|
ร้าน
ชาวเลซีฟู้ด |
|
เดลินิวส์ ฉบับที่ 270
(วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน 2547)
|
|
เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเดินทางไปถ่ายทำช่วงเที่ยว กับ
ททท. แถว ๆ ภาคใต้ตอนบน ซึ่งผมขอทางทีมงานถ่ายทำของผม
ไว้ว่าให้ไปถ่ายทำแถวนี้บ้าง
เพราะทางภาคใต้นั้นผมไปถ่ายทำมาเกือบทุกจังหวัดหมดแล้วเหลือแต่ทางตอนบน
ๆ ของภาคเท่านั้นที่ยังไม่ได้ไปถ่ายทำเลย
ก็คือที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดชุมพรนั่นเอง
ในระหว่างที่ถ่ายทำนั้นทางทีมงานของเราก็ได้รับความอนุเคราะห์จากทางโรงแรมโกลเด้น
แซนด์ส ที่ชะอำให้เข้าพักที่โรงแรม ผมก็ต้องขอกราบขอบคุณทางโรงแรมมา ณ
ที่นี้ด้วย
โดยเฉพาะพี่หมูซึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมที่ได้ให้การต้อนรับและดูแลพวกเราเป็นอย่างดี
ในตอนเย็นหลังจากที่พวกเรากลับมาจากถ่ายทำ ก็กำลังหิวโซกันมาเลยครับ
ผมก็ถามพี่หมูว่าอยากพาพวกทีมงานไปกินอาหารทะเล
มีร้านอาหารทะเลแนะนำไหม |
|
|
|
พี่หมูก็แนะนำร้านอาหารทะเลร้านหนึ่งมา บอกว่าอยู่ติดทะเลเลยครับ
ก่อนถึงโรงแรมฮิลตันหัวหิน ลักษณะร้านเป็นบ้านสองชั้น
ซึ่งชั้นสองนั้นจะทำยื่นลงไปในทะเล สำหรับเป็นที่นั่งรับประทานอาหาร
ส่วนชั้นล่างก็จะเป็นที่สำหรับแช่ กุ้ง หอย ปลา ปู อาหารทะเลต่าง ๆ
เป็น ๆ สด ๆ ให้เราไปชี้เลือกได้เลยครับว่าอยากกินอะไร
และพี่หมูก็ได้แนะนำเมนูเด็ดของร้านนี้ที่พี่หมูบอกว่าอร่อยมากและมาทีไรก็ต้องสั่งกินเป็นประจำก็คือ
ปลากระเบนแดดเดียวทอด พอผมได้ยินว่ามีเมนูนี้ด้วย
ก็น้ำลายสอแล้วครับ เพราะว่าปลากะเบนแดดเดียวทอดนั้นมันต้องอร่อยแน่นอน
ซึ่งถ้าใครที่เคยได้กินปลากะเบนก็คงจะทราบดีว่า
ปลากระเบนนั้นตรงคีบของมันจะมีแผ่นที่กรอบๆ กรุบ ๆ
เหมือนกับกระดูกอ่อนซึ่งอร่อยมาก ๆ พวกผมก็เลยยกขบวนไปกินที่ร้านนี้กัน |
|
ร้านนี้มีชื่อว่า ชาวเลซีฟู้ด
เจ้าของร้านชื่อว่าคุณน้อยและมีน้องดาวเป็นผู้ดูแลร้าน
พอไปถึงที่ร้านทางคุณน้อยก็จัดการสั่งอาหารมาให้พวกเรากินหลายอย่างมาก
เราไปกันเกือบสิบคนเค้าก็สั่งมาให้อย่างละ 2 จาน
แต่ไอ้เจ้าปลากระเบนแดดเดียวทอดนั้น 2 จานไม่พอครับ
เลยต้องสั่งเพิ่มมาอีก กินแล้วหยุดไม่ได้ครับ เพราะว่ามันอร่อยจริง ๆ
หลังจากนั้นก็มี ปลาฉลามผัดฉ่า
มาให้เรากินพอลองชิมผมก็บอกว่าทำไมมันไม่ค่อยเผ็ดไม่ค่อยเข้มข้นเลย
เค้าก็บอกว่าที่นี่จะมีฝรั่งมากินกันเยอะก็เลยจะทำอาหารรสชาติกลาง ๆ
หน่อย แต่ถ้าใครที่ชอบรสชาติเข้มข้น ๆ ก็สามารถบอกเค้าได้นะครับ
