HomePage สาส์นหมึกแดง
นายตูดหมึก
ยายเมี้ยน จิ๊จ๊ะ
หมึกแดง Secret File Secret File
สินค้าสมาชิก
แจ้งข่าว
ข้อมูลของคุณ
Home

“ยายเมี้ยน จิ๊ จ๊ะ”

         
 
         นกระจอกเสียงเจี้อยแจ้วตัวเล็กกระจิดริด แต่หากเติมคำว่า “เทศ” ลงไปนกที่ว่าตัวน้อยนิดกลับกลายเป็นนกที่มีขนาดตัวที่ใหญ่และวิ่งเร็วที่สุดในโลกในทันทีค่ะ (วิ่งได้เร็วถึง 65 กม./ชม. เลยทีเดียว)

  ราคาขายตามอายุของนกกระจอก

ขาที่ยาวและแข็งแรงคู่นี้วิ่งได้เร็วถึง 65 กม./ชม.

ผลิตภัณฑ์จากหนังนกกระจอกเทศ  
       นกกระจอกเทศ ปัจจุบันเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ของโลก (และของประเทศไทยมีมากในแถบอีสานและตะวันออก) มีคุณลักษณะที่พิเศษคือ อวัยวะทุกส่วนของร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
          หนัง สามารถนำไปทำเป็นเสื้อ กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด ฯลฯ ถือเป็นส่วนที่มีค่าและแพงที่สุดมีคุณภาพเยี่ยมและดีกว่าหนังจระเข้เสียอีก เนื้อ มีสีแดงเหมือนเนื้อวัว แต่รสชาติจะอ่อนนุ่มคล้ายเนื้อไก่ที่สำคัญเนื้อนกกระจอกเทศมีไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำมาก เหมาะสำหรับอิฉันและผู้ที่มีปัญหาในด้านสุขภาพ แต่เนื้อนกระจอกเทศก็แพงมากด้วยเช่นเดียวกันตกกิโลกรัมละ 400-500 บาทสำหรับในเมืองไทย แต่หากเป็นในต่างประเทศแล้วจะตกปอนด์ละ 30 เหรียญเลยทีเดียว หรือ 700-800 บาท  ขน ขนสีขาวบริเวณปลายปีกและหางจะมีราคาแพงมาก นำมาทำเป็นเครื่องประดับตกแต่งเสื้อผ้าและ ที่สำคัญคือ ทำเป็นไม้ปัดฝุ่นสำหรับใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบางต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ไข่ สามารถนำไปบริโภคและเปลือกไข่สามารถนำไปแกะสลักหรือวาดลวดลายบนเปลือกใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้านได้อีกด้วยค่ะ
ไม้ปัดฝุ่นนกกระจอกเทศ
         แหม..เรียกว่าใช้ประโยชน์ได้ทุกสัดส่วนเลยนะคะ ในปัจจุบันการทำฟาร์มนกกระจอกเทศเป็นที่นิยมมาก โดยเริ่มต้นในทวีปแอฟริกาก่อน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของนกกระจอกเทศและที่แอฟริกายังมีนกกระจอกเทศมากที่สุดในโลกอีกด้วย ต่อมาการทำฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศได้แพร่หลายเพิ่มขึ้นในทวีปต่าง ๆ จนในปัจจุบันประเทศไทยก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการเลี้ยงนกกระจอกเทศด้วย ซึ่งภูมิอากาศที่เหมาะสมในการเลี้ยงคือแถบอีสานของบ้านเรานั่นเอง เพราะนกกระจอกเทศไม่ชอบความชื้น แต่ชอบอากาศที่อบอุ่นสามารถดำรงชีพอยู่ในทุ่งหญ้าที่แห้งแล้งไม่สมบูรณ์ได้

 หลายๆอิริยาบถของนกกระจอกเทศ

ฝั่งซ้ายตัวผู้(ปากแดง)ฝั่งขวาตัวเมีย(ปากดำ)

ที่หน้าขานกตัวผู้จะเป็นสีแดง     
          พันธุ์นกกระจอกเทศที่มีเลี้ยงในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ พันธุ์คอแดง (Red Neck) มีลักษณะผิวหนังสีชมพูเข้ม มีขนาดใหญ่มาก สูง 2-2.5 เมตร ให้ผลผลิตเนื้อมากแต่ไข่น้อยและตัวผู้ค่นข้างดุ พันธุ์คอน้ำเงิน (Blue Neck) มีลักษณะผิวหนังสีฟ้าอมเทา ตัวเล็กกว่าพันธุ์คอแดงเล็กน้อย มีเนื้อน้อยแต่ให้ไข่มาก และพันธุ์สุดท้ายคือ พันธุ์คอดำ (Black Neck หรือ African Black) เป็นพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงมากที่สุด มีลักษณะผิวหนังสีเทาดำ ตัวเล็ก ให้ผลผลิตเนื้อน้อยแต่ให้ไข่มากกว่าพันธุ์อื่น ๆ และมีนิสัยเชื่องไม่ดุร้าย

ไข่นกกระจอกเทศมีขนาดใหญ่และ
       หนักถึง950-1680 กรัม

ไข่นกฟักอยู่รวมกันต้องรีบเก็บทันที

ไข่ปลอมเพื่อล่อให้แม่นกออกไข่    
            นกกระจอกเทศมีช่วงชีวิตยืนยาวจนถึง 70-80 เลยทีเดียวค่ะ ซึ่งระยะเจริญพันธุ์จะอยู่ในช่วง 2-45 ปี สามารถผลิตไข่ได้ปีละ 30-120 ฟอง หลังจากที่ได้รับการผสมพันธุ์แล้วนกกระจอกเทศจะตกไข่วันเว้นวัน (คล้ายกับไก่) จึงทำให้ได้ผลผลิตมาก แต่เมื่อนกกระจอกตัวเมียเริ่มออกไข่ออกมาแล้วผู้เลี้ยงจะต้องเก็บไข่ออกทันที เพื่อมิให้สกปรกและเชื้อโรคหรือจุลินทรีต่าง ๆ ซึมเข้าสู่ไข่ เพราะจะทำให้เชื้ออ่อนแอได้ เมื่อเก็บไข่ออกแล้วก็ให้นำไข่ปลอมไปวางไว้ในตำแหน่งเดิมเพื่อล่อและกระตุ้นให้แม่นกออกไข่เรื่อย ๆ (ฉลาดจริง ๆ เลยนะคะคนเราเนี่ย)

    ลูกนกอายุ 3 เดือนตัวไม่ใหญ่นัก       
จากเหตุผลที่ว่านกกระจอกเทศเลี้ยงง่าย โตไว ขยายพันธุ์เร็ว อายุยืน และอวัยวะทุกส่วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ แถมยังมีราคาดีอีกต่างหาก จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมนกกระจอกเทศจึงเป็น สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ของโลก

ยายเมี้ยน

club@mcdang.com