HomePage สาส์นหมึกแดง
นายตูดหมึก
ยายเมี้ยน จิ๊จ๊ะ
หมึกแดง Secret File Secret File
สินค้าสมาชิก
แจ้งข่าว
ข้อมูลของคุณ
Home
คอลัมน์ “นายตูดหมึกแกะรอย”

         สุขกันเถิดเรา เศร้าไปทำ อย่ามัวอาลัย….

          ผมร้องเพลงนี้ได้อย่างสบายใจ (อาจจะร้องผิด ๆ ถูก ๆ บ้าง ก็ผมไม่ใช่พี่เบิร์ดนี่ครับ) เพราะครั้งนี้ผมกำลังเริ่มการเดินทางครั้งใหม่ไปยังเมืองเหนือ หรือพูดเป็นภาษาเหนือว่า มาแอ่วเหนือเจ๊า แฮะๆๆๆๆ อู้กำเมืองก็ได้ก๋า จริง ๆ ก็ไม่ได้มาแอ่วอะไรหรอกครับผมมาทำงานต่างหากล่ะครับ ครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมและทีมงานได้ขึ้นมาที่เชียงรายเพื่อมาถ่ายทำรายการครับ เอ..ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าที่เมืองเหนือนี้มีมนต์เสน่ห์อะไร ถึงทำให้คนที่มาแล้วต้องมาอีกเป็นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 อยู่ร่ำไป


รถตู้คันใหม่ของเรา

ช้างเต็มไปหมดเลยครับ

ที่นั่งบนหลังช้างเค้าเรียกว่า "กูบ" ครับ
          ผมและทีมงานออกเดินทางจากกรุงเทพฯประมาณ 1 ทุ่ม โดยรถตู้คันใหม่เอี่ยมที่พี่หมึกแดงซื้อให้กับทีมงานถ่ายทำ เพื่อใช้ในการเดินทาง (อย่างเป็นทีม) เพราะบางครั้งที่มีการถ่ายทำที่ต้องเดินทางไกล ๆ โดยใช้รถกระบะ 4 ประตู (รถถ่ายทำคันเก่า) มีที่นั่งไม่เพียงพอกับทีมงานที่ต้องเดินทางไปด้วย ทำให้ทีมงานบางส่วนต้องแยกเดินทางไปโดยรถไฟบ้าง ทางเครื่องบินบ้าง ซึ่งไม่สะดวกในการเดินทางและการทำงาน จึงทำให้เราได้รถตู้คันใหม่มายังไงล่ะครับ

ใครอยากขี่ช้างก็ได้ครับ

กะเหรี่ยงยิ้มหวานครั้งละ 15 บาท

แม่น้ำกก

          เราเดินทางถึงจังหวัดเชียงรายกันประมาณ 8 โมงเช้า สาเหตุที่ทำให้เดินทางมาถึงช้านั้นเนื่องจากว่ามีฝนตกทั้งคืนในวันเดินทาง ทำให้เราต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถจึงไม่สามารถที่จะขับรถด้วยความเร็วได้ เมื่อเดินทางมาถึงเราก็ทำงานกันทันที โดยยังไม่ได้พักผ่อน (ต้องยกความอึดให้กับตากล้องที่เป็นสารถีขับรถในวันนั้น)

          มาถึงปุ๊บตากล้องก็ไปเก็บภาพยังสถานที่ต่าง ๆ ที่เราจะต้องมีการถ่ายทำในวันต่อไป (มีการวางแผนการถ่ายทำล่วงหน้าไว้ทุกครั้ง) เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว เมื่อพี่หมึกแดงมาถึงก็ถ่ายทำการสัมภาษณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาในการเก็บภาพหลังจากสัมภาษณ์เสร็จ ผมขออธิบายนิดนึงนะครับว่าทำไมถึงต้องมีการเก็บภาพกันก่อน เพราะหลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจ คือ เวลาที่พี่หมึกแดงสัมภาษณ์ผู้ร่วมรายการแล้วพูดถึงอะไรต่อมิอะไร เช่น สิ่งของ สถานที่ อาหาร อะไรพวกนี้แหละครับ เราก็ต้องไปถ่ายภาพสิ่งนั้นแล้วนำมาตัดต่อใส่ในเทปสัมภาษณ์ ทำให้เวลาที่พี่หมึกแดงสัมภาษณ์ไปเราก็จะเห็นภาพตามไปด้วยยังไงล่ะครับ

โรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท

ห้องรับแขกมีเตียงเสริม(สำหรับผู้เสียสละ)

