HomePage สาส์นหมึกแดง
นายตูดหมึก
ยายเมี้ยน จิ๊จ๊ะ
หมึกแดง Secret File Secret File
สินค้าสมาชิก
แจ้งข่าว
ข้อมูลของคุณ
Home
คอลัมน์ “นายตูดหมึกแกะรอย”
          เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยายเมี้ยนได้พูดถึงการอยู่แบบพอเพียง ซึ่งได้เสนอตัวอย่างของครอบครัวลุงฮีมที่สามารถสร้างหลักปักฐานได้จากการทำผลไม้จิ๋ว แต่ยังไม่ได้บอกเล่าถึงกรรมวิธีในการทำผลไม้จิ๋วให้ได้ฟังกันเลย วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาเล่าเรื่องราวกรรมวิธีการทำผลไม้จิ๋วนี้ให้กับสมาชิกได้ทราบกันครับ
           ก็อย่างที่ยายเมี้ยนได้บอกเอาไว้นั่นแหละครับ ว่าลุงฮีมน่ะใช้ดินเหนียวเป็นวัตถุดิบในการทำ ซึ่งเป็นการใช้สิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติเนี่ยให้เกิดประโยชน์สูงสุด (บริเวณบ้านของลุงฮีมเต็มไปด้วยดินเหนียวครับ) เวลาจะทำก็ขุดดินเหนียวแล้วเอามาเก็บไว้ในถุงพลาสติก เก็บไว้เป็นเดือนก็ไม่แห้งครับสามารถนำมาใช้ได้ตลอดเวลา เพียงแต่ต้องระวังอย่าให้ดินเหนียวโดนลมนานเกินไป เพราะจะทำให้ดินเหนียวนั้นแห้งได้ หยิบออกมาเท่าที่จะใช้ก็พอครับ จะได้ไม่เปลืองทรัพยากรโดยไม่จำเป็น

           ที่จริงผมว่าสิ่งเหล่านี้เราก็น่าจะปลูกฝังให้กับคนไทยไว้มาก ๆ ก็จะดีนะครับ ผมสังเกตเวลาไปงานเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟ่คนไทยจะตักอาหารกันมามาก ๆ แล้วสุดท้ายก็ทานไม่หมด ทำให้ต้องเหลือทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ แล้วบางครั้งคนที่มาทีหลังก็ไม่ได้ทานอีกด้วย ผมว่าตักเท่าที่พอทานก็พอครับ หากไม่อิ่มแล้วค่อยไปตักใหม่จะดีกว่า (จนตอนนี้ร้านอาหารบุฟเฟ่บางที่ต้องตั้งมาตรการสำหรับคนที่ชอบตักมาก ๆ หากทานเหลือจะต้องโดนปรับ 2 เท่าของราคาอาหารจานนั้น ทำให้ดีขึ้นเยอะเลยครับ)

           เอ้า..เข้าเรื่องต่อครับ เมื่อได้ดินเหนียวมาแล้วก็ปั้นตามรูปร่างอย่างที่ต้องการ หากเป็นผลไม้จิ๋วก็ปั้นไปได้เลยแล้วตกแต่งด้วย ผลไม้บางอย่างมีก้านก็ใช้ลวดเล็ก ๆ เสียบเป็นก้าน ส่วนใบก็ใช้กระดาษนี่แหละครับมาตัดเป็นใบแล้วนำมาติดกับลวดเข้า เมื่อปั้นเสร็จก็นำมาตากแดดให้แห้ง แต่ถ้าเป็นผลไม้ที่ขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย (เกือบเท่าของจริง) ลุงฮีมก็จะนำแกลบที่มีอยู่ (ลุงฮีมมีเลี้ยงเป็ดไก่เอาไว้ด้วย) มายัดไว้ภายในผลไม้ดินเหนียวเพื่อที่ผลไม้นั้นจะได้มีน้ำหนักเบา ไม่หนักจนเกินไป แล้วก็ปั้นให้ได้ตามลักษณะของผลไม้ที่ต้องการ แล้วก็นำไปตากแดดให้แห้งเช่นเดียวกับผลไม้จิ๋วครับ

          การทำ ๆ ไม่ยากเลย เพียงแต่แรก ๆ ลุงฮีมยังไม่รู้จักวิธีทำคือ เริ่มต้นมาจากความไม่รู้อะไรเลย และสั่งสมประสบการณ์มาเรื่อย ๆ จนเกิดความชำนาญ (ประสบการณ์เป็นบทเรียนที่สำคัญบทหนึ่งของชีวิต ที่ในห้องเรียนไม่มีสอนให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม) เมื่อเกิดความชำนาญแล้วก็จะทำไม่ยาก แต่ต้องใช้เวลาครับจะใจร้อนไม่ได้ เพราะการปั้นดินเหนียวต้องใช้เวลาให้ดินแห้ง ซึ่งบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศในตอนนั้นด้วยด้วย ถ้าฝนตกก็จะทำให้ดินนั้นแห้งช้า หากแดดดีจะทำให้ดินนั้นแห้งเร็ว


          เมื่อผลไม้ดินเหนียวแห้งแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการลงสีซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญทีเดียว ลุงฮีมบอกว่าแกซื้อสีตั้งแต่กระป๋องละ 8 บาทจนตอนนี้กระป๋องละ 25 บาทแล้ว ในการลงสีในขั้นแรกจะต้องลงสีพื้นก่อน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประเภทของผลไม้แต่ละอย่างว่าสีพื้นของผลไม้นั้นสีอะไร โดยสีพื้นที่ลุงฮีมลงจะมีอยู่ 2 สีคือ สีเหลืองและสีขาวจากนั้นก็ต้องรอให้สีแห้งอีก (บอกแล้วไงครับว่าใจร้อนไม่ได้) แล้วจึงค่อยมาลงสีระบายทับอีกครั้งหนึ่งให้เหมือนจริง

          ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ เพราะผลไม้บางอย่างจะต้องมีการไล่สีอีกด้วย สีอ่อนสีเข้มแล้วแต่ส่วนของผลไม้ชนิดนั้น ลุงฮีมใช้ฟองน้ำในการดูดซับสีให้สีอ่อนลงและแลดูเหมือนจริงอีกด้วย เพราะดินเหนียวนั้นไม่สามารถดูดซับสีได้เอง ระบายไปอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคนว่าจะทำกันอย่างไร

          เมื่อตกแต่งเสร็จก็ตากแดดให้แห้งอีกครั้ง คราวนี้จะต้องเป็นแสงแดดแรงสักหน่อย เพราะสีจะได้ขึ้นเงาสวยงามยังไงล่ะครับ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ผลไม้แต่ละลูกลุงฮีมก็ขายไม่แพงเลย ตกลูกละสิบกว่าบาทแค่นั้นเอง แต่ลุงฮีมจะขายยกร้อยลูก อย่างลูกใหญ่จะขายร้อยละ 1,200 บาท ตกลูกละ 12 บาทเท่านั้นเอง

นายตูดหมึก

club@mcdang.com