|
|
|
ร้าน Noodle and
More (สถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม ) |
|
กรุงเทพธุรกิจ
( @ TASTE) ฉบับที่ 94 (วันศุกร์ ที่ 17 ตุลาคม 2546)
|
 |
 |
 |
 |
|
โดยมากแล้วพวกเราคนไทยไม่ชอบของเก่า
ไม่ชอบเก็บของเก่าๆไว้เพราะว่ามันไม่ทันสมัย
ยิ่งเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมหรือสิ่งก่อสร้างอย่างแบบบ้านสมัยเก่าๆที่เมื่อก่อนผมเคยอยู่
ตอนนี้ผมก็ยังอยากอยู่แบบนั้นอีกแต่ว่าหาบ้านเก่าๆแบบนั้นไม่ค่อยจะได้
แล้วยิ่งเป็นร้านอาหารก็ยิ่งหายากมากที่คนรุ่นใหม่จะเอาร้านเก่ามาปรับปรุงและตกแต่งให้เหมือนเดิมกับสมัยที่สร้างใหม่ๆ
และตกแต่งข้างในเป็นแบบสมัยใหม่โดยให้ดูจากข้างนอกเหมือนว่าได้ย้อนยุคไปนึกถึงสมัยตอนที่กรุงเทพพึ่งสร้างสถานีรถไฟหัวลำโพง
วันนี้ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดินหรือรถไฟฟ้าบีทีเอส
ไปถึงสถานีหัวลำโพงภายในปีหน้าช่วงวันแม่เราคงมีรถไฟฟ้าใต้ดินไปถึงสถานีหัวลำโพงเพราะว่ามีกำหนดการไว้แล้ว
ตรงมุมถนนก็จะออกมาที่หัวลำโพงพอดีเลยขึ้นมาหันมาทางขวามือก็จะเห็นตึกเก่าสร้างสมัยเดียวกับสมัยที่เค้าสร้างหัวลำโพง
สถานีนี้เป็นสถาปัตยกรรมเมื่อสมัยราชการที่ 5
นั่นแหละครับและมีความสวยงามมากยิ่งเค้าใส่แสงสีเสียงให้กับตึกรามบ้านช่องแถวนั้น
ก็จะออกมาโก้และหรูหรามากเลย
ข้างหน้าของสถานีหัวลำโพงนั้นมีสิ่งที่เป็นคล้ายอนุเสาวรีย์เล็กๆอยู่ตรงนั้นเป็นวงเวียน
แต่ความจริงแล้วตรงนั้นเคยเป็นที่หลบภัยใต้ดินของสถานีหัวลำโพงเมื่อสมัยสงครามโลกครังที่
2 และเค้าก็ยังมีอยู่ใต้นั้นเป็นที่ว่าง
เอาไว้เข้าไปแอบเวลาศัตรูมาบอมบ์สถานีรถไฟของเรา
ตอนนั้นญี่ปุ่นยังครอบครองเมืองไทยอยู่เลยครับ
กลับมาพูดเรื่องร้านอาหารดีกว่า ร้านนี้มีคนจากเยาวราชได้ไอเดียดี
ไม่ใช่รุ่นพ่อแม่นะแต่เป็นลูกสาว
พ่อแม่นั้นมีชื่อเสียงเรื่องทำเส้นบะหมี่อร่อยอยู่แถวเยาวราชมานานแล้ว
ตั้งแต่เมื่อก่อนนวดด้วยมือจนเดี๋ยวนี้มีออเดอร์สั่งเข้ามามากมายจนต้องเปลี่ยนมานวดด้วยเครื่อง
แต่เรื่องรสชาติยังคงอร่อยเหมือนเดิม
จะมีก็แต่คนเก่าๆที่เคยกินบะหมี่ตอนเค้านวดด้วยมือมักจะบอกว่า
นวดด้วยมือมันอร่อยกว่า
|
|
|
|
|
ร้าน Noodle and
More
คงรูปแบบร้านไว้เหมือนสมัยก่อนแต่ตบแต่งร้านข้างในทันสมัย
ฝรั่งจะชอบร้านนี้มากเพราะว่า มันดูย้อนยุคดี
ตัวลูกสาวเป็นคนออกแบบตกแต่งเอง
ส่วนพ่อแม่และพี่ชายก็ช่วยกันทำอาหาร เค้ามีร้านอีกร้านที่สยามสแควร์ชื่อ
ฮ่องกง นู๊ดเดิล
ซึ่งตบแต่งแบบทันสมัยมากและวัยรุ่นก็ชอบมากเลย
แต่ผมเป็นคนแก่แล้วก็เลยต้องชอบแบบโบรานหน่อย
ผมไปแอบดูเค้าทำบะหมี่
ซึ่งเค้าทำทั้งเกี๊ยวและบะหมี่ลวกได้พอดีๆ
และใส่กระเทียมเจียว ตั้งฉ่าย
และต้นหอมโรยเข้าไปข้างบนจะกินแบบนี้ก็ได้นะครับหรือจะกินแบบมีเป็ดย่างแล้วราดน้ำขลุกขลิกหน่อยก็อร่อยครับ
เค้ามีวิธีการทำโดยเอาบะหมี่มาลวกและทำราดหน้าซึ่งเป็นราดหน้ากุ้งผสมกับผัก
ง่ายๆแต่ว่าซอสราดหน้าของเค้าเป็นซอสพริกไทยดำ
ต้องกินร้อนๆนะครับเพราะไม่งั้นมันจะเลี่ยน
เค้ามีพวกขนมจีบซาลาเปาซึ่งหลากหลายพอสมควร
วันที่ผมไปผมได้กินแค่ 5-6 อย่างเท่านั้นเอง แต่ยังไงก็ตาม
ติ่มซำของเค้าที่เป็นเนื้อปลาห่อแล้วเอาไปนึ่งซีอิ้วอร่อยมากครับ
ไม่คาวด้วย มีขนมจีบหมูและขนมจีบกุ้งที่เค้าทำเอง
และยังมีฮะเก๋าและซูไหงซึ่งเป็นขนมจีบไส้กุ้งล้วนๆและมีแห้วใส่เข้าไปนิดหน่อยจิ้มกับจิ๊กโฉ่
ซึ่งเป็นน้ำส้มสายชูแบบจีนที่ทำจากซีอิ้ว
รสชาติจะออกเปรี้ยวๆหน่อยตัดกับความเลี่ยนได้ดี
จิ้มกับหมูหรืออะไรที่มันๆจะเข้ากันมาก
เป็ดย่างของเค้าก็ดีแต่ยังไม่เท่าบางร้านที่ผมเคยกินมาแต่หมูแดงของเค้าใช้ได้เลยครับนุ่มและไม่หวานจนเกินไปและมีรสชาติที่อร่อยมากและหอมจริงๆ
ถ้าเอาน้ำจากในจานไปราดกินกับบะหมี่จะอร่อยมาก
เค้ามีชื่อเกี่ยวกับเรื่องเกี๊ยว
ใส่ของเกี๊ยวเค้าพิเศษกว่าที่อื่นเพราะว่าเป็นไส้เห็ด
ซึ่งเป็นเจ
และเค้าก็ทำมาเพื่อขายเป็นแบบเจและคนก็กินจนติดกันเลยต้องทำมาขายตลอดไม่ว่าจะช่วงเจหรือไม่เจ |
|
|
|
|
อร่อย
|
สะอาด
|
คุณภาพวัตถุดิบ
|
ราคา
|
บริการ
|
|
|
|
|
|
|
|
|