HomePage สาส์นหมึกแดง
นายตูดหมึก
ยายเมี้ยน จิ๊จ๊ะ
หมึกแดง Secret File Secret File
สินค้าสมาชิก
แจ้งข่าว
ข้อมูลของคุณ
Home
คอลัมน์ “นายตูดหมึกแกะรอย
          เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราคุยกันถึงเรื่องสนุก ๆ ที่พี่หมึกแดงได้ไปถ่ายทำรายการที่ สถาบันการบินพลเรือน มาแล้ว วันนี้ผมมีรายละเอียดเกี่ยวกับสถาบันการบินพลเรือนมาเล่าสู่ให้กันฟังครับ

คอร์ปเตอร์ในศูนย์ฯ
          นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมรู้เร็วกว่านี้ว่ามีโรงเรียนสอนการบินแบบนี้ ผมคงสมัครเรียนไปนานแล้ว ไม่แน่ป่านนี้ผมอาจจะได้เป็นกัปตันหนุ่มรูปงามไปแล้วก็ได้นะครับ แต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ครับว่ากว่าที่นักบินจะไต่เต้าจนเป็นกัปตันได้เนี่ย เค้าต้องใช้ระยะเวลานานกี่ปี?
เครื่องบินแบบ2เครื่องยนต์
          ก่อนจะมาเป็นกัปตันบนเครื่องบินที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้เห็นกันอยู่นั้น เค้าคนนั้นจะต้องเป็นนักบินมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ปีครับ โดยเริ่มนับตั้งแต่การรับประกาศฯครับ ก่อนหน้านั้นไม่เกี่ยว ซึ่งหลักสูตรการเรียนของที่นี่ค่อนข้างหินจริง ๆ ภาษาอังกฤษต้องแข็งแรง เพราะหลักสูตรในการเรียนเค้าเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยหลักสูตรของสถาบันการบินฯนั้นเรียนกันแค่ 1 ปีเท่านั้น โดยแบ่งเป็นภาคพื้นหรือภาคทฤษฎี 2 เดือน และภาคอากาศหรือภาคสนามต้องมีชั่วโมงบินไม่ต่ำกว่า 225 ชั่วโมงครับ ถึงจะได้รับใบประกาศฯ ซึ่งหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรประจำครับ

นักเรียนใหม่

ชุดนักบินทั้ง 2 แบบ

นักบินหญิงก็มีครับ
           นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรพิเศษ เป็นการเรียนแบบสั้น ๆ 6 เดือน จะเรียนเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ก็ได้ เป็นหลักสูตรนักบินส่วนบุคคล แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงครับตกประมาณ 200,000-300,000 บาทครับ อ้อ..ลืมบอกไปสำหรับหลักสูตรประจำที่ผมกล่าวมาเมื่อสักครู่ เป็นหลักสูตร 1 ปีมีค่าใช้จ่ายตกประมาณ 1,500,000 บาท แหม..หนึ่งล้านห้าแสนบาท ถูกไม่ใช่เล่นเลย เอ๊ย..แพงสิครับ แพงหูฉี่เลยล่ะ แต่ถ้าคิดถึงผลระยะยาวที่หากใช้ในการประกอบอาชีพก็คุ้มล่ะครับ เพราะเค้าเรียนไปเพื่อเป็นนักบินจริง ๆ ซึ่งในส่วนที่แพงนี้ก็เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการบินนั้นค่อนข้างสูงเอาการ แค่เฉพาะค่าน้ำมันเครื่องบินก็หนักเอาการแล้วล่ะครับในการบินแต่ละครั้ง

ในห้องเรียนภาคทฤษฎี

ห้องบังคับการจำลอง

นักเรียนเพิ่งเก็บชั่วโมงบินเสร็จ

          ในส่วนของการบินนั้นได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทครับ อย่างแรกเลยก็คือ การบินทางทหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันประเทศ เป็นการรับผิดชอบตัวเองล้วน ๆ ครับ อย่างที่สอง คือ การบินส่วนตัว วัตถุประสงค์ก็เพื่อการท่องเที่ยวครับ (อันนี้หลักสูตรสำหรับคนมีกะตังค์น่ะครับ) และหลักสูตรสุดท้ายที่คนนิยมเรียนกันมากที่สุดก็คือ การบินพาณิชย์ครับ สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการบินพาณิชย์ก็ คือ Safety First ครับ เพราะการบินพาณิชย์นั้นจะต้องควบคุมเครื่องบินที่มีผู้โดยสารอยู่ทั้งลำ ทุกชีวิตอยู่ในมือของคนเพียง 2-3 คนเท่านั้น ฉะนั้นการบินพาณิชย์ความปลอดภัยจึงต้องมาก่อนเป็นอันดับแรกครับ

          มาครับ.. ผมจะพาทุกท่านไปชมบรรยากาศของการเรียนในแต่ละช่วงกัน สังเกตได้จากเครื่องแบบที่สวมใส่


แบบจำลองของเครื่องบินพาณิชย์

แบบจำลองอีกรุ่นหนึ่ง

ในห้องเป็นอย่างนี้ครับ

          โดยในช่วงแรกนักเรียนที่เข้ามาใหม่จะสวมเครื่องแบบเป็นเสื้อสีขาวเป็นนักเรียนใหม่ที่ยังเข้ามาไม่ถึง 2 สัปดาห์เลยครับ ช่วงนี้จะเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีทั้งหมดตั้งแต่ส่วนประกอบของเครื่องบินแต่ละแบบ นักเรียนทุกคนต้องรู้จักและดูแลรักษาบำรุงส่วนประกอบเหล่านี้ให้เป็นจริง ๆ รวมไปถึงทฤษฎีการขับขี่เครื่องบิน ต่อจากนั้นนักเรียนจะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดนักบินสีฟ้า ซึ่งก็ยังคงนับว่าเป็นนักเรียนใหม่อยู่เข้ามาได้ประมาณ 6 เดือนครับ ช่วงนี้จะเป็นการเรียนปฏิบัติแต่ส่วนใหญ๋ยังคงเป็นการปฏิบัติภาคพื้นดิน โดยมีการฝึกหัดขับเครื่องบิน ซึ่งเป็นการขับขี่จากห้องโดยสารจำลอง เพราะนักเรียนจะต้องรู้จักและคุ้นเคยกับเครื่องไม้เครื่องมือเป็นอย่างดีก่อนจึงปฏิบัติจริงได้ และมาถึงช่วงสุดท้ายของการเรียน นักเรียนที่ใกล้จะจบแล้วจะแต่งเครื่องแบบเป็นชุดนักบินสีเทา ซึ่งจะเป็นการเก็บชั่วโมงบินจนกว่าจะครบ 225 ชั่วโมง (เป็นอย่างต่ำ) โดยการฝึกบินทุกครั้งจะต้องทำเรื่องและได้รับอนุญาตจากอาจารย์ผู้สอนทุกครั้ง (อาจารย์สวมชุดสีเขียวครับ)

          นี่ก็เป็นขั้นตอนคร่าว ๆ ที่ผมพอจะกล่าวให้ได้ทราบกันได้ ซึ่งการเรียนแต่ละช่วงนั้นต้องยากกว่าที่ผมได้กล่าวมาแล้วอย่างแน่นอน เพราะนักบินทุกคนต้องมีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา รวมถึงความมีสติและการตัดสินใจด้วย เพราะหากพลาดไปเพียงจุดเดียวในการบิน นั่นหมายถึงชีวิตและทรัพย์สินที่ต้องสูญเสียครับ

นายตูดหมึก

club@mcdang.com