ผมก็เลยขอให้เค้าไปทำมาให้ใหม่ ปรากฏว่าคราวนี้รสชาติเผ็ด
เข้มข้นใช้ได้ครับ และอาหารที่อร่อยมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ
ปลากะพงทอดน้ำปลา
ซึ่งในจานที่ยกมาเสิร์ฟนั้นจะมีน้ำปลาที่เค้าใช้ทอดปลาราดมาด้วย
แต่ผมก็สงสัยว่าทำไมน้ำปลาถึงได้สีดำจัง ถามเค้าก็ได้ความว่า
จะใช้ซีอิ้วสงสัยของภูเขาทองแน่ ๆ เลยครับ ใช้ทอดแทนน้ำปลาเลย
ปรากฏว่าออกมาอร่อยและก็ขายดีมาก เวลาที่เราจะกินเนื้อปลานะครับ
ก่อนอื่นเลยเราต้องกลับตัวปลาเสียก่อน
เพราะว่าเนื้อปลาด้านล่างนั้นมันได้ซึมซับเอาน้ำซีอิ้วที่เค้าราดมาให้ที่ก้นจานนั้นแล้ว
และสลับให้เนื้อปลาที่อยู่ด้านบนกลับไปซึมซับน้ำซีอิ้วแทนนะครับ |
|
ต่อมาก็มี หอยเชลล์อบกระเทียมและเนย ซึ่งเค้าทำได้ดีมาก
ตัวหอยไม่ได้สุกจนเกินไป และมีกลิ่นหอมของกระเทียมและเนย
ความจริงอยากให้เอาใบผักชีฝรั่งหรือใบโหระพาของไทยเราก็ได้
เอาไปรองไว้ข้างใต้ตัวหอยเวลาอบ
มันจะทำให้ยิ่งทำให้หอมหวนชวนกินมากขึ้นไปอีกนะครับ ยังมี
ต้มยำหัวปลาหม้อไฟ ที่อร่อยใช้ได้เหมือนกัน ทำแบบโบราณ ๆ
ไม่ต้องใส่น้ำพริกเผาหรืออะไรเลย มีใบกระเพราและพริกตำโรยมาข้างหน้า
แต่ผมอยากได้พริกขี้หนูสวนทุบ ๆ
แล้วโรยมาด้วยจะทำให้แซบมากขึ้นกว่านี้อีกนะครับ หลังจากนั้นเค้าก็ยก
แกงเขียวหวานทะเลผัดแห้งมาเสิร์ฟ
ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีมากเลย และเค้าทำได้ดีมากด้วย
สงสัยว่าเค้านำอาหารทะเลนั้นไปลวกเสียก่อน
แล้วจึงนำไปผัดกับเครื่องแกงเขียวหวานแล้วก็เอาขึ้นเลย
เพราะว่าตัวอาหารทะเลนั้นไม่เหนียว ยังนุ่มและเด้งในปาก
เวลากินอย่าลืมเหยาะน้ำปลาพริกเข้าไปด้วยแล้วคลุก กินกับข้าวสวยร้อน ๆ
อร่อยจริง ๆ ครับ อาหารจานนี้
และยังมีปูม้านึ่งมาให้กินอีกจิ้มกินกับน้ำจิ้ม
ผมดีใจมากเลยครับที่น้ำจิ้มซีฟู้ดของที่ร้านนี้รสชาติดีมาก ไม่ออกหวาน
เพราะว่าเค้าไม่ได้ใส่น้ำตาลเข้าไปมากจนเกินไป |
|
มีปลาจาระเม็ดเจี๋ยนและกั้งกระดานทอดกระเทียมพริกไทย
มาให้กินอีก แต่ต้องขอติไว้นิดนึงว่าร้านนี้นั้น เวลาที่เค้าทอดปลา
ทอดกุ้ง หรือทอดกั้งก็ตาม
จะทอดนานจนเกินไปจนทำให้เนื้อของสิ่งที่เราทอดนั้นมันแห้งจนเกินไป
ผมก็ขอแนะนำว่าให้ใช้ไฟแรง ๆ ก็ได้
แต่ว่าทอดให้มันพอสุกเท่านั้นก็พอแล้ว มิฉะนั้นเนื้อมันจะแห้ง
โดยเฉพาะยิ่งเป็นจาระเม็ดที่ตัวมันจะแบน ๆ อยู่แล้ว
จะทำให้เนื้อมันแห้งอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นอย่าทอดมันนานจนเกินไปนัก
