HomePage สาส์นหมึกแดง
นายตูดหมึก
ยายเมี้ยน จิ๊จ๊ะ
หมึกแดง Secret File Secret File
สินค้าสมาชิก
แจ้งข่าว
ข้อมูลของคุณ
Home
คอลัมน์ “ยายเมี้ยน จิ๊ จ๊ะ”

            อิฉันนี่เชยจริง ๆ เลยนะคะ ไม่ได้เดินทางไปยังภาคอีสานเป็น 10 ปีก็ยังมีความคิดเดิม ๆ อยู่ว่า ภาคอีสานของไทยเรานั้นแห้งแล้ง กันดาร แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยอย่างที่คิดเลยค่ะ อิฉันต้องลบความคิดเดิม ๆ นั้นทิ้งไปเสีย เพราะเมื่ออิฉันได้เดินทางไปยังจังหวัดขอนแก่นและอุดรธานี

            ก่อนที่อิฉันจะเดินทางไปขอนแก่นเมื่อเดือนที่แล้ว อิฉันคิดว่าอากาศคงจะต้องร้อนอบอ้าวอย่างแน่นอน ก็เลยเตรียมเสื้อผ้าแบบบาง ๆ ไว้ (แอบเซ็กซี่เล็ก ๆ) แต่ที่ไหนได้ล่ะคะพอไปถึงอากาศกลับเย็นสบายกำลังดีเชียวค่ะ แถมบางวันยังมีฝนตกโปรยปลายด้วยนะคะ เสื้อผ้าที่เตรียมไว้ก็เลยต้องเก็บไว้อย่างเดิม (ขืนเอามาใส่ก็คงจะหวัดรับประทานแน่เลยค่ะ)


เขื่อนอุบลรัตน์

บริเวณประตูน้ำ

ชาวบ้านบริเวณเขื่อนอุบลรัตน์
            อย่างวันที่อิฉันและทีมงานได้เดินทางไปยังเขื่อนอุบลรัตน์เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะคืนนั้นฝนตกทั้งคืนทางทีมงานเกรงว่าการถ่ายทำของเกิดปัญหาได้ ดังนั้นทีมงานจึงออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าเพื่อไปเตรียมสถานที่ถ่ายทำ เมื่อเดินทางไปถึงเขื่อนฝนตั้งเค้าว่าจะตกอีกรอบ อิฉันต้องภาวนาในใจขอให้อย่าตกเลย…เจ้าประคุ๊ณณณ หากตกมาอีกครั้งการทำงานคงจะต้องสะดุดแน่นอนค่ะ เพราะไม่ใด้เป็นการถ่ายทำเขื่อนอุบลรัตน์อย่างเดียวนะคะ แต่ที่เรามาในครั้งนี้ก็เพื่อถ่ายทำเรื่องราวของการทำ “ปลาร้า หม่ำ และส้ม” ค่ะ (ต้องนัดชาวบ้านในบริเวณนั้นมาด้วย) แต่วัตถุประสงค์จริง ๆ ที่เราตั้งใจจะสื่อให้กับผู้ชมทางบ้านได้เห็นก็คือ เรื่องของภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยมีชาวบ้านในบริเวณนั้นสาธิตให้ดู

ปลาร้า

ส้มตัว

ส้มก้อน

            ภูมิปัญญาชาวบ้านของคนไทยนี่มีมาช้านานแล้วนะคะ แต่เรื่องที่โดดเด่นก็เห็นจะเป็นเรื่องของการเก็บรักษาอาหารเพื่อให้มีทานได้นานนี่ล่ะค่ำ อย่างชาวบ้านในบริเวณเขื่อนนั้นเวลาที่จับสัตว์น้ำมาได้แล้ว หลังจากที่เหลือจากการรับประทานและขายแล้ว หากจะเก็บรักษาไว้ก็คงจะเก็บไว้ได้ไม่นาน เนื่องจากเป็นของสดจึงสามารถเกิดการเน่าเสียได้

            การถนอมอาหารแต่ละอย่างวิธีการก็แตกต่างกันไป อย่างปลาร้า หรือปลาแดกนั้นเค้าก็ใช้การหมักกัน โดยใช้เกลือและข้าวหมักไวเป็นเวลา 1 เดือน หรือจะหมักไว้ให้นานกว่านั้นก็ได้ค่ะ ชาวบ้านแถวนั้นเค้าบอกว่ายิ่งหมักไว้นานยิ่งหอม อร่อยค่ะ แต่จะต้องปิดให้สนิทไม่ให้อากาศเข้านะคะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็แทนที่จะได้ปลาร้าอันหอมหวลอาจจะได้ของแถมเป็นหนอนตัวเป้งก็ได้ค่ะ


หม่ำปลา

การคลุกเคล้าหม่ำปลา

การผสมต้องใส่ถุงมือด้วยนะคะ
            ส้มปลา หรือส้มก้อน เป็นการถนอมอาหารที่ใช้การหมักเพียง 2-3 คืนเท่านั้นเพื่อให้เกิดความเปรี้ยว ซึ่งตัวที่ทำให้เกิดความเปรี้ยวนั้นก็คือ ข้าว นั่นเอง บางครั้งในการหมักเค้าก็เอาข้าวใส่ไว้ในพุงปลาด้วยเพื่อให้เข้าเนื้อจริง ๆ นอกจากข้าวแล้วยังมีเครื่องปรุงอื่น ๆ อีกเช่น เกลือ กระเทียม น้ำตาล นำมาเคล้ากับปลาแล้วเก็บใส่ถุงให้มิดชิด พอครบกำหนดแล้วเอาออกมาทอดหรือคั่วรับประทานหอม น่าทานเชียวค่ะ

มีข้าวเป็นส่วนผสมหลัก

            และมาถึงอย่างสุดท้ายคือ หม่ำ ไม่ใช่หม่ำ จ๊กม๊กนะคะ แล้วก็ไม่ใช่หม่ำที่แปลว่าทานด้วยค่ะ แต่เป็นหม่ำไส้ปลาค่ะ โดยการใช้ไส้ปลา พุงปลามาหมักแล้วจึงคั่วให้สุก เรียกว่าทุกส่วนของปลาสามารถนำมารับประทานได้ทั้งหมด และยังสามารถถนอมไว้รับประทานได้นานอีกด้วยจะเห็นได้ว่าการถนอมอาหาร ของชาวบ้านแถบอีสาน วัตถุดิบที่สำคัญก็คือ ข้าว (ข้าวเหนียว) เพื่อทำให้อาหารนั้นเกิดความเปรี้ยว


ทีมงานแอบขอกลับบ้าน
คนละถุง 2 ถุง

            และอีกอย่างที่สำคัญสำหรับการถนอมอาหารก็คือ อย่าให้อากาศเข้าไปภายในเป็นอันขาด เพราะจะทำให้จุลินทรีย์นั้นขยายตัวได้มากขึ้น และอาหารนั้นก็จะเน่าเสหลังจากที่ถ่ายทำกันเสร็จทีมงานก็ไม่รอช้าเลยนะคะ รีบคว้าถุง Ziploc (เก็บกลิ่นได้สนิท) ที่เตรียมไว้ออกมาทันที เพื่อนำส้มปลากลับมาทานที่บริษัท แหม..รอบคอบจริง ๆ เลยนะคะ

                                                             ยายเมี้ยน

club@mcdang.com