|
|
|
ร้าน Biscotti (สถานีรถไฟฟ้า
BTS ราชดำริ ) |
|
กรุงเทพธุรกิจ
( @ TASTE) ฉบับที่ 95 (วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม 2546)
|
 |
 |
ซ้าย - Focaccia with ParmaHam, Rocket and
Parmesan
ขวาบน -
สลัดผักโขมเล็กใส่ ชีส
นมแพะ
Artichoke
มะเขือเทศและกุ้ง
ขวาล่าง - Risotto หญ้าฝรั่น
ใส่หน่อไม้ฝรั่งและตับห่าน |
|
|
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมพึ่งจะกลับมาจากฮ่องกงก็พอดีนัดญาติสนิทซึ่งเป็นพี่น้องและเพื่อนกันมาตั้งแต่ตอนเด็กๆและต่างคนก็แยกย้ายกันไปเรียนต่อที่เมืองนอก
ญาติคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นหรอกครับ
แม่ของเค้าก็เป็นญาติกับผมเพราะว่าแม่ของเค้าเป็นหม่อมราชวงศ์หญิงสายเทวากุลและตัวผมเองนามสกุลสวัสดิวัฒน์ก็เป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกันกับตระกูลเทวากุลผมถือว่าผมมีญาติสนิทที่เป็นญาติทางสวัสดิวัฒน์เป็นครอบครัวเดียวก็คือทางเทวากุลนั่นเอง
คุณปุยหรือศุภวรรณ ปันยารชุนเมื่อก่อนนี้นามสกุลศุภวรรณ ล่ำซำเค้าเรียนหนังสือกับผมมาตั้งแต่
ป.1
แหนะครับที่โรงเรียนสาธิตประสานมิตรหลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปเรียนเมืองนอกกันหมดเลย
แต่ปุยนั้นเป็นเพื่อนที่สนิทและเป็นญาติสนิทของผมซึ่งเค้าเองก็มีร้านอาหารมีทั้งร้านขายไอสกรีมที่มีชื่อว่าร้านไอซ์เมจิคและมีร้านอาหารชื่อว่า
กรูเมทเกเลอรี่ที่ ซอย 39 สุขุมวิท
โดยมากผมจะไม่ค่อยไปกินที่ร้านปุยหรอกครับเพราะเราต่างก็เบื่ออาหารของเราเองกันทั้งนั้น
ก็เลยนานๆ ทีเดือนละครั้งหรือ 2-3
เดือนครั้งเราก็ต้องมานั่งคุยกันฉันท์ญาติมิตรและมีเรื่องมาเล่ากัน
เพราะเค้าก็เดินทางบ่อยพอสมควร
ตัวผมเองก็เดินทางบ่อยเหมือนกันแล้วประจวบเหมาะกันที่เราทั้ง
2 คนเป็นคนที่ชอบกินกันทั้งนั้นก็เลยหาที่อร่อยกินกัน
ตอนแรกคุณปุยก็นัดผมไปกินหลายร้านเลยแต่อยู่ดีๆเค้าก็เปลี่ยนใจ
ถามผมว่าอยากไปกินที่ร้านไหนผมก็เลยบอกว่า
ผมยังไม่เคยไปกินร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่โรงแรม Regent เลย
อยากจะลองไปดู ก็เลยสรุปว่าเราจะไปกันที่ร้าน Biscotti
ที่โรงแรม Regent กัน ซึ่งผมก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย
ปรากฏว่า อาหารที่นี่อร่อยมาก บรรยากาศก็ดี
ผมรู้สึกว่าที่นี่ดูไม่เหมือนร้านอาหารอิตาเลี่ยนแต่ดูเหมือนร้านอาหารฝรั่งสมัยใหม่มากกว่า
แต่อาหารที่ออกมานั้นต้องยอมรับว่าเป็นอิตาเลี่ยนจริงๆ
ซึ่งบางคนอาจคิดว่ามันเค็มไปเพราะว่าเค้าใช้เกลือสมุทรในการทำอาหาร
อย่างเวลาเค้าย่างเนื้อเค้าก็จะโรยเกลือสมุทรลงไปด้วยเพื่อให้มันหอม
และทำให้มันเกรียม ซึ่งจะทำให้อาหารย่างอร่อยขึ้นไปอีก
บางท่านอาจจะไม่คุ้นเคยกับรสชาติแบบนี้แต่สำหรับผมแล้ว
ต้องบอกว่าอาหารที่เค้าทำนั้นเป็นอาหารรสจัดเข้มข้นและเป็นอาหารที่เป็นอิตาเลี่ยนจริงๆเลยครับ
วันที่ผมไปไปกันแค่ 2 คนแต่สั่งอาหารมาตั้งหลายอย่าง