ห้องนอนผมเอง
          มีอยู่ที่หนึ่งที่ทีมงานไปเก็บภาพกันก่อนคือที่ หมู่บ้านรวมมิตร ซึ่งเป็นหมู่บ้านของกะเหรี่ยงหลาย ๆ เผ่ามาอยู่รวมกันจึงได้ชื่อว่า รวมมิตร ยังไงล่ะครับ ที่นี่จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำกกและมีจุดลงแพ และที่ตรงนี้นี่เองยังมีชมรมช้าง บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรทัวร์อยู่ด้วย มีช้างน่ารัก ๆ อยู่เต็มไปหมดเลยครับ ใครอยากจะขี่ช้างก็ได้นะครับเค้ามีบริการให้กับแขกที่ต้องการขี่ช้าง ซึ่งก็เป็นการสร้างรายได้ให้กับพวกเค้าได้เป็นอย่างดี จะได้ไม่ต้องนำช้างมาเดินในกรุงเทพฯให้รถชนบาดเจ็บ เฮ้อ..น่าสงสารจริง ๆ ครับ

          พอเก็บภาพกันเสร็จและกำลังจะเดินทางกลับ ผมก็เผอิญเหลือบไปเห็นชาวเขา 2 คนกระเตงเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งอยู่ ผมก็เลยอยากจะเก็บภาพที่น่ารัก ๆ นี้มาฝากท่านผู้อ่าน (เอาใจกันขนาดนี้ไม่รู้รักนายตูดหมึกกันบ้างหรือเปล่า) พอผมกำลังจะถ่ายภาพชาวเขาทั้ง 2 คนนั้นเหมือนว่าเค้าจะชอบใจยิ้มให้ผมใหญ่เลยครับ เห็นฟันซี่ดำ ๆ เต็มไปหมด หลังจากที่ผมถ่ายภาพเสร็จกำลังจะเดินไปขึ้นรถ ชาวเขาทั้ง 2 คนก็เดินเข้ามาหาผมพูดอะไรกับผมก็ไม่รู้ ผมฟังแล้วไม่เข้าใจคิดว่าคงจะเป็นภาษาของเค้ามั้งครับ แต่ผมก็พอจะเดาได้จากคำบางคำที่เค้าพูด คือคำว่า “บาด บาด” ผมก็เข้าใจทันทีว่าเค้าคงจะมาขอสตางค์ผมแน่ ๆ แต่ทำยังไงดีล่ะครับผมไม่ได้นำเงินลงมาจากรถเสียด้วยสิ ทีมงานคนหนึ่งก็เลยควักออกมาให้คนละ 5 บาท รู้มั้ยครับว่าพวกเค้าพูดกันว่ายังไงบ้าง (แบบว่าฟังไม่รู้เรื่องแต่ดูจากท่าทางเอา) เค้าชี้มาทางพวกเราว่ายืนกันอยู่ตั้ง 4 คนแต่ให้คนละ 5 บาทเองเหรอ ตากล้องผู้ใจดีก็เลยควักให้อีกคนละ 10 บาท กลายเป็นว่าได้กันคนละ 15 บาทสบายใจเฉิบ โอ้โห..สมัยนี้หาเงินกันง่ายนะครับ คิดเสียว่าเป็นค่านางแบบก็แล้วกันครับ


เกาะริมน้ำ.

ห้องอาหารในโรงแรม

ครัวในโรงแรมสะอาดสะอ้าน

          ในวันนั้นกว่าจะเราเก็บภาพเสร็จและได้เดินทางเข้าที่พักก็เกือบเย็นแล้วครับ และ ณ โอกาสนี้ผมและทีมงานก็ต้องขอบคุณทางโรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ จ.เชียงรายด้วยนะครับที่อนุเคราะห์ที่พักให้กับผมและทีมงาน และทางโรงแรมก็ใจดีเหลือเกินครับจัดห้องพักให้เรา 2 ห้องเป็นห้องสวีท ไอส์แลนด์ทั้ง 2 ห้องเลยครับ (ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือว่าหยิบกุญแจห้องผิดก็เลยกลายเป็นห้องสวีทไป โอ๊ะๆๆๆ ผมล้อเล่นครับ)

          ตอนแรกผมก็ไม่ทราบหรอกครับว่าเป็นห้องสวีท พอเปิดประตูเข้าห้องไปปุ๊บไม่เห็นเตียงนอนก็แปลกใจว่าทำไมถึงมีแต่ชุดรับแขกแต่ไม่มีเตียงนอน พอเข้ามาถึงด้านในจึงเห็นว่ายังมีห้องนอนอีกห้องหนึ่ง และยังมีระเบียงกว้าง ๆ เอาไว้นอนชมทัศนียภาพของแม่น้ำกกด้วยนะครับ ความสวยเกินบรรยายครับ และช่วงที่ผมพักอยู่ที่นี่ผมก็ตกอยู่เรื่อย ๆ จึงทำให้ทัศนียภาพนั้นสวยงามยิ่งขึ้น (แต่ลำบากตอนทำงานน่ะสิครับ) สวีทสมชื่อแต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะสวีทกับใครก็ทีมงานที่พักห้องเดียวกับผมเป็นผู้ชายทั้งหมดน่ะสิครับ เฮ้อ..แย่จัง

นายตูดหมึก

club@mcdang.com