HomePage สาส์นหมึกแดง
นายตูดหมึก
ยายเมี้ยน จิ๊จ๊ะ
หมึกแดง Secret File Secret File
สินค้าสมาชิก
แจ้งข่าว
ข้อมูลของคุณ
Home
คอลัมน์ “นายตูดหมึกแกะรอย”

          ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วที่ผมกำลังเริงร่าอยู่ริมแม่น้ำกกในโรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ แต่แล้วสวรรค์รำไรของผมก็ต้องหยุดลงเมื่อครบกำหนด 2 วันที่ผมได้พักอยู่ที่นี่ เพราะต้องเดินทางต่อไปยังภูใจใสรีสอร์ท ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราจะต้องไปถ่ายทำต่อ เราเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมกันแต่เช้าแล้วออกเดินทางไปยังภูใจใส ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้วครับ

     


ทางเข้าภูใจใสรีสอร์ท
          การเดินทางสู่ภูใจใสเราจะต้องเดินทางขึ้นไปทางดอยแม่สลอง ซึ่งหนทางนั้นค่อนข้างคดเคี้ยวและลำบาก เพราะต้องขึ้นเขาไป ถนนหนทางก็ยังไม่ดีนัก แต่พอมาถึงปุ๊บผมต้องอุทานออกมาดัง ๆ ว่า โอ้..นี่คือสวรรค์บนดินหรือนี่ เพราะสวยงามมากกกกกกกกกครับ จนผมต้องเอ่ยปากถามทีมงานที่มา Survey ว่าไปหาที่อย่างนี้เจอได้อย่างไร

ภูใจใสรีสอร์ท

Reception

ทางเดินเข้าห้องพัก
          เมื่อเดินทางมาถึงยังไม่ทันจะได้เก็บสัมภาระกันเลย ทีมงานก็เตรียมตัวไปเก็บภาพล่วงหน้าก่อนทันที ส่วนผมนั้นไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับทางนี้ จึงได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ไปรับพี่หมึกแดงที่ Airport ผมออกจากรีสอร์ทตอนเที่ยงครึ่ง ซึ่งตามกำหนดการเที่ยวบินที่พี่หมึกแดงจะมาถึงคือ 14.40 น. โดยจะออกจากกรุงเทพฯตอน 13.25 น. แต่ตัวผมนั้นเดินทางถึง Airport ตั้งแต่บ่ายหนึ่ง ผมเหลียวมองดูนาฬิกา โอ้โห้..นี่ผมมาเตรียมรอรับตั้งแต่พี่หมึกแดงยังไม่เดินทางออกจากกรุงเทพฯเลยเหรอเนี่ย ซึ่งในความจริงก็ถูกต้องแล้วล่ะครับที่ต้องมารอ ขืนมาสายมีหวังผมคงถูกเชือดแน่ครับ

พี่หมึกแดงเดินทางถึง Airport

พี่หมึกแดงและเพื่อน

ฝนตกยังไงก็บ่ยั้น
          หลังจากที่นั่งรอก็แล้วสัปหงกรอก็แล้วในที่สุดเที่ยวบินของพี่หมึกแดงก็มาถึง แต่กว่าจะได้ออกมาก็ล่อเข้าไป 3 โมงกว่าแล้วครับ เพราะติดเรื่องกระเป๋านี่แหละที่หากันไม่เจอ ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้นอกจากพี่หมึกแดงและทีมงานแล้วยังมี พี่น้อย (น้องพี่หมึกแดง) และเพื่อนพี่หมึกแดงอีก 4 คนที่เป็นฝรั่งกันทั้งนั้นเลยครับ ก็เลยวุ่นวายกันนิดหน่อยแต่ก็ผ่านไปด้วยดี

บรรยากาศดีมั้ยครับ

นั่งรับลมตรงนี้ก็เยี่ยม

นั่งเล่นจิบกาแฟก็ดีไม่หยอก
          ระหว่างทางที่เราเดินทางไปที่รีสอร์ทพี่หมึกแดงก็บ่นว่าอยากทานสับปะรดเชียงรายและจะเอาให้เพื่อนฝรั่งทานด้วย จะได้รู้ว่าสับปะรดเชียงรายนั้นอร่อยขนาดไหน ท่านผู้อ่านเคยเห็นมั้ยครับที่เค้าวางขายกันริมถนนเป็นระยะ ๆ เหมือนพวกไก่ต้มน้ำปลาอย่างนั้นแหละครับ แต่แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อยู่ ๆ ฝนจากไหนก็ไม่ทราบเทกระหน่ำลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกฟ้าใสเชียวครับ พอขับรถไปได้ระยะหนึ่งก็เจอร้านสับปะรดพอดี พี่หมึกแดงไม่รอช้ารีบกระโดดลงจากรถ แต่ก็ไม่ลืมที่คว้าร่มลงไปด้วย (ส่วนผมรออยู่ในรถคอยสังเกตการณ์ครับ แฮะๆๆๆๆก็เลยไม่เปียกฝน) ลงไปคุยกับแม่ค้าสักครู่ก็เหมาสับปะรดเค้ามาหมดร้านเลยครับ พี่หมึกแดงบอกว่าถูกมากแค่ลูกละ 5 บาทเท่านั้นก็เลยเหมามาหมดเลย (แล้วจะทานหมดหรือครับเนี่ย)


อีกมุมหนึ่ง


ร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพันธุ์

เอ้า..เริ่มถ่ายทำ

          พี่หมึกแดงกลับขึ้นมาบนรถด้วยเนื้อตัวที่เปียกปอน (ก็เพราะไอ้ความอยากนี่แหละหนาเป็นเหตุ) ก็เหมือนฟ้าจงใจแกล้งพี่หมึกแดง อยู่ ๆ ฝนก็หยุดตกเอาเสียอย่างนั้นแหละ แถมยังมีร้านสับปะรดเรียงรายเต็มไปหมดเลยหลังจากที่ผ่านร้านแรกมา (แหม..ถ้ามาซื้อตรงนี้ก็ไม่ต้องเปียกแล้ว) พอไปถึงรีสอร์ทคนก็งงกันใหญ่ว่าพี่หมึกแดงไปตกน้ำที่ไหนมาเนื้อตัวถึงเปียกอย่างนี้ แต่หลังจากที่เช็ดหน้าเช็ดตากันเรียบร้อยแล้วพี่หมึกแดงก็เริ่มถ่ายทำทันที นี่แหละครับสปิริตอันแรงกล้าอย่างหนึ่งของพี่หมึกแดงที่ผมยังนับถือเลยครับ ไม่ว่าฝนจะตก นกจะร้อง ท้องจะกิ่วสักแค่ไหน พี่หมึกแดงก็ไม่เคยเกงานเลยสักครั้ง ทำให้พวกเราทุกคนอดรักพี่หมึกแดงไม่ได้ (มามะ..มาให้จุ๊บเสียดี ๆ)

          ว้า..เขียนไปได้นิดเดียวก็หมดหน้าเสียและ เอาไว้อาทิตย์หน้าผมจะพาท่านผู้อ่านไปชมอะไรที่สวย ๆ งาม ๆ ซึ่งถ้าใครเห็นก็ต้องอิจฉาผมและพี่หมึกแดงแน่ ๆ อยากรู้มั้ยล่ะครับว่าเป็นอะไร ถ้าอยากรู้ก็ต้องติดตามอาทิตย์หน้านะครับแล้วเจอกันครับ บ๊าย บาย

นายตูดหมึก

club@mcdang.com