HomePage สาส์นหมึกแดง
นายตูดหมึก
ยายเมี้ยน จิ๊จ๊ะ
หมึกแดง Secret File Secret File
สินค้าสมาชิก
แจ้งข่าว
ข้อมูลของคุณ
Home
คอลัมน์ “ยายเมี้ยน จิ๊ จ๊ะ”

           อาทิตย์หน้าก็จะเริ่มต้นปีใหม่ ปี 2002 กันแล้วนะคะ อาทิตย์นี้อิฉันก็เลยอยากจะรวบรวม Highlight บทความต่าง ๆ ที่อิฉันได้เคยเขียนมาในรอบปีนี้มาให้ทุกท่านได้ชมกัน มาดูกันสิคะว่าใน 1 ปีเนี่ยอิฉันพาทุกท่านไปรู้จักกับอะไรกันบ้างในเมืองไทย ก่อนที่ในปีหน้าเราจะเข้าสู่เรื่องราวของ McDang's World กันค่ะ


พระตำหนักดอยตุง

สวนแม่ฟ้าหลวง

ภูใจใสรีสอร์ท
          เริ่มจากทางเหนือก่อนดีมั้ยคะ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อิฉันและทีมงานเดินทางไปเชียงราย-เชียงใหม่บ่อยมาก ถ้าจำไม่ผิดในระยะเวลาเดือนกว่า ๆ อิฉันเดินทางขึ้นเหนือประมาณ 4-5 ครั้ง และแต่ละครั้งก็ใช้เวลาอยู่หลายวันทีเดียว การไปในแต่ละครั้งเราไม่ค่อยจะได้อยู่ในตัวเมืองกันสักเท่าไหร่ ดังนั้นเรื่องที่อิฉันเขียนถึงจึงเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความสวยงามของสิ่งที่ได้พบเห็น มีทั้งเรื่องของพระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวงหรือสวนสมเด็จย่า หรือกระเถิบออกไปหน่อยในการเดินทางไปเชียงรายครั้งหลังสุด จะเป็นเรื่องราวของรีสอร์ทในฝันของใครหลาย ๆ คน คือ ภูใจใสรีสอร์ท เขียนถึงภูใจใสแล้วก็ชวนให้นึกถึงบรรยากาศอันสงบและร่มรื่นของที่นี่ ยิ่งในตอนนี้เป็นช่วงหน้าหนาว (ที่ไม่ค่อยจะหนาวเท่าไหร่สำหรับกรุงเทพฯ) บรรยากาศคงจะดีกว่าตอนนั้นอย่างแน่นอน (ช่วงที่ไปตอนนั้นอยู่ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมค่ะ)

ล่องแพแม่น้ำกก

Bloccolini

นกกระจอกเทศ

          หรือจะเป็นเรื่องราวมัน ๆ ในการล่องแพแม่น้ำกกก็ใช่ย่อยค่ะ บนแพก็มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มเพรียบพร้อมไปหมด ใครว่ามีเฉพาะความสุขบนดินคะ ความสุขบนน้ำก็มีเหมือนกันค่ะ ทั้งคุณหมึกแดงและเพื่อน ๆ ต่างก็ปิ้งอาหารอย่างสนุกสนานทีเดียว เหมือนมาปิคนิคกันอย่างนั้นแหละค่ะ บางครั้งก็พบกับแก่งน้อยใหญ่บ้างพอชวนให้ระทึกกันดีแท้ และยังมีเรื่องราวดี ๆ ของผักปลอดสารพิษในไร่ฟิวเจอร์ฟาร์มกับผักลูกผสมระหว่าง Broccoli กับ Chinese Kale ลูกออกมากลายเป็น Bloccolini ก็แปลกดี แต่เป็นของแปลกที่เกิดจากความเพียรพยายามของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ สุชัย รมยะนันท์ ค่ะ


เครื่องปั้นดินเผาโบราณในพิพิธภัณฑ์ฯ

โครงกระดูกของคนบ้านเชียงที่ถูกค้นพบ

เครื่องถ้วยสุโขทัย

          ถัดจากภาคเหนือเราไปอีสานกันต่อค่ะ ในรอบปีนี้เราไปอีสานกันค่อนข้างน้อยค่ะแค่ 2 จังหวัดเท่านั้น คือ ขอนแก่นและอุดรธานี แต่ในความน้อยนี้อิฉันก็เก็บความเป็นสาระประโยชน์มาฝากทุกท่านกันอย่างแน่นหน้าจอ (คอมพิวเตอร์) ทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ของโลก คือ นกกระจอกเทศ ที่ทำรายได้ได้อย่างงดงาม เพราะอวัยวะทุกส่วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และที่สำคัญเนื้อนกกระจอกเทศมีไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำมาก เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในด้านสุขภาพ หรือจะเป็นการย้อนรอยกลับไปเมื่อ 5,000 ปีก่อน เพื่อไปดูเรื่องราวดินแดนแห่งวัฒนธรรมและโบราณคดีที่ได้ประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2535 ที่บ้านเชียง หรือที่นักโบราณคดีเรียกโดยรวมว่า "วัฒนธรรมบ้านเชียง" ปัจจุบันคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง นั่นเองค่ะ