เลยต้องนั่งโต๊ะของ 4 คนเพราะว่าจะได้วางอาหารพอ
พอสั่งอาหารเสร็จระหว่างที่รอเค้าก็เอาขนมปังมาให้กิน |
|
|
ขวา
- ซี่โครงแกะย่างกับหัว Artichoke
ซ้ายบน - Pana Cotta รส Limoncello กับซอส Caramel
ซ้ายล่าง - บรรยากาศภายในร้าน |
 |
 |
|
|
มีชีสมีมะเขือเทศหั่นเป็นแว่นๆแล้วก็เอาไปอบ
อร่อยหอมแล้วก็เค็มเปรี้ยวมันส์ กินจิ้มกับบล๊อคโคลี่ที่เค้าเอาไปต้มแล้วก็เอาไปบดใส่มะกอกใส่ครื่องเทศใส่กระเทียมเผาไปหน่อยนึงทำคล้ายๆ
dip หรือเครื่องจิ้มของขนมปังก็อร่อยดีนะครับ กินมะกอกไป
กินขนมปังไป กิน dip ไป หลังจากนั้นก็สั่งไวน์มากินกัน 2
คนหมดเลยสบายไป จากนั้นอาหารจานแรกก็มาเลย หน้าตาคล้ายๆกับพิซซ่า
ไส้ของมันนั้นมีทั้งพามาแฮม
ซึ่งเป็นหมูแฮมที่เอาไปรมควันมาและไม่ได้ต้มจนมันสุกแต่ว่าใช้วิธีรมควันแล้วใส่เกลือ
มีผักร๊อคเก็ทคล้ายๆผักขม และมีพาเมซอลชีส
แต่ว่าจะมีแป้งโปะหน้ามาอีกทีหน้าตามันเลยดูเหมือนแพนเค้ก
ภาษาอิตาลี่ เรียกว่า Facaccia ซึ่งแปลว่าแพนเค้กที่มีหน้าปะ
ก็ขนมเบื้องนั่นแหละครับ แต่เป็นขนมเบื้องแบบอิตาเลี่ยน
รสชาติหอมหวลมากเลย และอร่อยมากกินกันได้ซัก 2
ชิ้นสลัดที่เราสั่งก็มาพอดี ซึ่งเป็นสลัดใบผักขมใบเล็กๆ
มีเนยแข็งที่ทำจากนมแพะ มีผักชนิดเป็นหัวเรียกว่า Artichok
มีมะเขือเทศและมีกุ้งลวก ผสมเข้าไปด้วย
รสชาติไม่เข้มข้นจนเกินไป แต่กินแกล้มกับ Facaccia
แล้วรสชาติอร่อยมากเลย หลังจากนั้นผมก็สั่งอาหารมาอีกจานนึงซึ่งเป็น
มะเขือเทศที่เอาไปอบกับเนยแข็ง มัสเซอเรล่า และเนยแข็ง พลาเมซอล
และมีมะเขือเทศสดหั่นบางๆใส่เข้าไปด้วยและมีใบโหระพาฝรั่ง
จานนี้ร้อนมากและหอมมาก
ใครที่ชอบกินมะเขือสีม่วงคงจะชอบเพราะเค้าทำได้ไม่เละจนเกินไปแต่ใส่ชีสมากเลยครับ
อีกอย่างที่เราสั่งมาเพราะอยากกินมากคือ Risotto
ซึ่งก็คือข้าวผัดแบบเละๆคล้ายๆข้าวต้มเละๆแห้งๆ
แต่ยังเป็นเม็ดอยู่และยังมีความกรุบๆของเม็ดข้าวแต่ละเม็ด
Risotto นั้นเค้าผัดแล้วก็เติมน้ำลงไปเรื่อยๆ
เค้าใส่หญ้าฝรั่นเข้าไป
ทำให้มันเหลืองและมีความหอมของหญ้าฝรั่น
หลังจากนั้นเค้าก็เอาหน่อไม้ฝรั่งใส่เข้าไปด้วยจนกระทั่งข้าวเกือบจะสุกแต่ว่ายังเละๆอยู่
ตักใส่จานแล้วเอาตับห่านมาทอดพอสุก
ตักขึ้นมาวางไว้บนข้าวแล้วเอาซอส
ที่ทำจากการทอดทับห่านมาราดไว้ข้างบน
ต้องบอกว่าอร่อยมากและเค้าทำได้ดีจริงๆผมชอบมากครับ
นอกจากนั้นยังมีเส้นใหญ่คล้ายๆ เส้นเกี๊ยวเป็นแผ่นๆ ซึ่งคนอิตตาเลี่ยนเค้าเรีกว่า
Stracci ซึ่งเค้าเอาไปลวกแล้วเอาไปผัดกับไส้กรอกที่ทำจากเป็ด
ผัดใส่ต้นกระเทียมและสตูเห็ด ผัดออกมาแล้วรสชาติ
ทั้งมันทั้งหอมทั้งเค็ม รสชาติเข้มข้นมากเลยครับ
มีความเปรี้ยวนิดๆ
จากซอสมะเขือเทศด้วยจากนั้นผมก็สั่งอาหารเมนมากินอีกจาน เป็น
ซี่โครงแกะย่างเสิร์ฟกับหัว Artichoke
และมันต้องบอกว่าอร่อยจริงๆเพราะเค้าย่างได้ไม่สุกจนเกินไป
หอมมากเลยและยังใช้เกลือสมุทรโรยเข้าไปในนั้น
มีเครื่องเทศที่ครบครัน อร่อยมากครับ |
|
|
|
|
อร่อย
|
สะอาด
|
คุณภาพวัตถุดิบ
|
ราคา
|
บริการ
|
|
|
|
|
|
|
|
|