยเป็นบ้าเลย ผมกินกับคนรถผมชื่อ น้าโรจน์ แป๊บเดียวหมดจานเพราะว่าน้ำจิ้มเค้าทำรสชาติเหมาะกับหอยแครงจริงๆ เป็ดย่างเขาก็ไม่เหมือนที่อื่น เป็ดย่างที่นี่ไม่หวานรสชาติได้กลิ่นรมควันของหนังเป็ด และน้ำจิ้มของเค้าไม่หวานเลย ออกไปทางเค็มๆ ซึ่งดีมากเวลาเอาไปใส่กับบะหมี่น้ำ และความที่ผมตะกละตะกรามกินมันซะจนหมดโดยไม่ได้เอะใจว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน แต่กว่าจะรู้ตัวมันก็หมดซะแล้ว มาที่นี่ไม่ได้กินอะไรกินบะหมี่อย่างเดียวก็อร่อยแล้วครับ แล้วเส้นบะหมี่ของเค้าก็ซื้อมาจากเจ้าเดิม 70 ปีที่แล้วก็ยังซื้อจากที่เดิมจากวงเวียน 14 กรกฎา ผมนี่ชื่นอกชื่อใจมากเลยแล้วก็ทึ่งกับร้านนี้จริงๆ ระหว่างกินๆ อยู่

           เจ้าของร้านก็เอาเกี้ยวทอดมาให้เรากินนึกว่าอาหารจะไม่พอไง บังเอิญเหลือบไปเห็นหมูกรอบแขวนอยู่หน้าร้าน เลยบอกเค้าว่า ขอชิมหมูกรอบหน่อยได้ไหม เอาจานเล็กๆ ก็ได้ เค้าก็เอาหมูกรอบมาให้ ถึงแม้ว่าหนังของหมูกรอบจะไม่กรอบแต่ว่าเนื้อของมันไม่แห้งฝากเหมือนกินกระดาษ ยังนุ่มและมีความชุ่มชื้นอยู่เลย ส่วนน้ำจิ้มก็น้ำจิ้มเดียวกันกับเป็ดซึ่งไม่หวาน ยิ่งอร่อยเข้าไปกันใหญ่เลย

    ผมกินไปกินมาไม่รู้จะทำยังไงก็เลยบอกว่าต้องมีอะไรล้างคอซักหน่อย ก็เลยสั่งต้มยำกุ้งมากิน เห็นเค้าใส่น้ำพริกเผานึกว่ามันคงหวานผมคงไม่ชอบกินแน่ๆ เลย แต่ที่ไหนได้ รสชาติเหมือนของโบราณเลย ไม่หวาน และถึงแม้ว่าจะเผ็ดน้อยไปนิดสำหรับผม แต่ว่ารสชาติรสชาติของเค้ามีหวานนิดๆ แต่มีความเค็มความเปรี้ยว

ที่กลมกล่อมเป็นอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับกินล้างคอจริงๆ แล้วก็ไม่มีไขมันจนเกินไปแล้วน้ำพริกเผาของเค้าก็ไม่หวานด้วย ผมสงสัยว่าเค้าคงทำน้ำพริกเผาเองหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ยังไงๆก็ตามนะครับผมก็อยากให้เพื่อนลองไปดู เหมือนกับย้อนยุคไปอยู่เมื่อสมัยที่ถนนสุขุมวิท ยังไม่มีรถไฟฟ้า ซอยวัฒนาก็ยังมีคูอยู่ข้างถนน

     ซอยอโศกก็ยังมีคูอยู่ 2 ข้าง แล้วทุกสิ่งทุกอย่างยังเงียบสงบอยู่หาที่จอดรถง่ายไม่แออัดเหมือนทุกวันนี้ แต่ร้านนี้เหมือนเดิมทุกสิ่งทุกอย่างเลย และได้บรรยากาศจริงๆ ผมนึกถึงเมื่อสมันผมยังเด็กๆ และจำได้ว่าผมมีความสุขแค่ไหนที่ผมได้ไปกินร้านแบบนี้แล้วก็ยังเหมือนเดิมอยู่ ไปร้านแบบนี้ทีไรก็นึกถึงสมัยที่ผมยังเด็กๆอยู่และนึกถึงความสุขที่เรามีเมื่อสมัยก่อน ก็ขอแนะนำเพื่อนๆ ลองไปย้อนระลึกถึงสมัยเด็กกันที่ร้านนี้ดูนะครับ


ร้าน ย่งหลี
ที่อยู่ 213 ปากซอยร่วมใจ สุขุมวิท 15 กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-251-5262
เวลาทำการ 11.30-20.30 น. ทุกวัน

 

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
 
สูตรเด็ดสัปดาห์นี้ | รายการ TV |เว็บบอร์ดเรื่องครัว | หมึกแดงชวนชิม | เคล็ดลับคู่ครัว
สมัครสมาชิก | นายตูดหมึก | ยายเมี้ยน | Secret Files | สาสน์จากหมึกแดง
แจ้งข่าว | สินค้าสมาชิก | หนังสือหมึกแดง | บทความ | ติดต่อหมึกแดง
Copyright©2000; McDang.com Webmaster ; webmaster@mcdang.com