งานแสดงแสง-เสียง

ห้างพวงทอง

หลวงพ่อโสธรในอุโบสถใหม่
          สำหรับภาคกลางเราไปกันหลายจังหวัดเชียวค่ะ แต่อิฉันก็เอ่ยถึงสัก 2 จังหวัดก็แล้วกันนะคะ คือ จังหวัดสุโขทัยอดีตกาลเมืองหลวงของไทยที่เคยรุ่งโรจน์มาก่อน ปัจจุบันเหลือเพียงประวัติศาสตร์ให้เด็กรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้และเคารพในความยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษที่เคยสร้างไว้ ได้ถูกนำมาแสดงใน งานแสดงแสง-เสียง ที่วัดสระศรี อุทยานประวัติศาสตร์ มีทั้งความเป็นมาของราชธานี การเริ่มต้นของราชวงศ์พระร่วง ความเกรียงไกรของพ่อขุนรามคำแหง การประดิษฐ์ลายสือ ฯลฯ และที่สุโขทัยนี้ยังมีโบราณวัตถุอยู่มากมาย จนได้รับการประกาศยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาติ (UNESCO) ให้เป็นมารดกทางวัฒนธรรมของโลกในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2534 อีกด้วยนะคะ และสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของสุโขทัยก็คือ เครื่องถ้วยสุโขทัยค่ะ

ผ้า Batik

ไร่ป่านศรนารายณ์

เชือกมนิลา

          ต่อจากภาคกลางไล่ลงมาเรื่อย ๆ ก่อนจะลงไปภาคใต้ก็ต้องผ่านเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์กันก่อนค่ะ ที่นี่มีอะไรน่าสนใจหลายอย่างค่ะ ทั้งเรื่องของผ้า Batik เขาเต่า ที่มีลวดลายสวยงามจนเป็นของขึ้นชื่อของหัวหิน แล้วยังมีไร่ป่านศรนารายณ์วัตถุดิบในการทำเชือกป่านมนิลา ซึ่งในประเทศไทยเหลือโรงงานอยู่เพียงแห่งเดียวที่ยังผลิตเชือกป่านมนิลาก็อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แห่งนี้แหละค่ะ นอกจากทำเป็นอุตสาหกรรมแล้วก็ยังมีงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่ทำจากป่านศรนารายณ์นี้อีกด้วย คือ การทำแส้ปัดแมลงและของฝากต่าง ๆ ค่ะ


แส้ปัดแมลง

งานบุญสารทเดือนสิบ

อุโมงค์เขาน้ำค้าง
          คืบคลานเข้าสู่ภาคใต้ของไทยกันแล้วนะคะ เริ่มจากจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีขนมลาแสนอร่อย ขนมในงานสารทเดือนสิบงานบุญที่ยิ่งใหญ่ของชาวคอน ซึ่งขนมลานี้จัดอยู่ในโครงการเศรษฐกิจ ชุมชนพึ่งตนเอง (ทำขนมลา) บ้านหอยราก อ. ปากพนัง นครศรีธรรมราชค่ะ กระเถิบลงมาอีกหน่อยไปที่สงขลากันค่ะที่สงขลามีอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง ที่มีประวัติโชกเลือดและน่าทึ่งมากเมื่อเปิดออกสู่สายตาสาธารณชน เป็นสถานที่ ๆ ต้องจารึกเป็นประวัติศาสตร์ของกลุ่มใต้ดินที่ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ทางการเมืองเมื่ออดีต ภายใต้กฎเหล็กของพรรคคอมมิวนิสต์ นานนับเป็นเวลากว่า 10 ปี

การประกวดอาหารที่สมุย

หาดเฉวงบริเวณโรงแรมชบา คาบาน่า

วุ้นดาหลา
          มาที่สุราษฎร์ธานีกันบ้างข้ามฝั่งไปยัง An Island of Love หรือเกาะแห่งความรัก เป็นชื่อที่ขนานนามให้กับเกาะสมุยนั่นเอง เพื่อร่วมงานการประกวดอาหารหวานแบบไทยและฝรั่ง ที่จัดขึ้นโดยสายการบิน Bangkok Airways ในโอกาสครบรอบ 12 ปี สนามบินสมุย ซึ่งกรรมการในการตัดสินครั้งนี้ไม่ใช่ใครอื่นก็คุณหมึกแดงยังไงล่ะคะ หลังจากผ่านการตัดสินไปที่เรียบร้อยแล้วเราได้เดินทางไปยังโรงแรมที่ได้รับรางวัลชนะการประกวดในครั้งนี้อีกด้วย สำหรับอาหารหวานไทยผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ1 ได้แก่ วุ้นดาหลา (Sunsets of Love) จากโรงแรมชบา คาบาน่า (Chaba Cabana Beach Resort) ส่วนอาหารหวานฝรั่งเป็นของ ดาหลา Trifle จากบ้านท้องทราย (The Tongsai Bay Cottages & Hotel)ค่ะ