เพราะเรายังอยากได้ความกรอบของข้างนอกและความนุ่มของเนื้อปลาที่อยู่ข้างในนะครับ
ส่วนกั้งกระดานนั้น
ยังดีกว่าที่ว่ามันมีเปลือกที่หนาซึ่งมันจะช่วยห่อหุ้มและปกป้องความร้อนจากน้ำมันได้
จึงทำให้เนื้อของกั้งนั้นยังนุ่มและชุ่มชื้นอยู่และไม่เหนียว
ความจริงแล้วผมได้กลับไปชิมอาหารที่ร้านนี้อีกครั้งหนึ่ง
เพราะว่ายังมีอาหารที่อยากจะกินอีกหลายอย่าง
แต่ว่าวันนั้นที่ไปกินมันอิ่มมากเสียจนไม่มีพื้นที่ว่าง
ที่จะกินอะไรลงไปได้อีกแล้วครับ ผมก็เลยต้องกลับไปชิมใหม่ |
|
ครั้งที่สองที่ผมกลับไปกินก็มี แกงจืดปลาฉลาม
ซึ่งเค้าทำได้ดีมากจริง ๆ ครับ ไม่มีกลิ่นเหม็นคาวปลาเลย
และรสชาติของน้ำแกงก็กลมกล่อมดีเหลือเกินกลิ่นก็หอมหวนชวนกิน
และหวานเนื้อปลาฉลามอีกด้วย
ใครที่ชอบกินแกงจืดปลาที่ไม่เหม็นคาวต้องรองชิมอาหารจานนี้
จะต้องชอบแน่ ๆ และยิ่งใครที่ไม่สบายอยู่นะครับสามารถเอาข้าวสวยร้อน ๆ
เทใส่ลงไปในชามแกงจืดกินเป็นข้าวต้มปลาได้เลยครับ และสั่งกุ้งอบเกลือมาอีก
กุ้งตัวใหญ่มาก ๆ และอบมาได้อย่างดีมากเลยครับ
ไม่สุกจนเกินไปเนื้อของกุ้งเลยไม่เหนียวและไม่แข็งกระด้างจิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดอร่อยจริง
ๆ ครับ ยังมีหอยตลับผัดน้ำพริกเผาอีก
ดีใจที่เค้าทำออกมาได้รสชาติเข้มข้นพอสมควรเลย
อาจจะเผ็ดน้อยไปนิดสำหรับหมึกแดงนะครับ
แต่ว่าน้ำพริกเผาที่ใช้นั้นไม่หวานจนเกินไป
รสชาติก็เลยออกมาใช้ได้เลยครับ
มาที่ร้านนี้แล้วต้องตบท้ายด้วยข้าวผัดปลาเค็ม ซึ่งทำได้อร่อยมาก ๆ
และจะมีเอกลักษณ์พิเศษประจำร้านนี้คือ
จะเสิร์ฟข้าวผัดปลาเค็มพร้อมกับแตงโม
ซึ่งทำมาตั้งแต่เค้าเปิดร้านนี้เลยนะครับ
ผมก็เลยรองชิมว่ามันจะอร่อยไหม ปรากฏว่าอร่อยดีครับ
เหมือนกับกินปลาแห้งแตงโมของคนโบราณที่เค้ากินกัน ยังไงยังงั้นเลย
สำหรับใครที่จะไปเที่ยวที่หัวหินนะครับ
ผมก็ขอแนะนำร้านนี้ให้เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ของเพื่อน ๆ
ที่จะหาร้านอาหารทะเลรับประทานกัน
ซึ่งร้านนี้ก็ทำอาหารได้อร่อยพอสมควรเลย ตอนแรกผมคิดว่าจะให้ความอร่อย
5 ดาวนะครับ แต่ว่ายังมีที่ผมติไปนิดหน่อย
ครั้งนี้จึงขอให้ความอร่อยแค่ 4 ดาวก่อน
และผมจะกลับไปชิมใหม่อีกครั้งหนึ่ง หวังว่าคราวหน้าจะต้องได้ความอร่อย
5 ดาวนะครับ |
|
 |
|
 |
|
ร้าน ชาวเลซีฟู้ด
ที่อยู่ : 15 ถนนเรศดำริห์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110
โทร : 032-513-436,032-530610
เวลาทำการ : 10.00-22.00น.ทุกวัน
|
|
อร่อย
|
สะอาด
|
คุณภาพวัตถุดิบ
|
ราคา
|
บริการ
|
|
|
|
|
|
|
|