ดาหลา Trifle

บ้านท้องทราย

ชายหาดแหลมพันวา
          ไปเกาะสมุยกันแล้วเราก็น่าจะไปอีกสักเกาะนะคะ เกาะที่ว่าคือ เกาะภูเก็ตค่ะ ที่ภูเก็ตมีสิ่งที่ทำให้อิฉันประทับใจอยู่หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นที่พักที่โรงแรมเคป พันวา (Cape Panwa Hotel) ที่มีวิวสวย ๆ ของท้องทะเลเมือง แล้วอิฉันยังได้เดินทางข้ามไปยังเกาะนาคาน้อยเพื่อไปชมการเลี้ยงหอยมุก ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมมากมาย นอกจากเรื่องหอยมุกแล้วใกล้ ๆ กับที่พักยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต มีสัตว์น้ำนานาพันธุ์ที่หายากให้ผู้ที่เข้าชมนั้นได้ชมกัน และยังมีตู้ปลาขนาดใหญ่ที่ภายในมีปลาหลากหลายชนิดให้เราได้ดูอีกด้วย

การเลี้ยงหอยมุก

ปลาปิรันย่าในพิพิธพันธุ์สัตว์น้ำ

บ้านชินประชา

          เอ้า..เราแวะเข้ามาในตัวเมืองภูเก็ตกันบ้างนะคะ เข้ามาในตัวเมืองเราจะพบกันสถาปัตยกรรมที่ชวนหลงใหลในแบบชิโนโปรตุกิส (Sino Portuguese) ซึ่งเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างจีนและยุโรป ที่นี่มีตึกโบราณและบ้านเก่าอยู่หลาย แต่บ้านเก่าที่อิฉันได้แวะไปเยี่ยมเยือนคือ บ้านชินประชาค่ะ และในภูเก็ตนี้ยังมีอาหารการกินที่อร่อยและแปลกอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น หมี่ฮุ่นบ๊ะกุ๊ดหรือหมี่ฮุ่นกระดูกหมู โอ๋ะเอ๋ว หรือจะเป็นโลบะที่ร้านเบ่งสองโลบะค่ะ


หมี่ฮุ่นบ๊ะกุ๊ด

โลบะ

โอ๋ะเอ๋ว
          และในที่สุดก็มาถึงจังหวัดใต้สุดที่อิฉันได้แวะไปเยี่ยมเยียน (ไม่รวมการเดินทางไปมาเลเซียซึ่งนายตูดหมึกเป็นคนเขียนถึงนะคะ) คือ จังหวัดปัตตานีค่ะ ในปัตตานีมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญเป็นที่เคารพนับถือของคนในจังหวัดและทั่วทุกสารทิศคือ เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว สตรีผู้เป็นปูชนียบุคคลของชาวปัตตานีมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ตำนาน ปูชนียสถาน และประเพณีของจังหวัดปัตตานีเลยทีเดียว และยังมีหาดตะโละกาโปร์ หาดที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในด้านการต่อเรือกอและ เรือประมงที่แตกต่างจากเรือประมงประเภทอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด เพราะเรือกอและนั้นมีเอกลักษณ์ประตัวตัวที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นลวดลายต่าง ๆ ที่อวดโฉมอยู่บนตัวเรือ มีความวิจิตรสวยงามมาก ลวดลายที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไทย อิสลาม จีน และศิลปะอื่น ๆ

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

หาดตะโละกาโปร์

ลวดลายต่างๆบนเรือกอและ
          นี่เป็นเพียงเรื่องราวส่วนหนึ่งที่อิฉันได้ถ่ายทอดให้กับทุกท่านได้อ่านกัน ซึ่งอิฉันก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวต่าง ๆ นั้นจะมอบสาระและความบันเทิงให้กับทุกท่านได้ และในปีหน้านี้บทความทั้งหมดที่อิฉัน นายตูดหมึก และคุณสาระแนได้เขียนไปแล้ว จะถูกรวบรวมไว้ให้ทุกท่านได้เปิดอ่านย้อนหลังกันอีกด้วยค่ะ ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับสมาชิกทุกท่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ปีหน้าใน McDang's World ค่ะ

ยายเมี้ยน

club@mcdang.com