ลงโฆษณา
0-29278835-36
ต่อ 25



Article Dailynews

ร้านฝรั่งเศส เรสเตอรอง

เดลินิวส์ ฉบับที่ 310 (วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2548)

         เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมเขียนไว้ว่าผมจะพาเพื่อน ๆ ไปกินอาหาร Mandarin  Oriental Dhara Dhavi  Hotel  ที่เชียงใหม่ก็วันนี้ก็มีรูปมากมายเลยนะครับและต้องเรียนว่าอาหารที่นี่อร่อยจริง ๆ แต่ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่เลื่องลือมากเพราะว่าทุกคนและนิตยสารหลายเล่มก็ได้เขียนและลงภาพของความอลังการของโรงแรมนี้โดยเฉพาะห้อง suit ต่าง ๆ และห้องพักที่มันไม่ใช่ห้องเลยนะครับแต่เป็นบ้านทั้งหลังและไม่ใช่บังกะโลธรรมดา ๆ แต่เป็นบ้านทั้งหลังที่มีสระว่ายน้ำอยู่ในสวนของบ้านนั้น

       เ
พราะฉะนั้นโรงแรมนี้ไม่ใช่ตึกสูง ๆ ที่มีห้องติด ๆ กัน แต่เป็นคล้าย ๆ กับเมืองเล็กหนึ่งเมืองและตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่เป็นล้านนาสิบสองปันนาและก็มีพม่ามาเกี่ยวข้องด้วยเข้าไปในนั้นแล้วก็เหมือนกับเข้าไปอยู่ในเมืองโบราณสักเมืองหนึ่งผมก็ไปพูดว่าเหมือนกับไปอยู่ในดิสนีย์แลนด์สไตล์ล้านนาและพม่าแต่เจ้าของคงไม่ชอบที่ผมพูดเช่นนั้นแต่ว่ามันเป็นอะไรที่อลังการเสียเหลือเกินตื่นหูตื่นตาไปหมดมองไปทางไหนก็มีรายละเอียดมากมายของการแกะสลักไม้ แกะสลักหินปั้นรูปต่าง ๆ มันช่างวิจิตรและงดงามไปหมด

        ซึ่งภาษาฝรั่ง เรียกว่า
Over the top แปลว่าหลุดโลกไปเลยนะครับเพราะว่าการตกแต่งของโรงแรมนี้ทำอย่างสุด ๆ เลย ทำด้วยความมันส์กระมัง เพราะผมคิดว่าค่าเช่าของห้องแต่ละห้อง คืนหนึ่งก็ราว ๆ  750 เหรียญยูเอส ซึ่งก็มีราคาพอสมควร ถ้าผมเข้าไปอยู่ในนั้นแล้วผมคงไม่อยากออกมาจากห้องของผมเลย เพราะว่ามันไม่ใช่ห้องแต่มันเป็นบ้านทั้งหลังเพราะฉะนั้น นั่งว่ายน้ำ อาบแดด ชมวิว  อ่านหนังสือ และก็ไม่ต้องไปกินอาหารจีนและอาหารฝรั่งเศสซึ่งอร่อยมาก ถึงที่ร้าน เพราะว่าเค้ามีบริการรถรับส่งนำอาหารมาส่งถึงห้องของเรา

      ส่วนห้องสูทนั้นก็หรูเหลือเกินภายในห้องมีห้องครัวที่ให้เชฟมาทำกับข้าวมาทำให้เราทานได้เลยห้องนี้ก็ไม่ใช่ห้องอีกละครับเพราะมันเป็นลักษณะบ้านทั้งหลังประกอบด้วย  2 ห้องนอน มีบันไดเวียนขึ้นไปด้านบนสำหรับเป็นเหมือนหอดูดาวซึ่งมีที่นั่งอย่างสวยงาม  อย่างไรก็ตามชาตินี้ผมมีชีวิตอยู่ก็คงอยากไปพักที่นั่นสักครั้งหนึ่งได้พูดอย่างเต็มปากดีว่าได้ไปอยู่ที่โรงแรมนี้มาแล้วเพราะว่าเป็นโอกาสซึ่งสิ่งที่ไปลองพักดูสักครั้งหนึ่งว่าคนรวย ๆ และพวกเศรษฐีฝรั่งที่เค้ามาอยู่โรงแรมระดับนี้ว่าเค้าอยู่กันอย่างไร ก็รอแล้วกันนะครับว่าผมจะมีโอกาสได้ไปพักหรือเปล่า

     
แต่ผมได้ไปแวะทานอาหารที่โรงแรมแล้ว ไปทัวร์โรงแรมทั้งหมดเลยไปนั่งจิบแชมเปญที่ล็อบบี้ซึ่งสวยงามมาก เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาผสมกับพม่าแล้วทุกสิ่งก็สวยงาม ส่วนร้านอาหารฝรั่งเศสก็เป็นศาลาไทยที่หรูหราโอ่อ่ามาก ๆ เลยนะครับตกแต่งได้อย่างดีมาก  เข้าไปนั่งที่นั่นต้องแต่งตัวที่ดูดีหน่อยนะครับเป็นสถานที่ ๆ หรูหรามากเลยครับมีห้องเก็บไวน์เล็ก ๆ  ศาลานี้มองออกไปก็จะเห็นบรรยากาศของท้องนาที่เค้าทำไว้ ซึ่งสวยงามมาก ๆ เลยครับ

        
ผมไปทานอาหารฝรั่งเศสครั้งนี้ก็มีเชฟมารับซึ่งเป็นเชฟเก่าของโรงแรมโอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ ที่ ห้องอาหารนอมังดีเกรล ซึ่งตอนนี้มาเป็นห้วยหน้าเชฟที่นี่  เค้าก็แนะนำอาหารต่างๆ ว่าควรจะทานอาหารอะไรบ้างเพราะไปกันประมาณ 6 – 7 คน ก็เลยได้นั่งคุยกันดูความประณีตของการจัดโต๊ะ และนั่งรออาหารที่เราสั่งกันผมได้ชิมของทุกคนหมดเลย นะครับ

         มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังดีกว่าที่ผมมีอาหารอะไรบ้างที่ผมได้ชิมไปและมีรสชาติอย่างไรบ้าง  เมนูก็ไม่ใหญ่มากมายนักแต่มีหลายอย่างให้เลือก เพื่อนๆ ผมกลัวอ้วนเลยเลือกรับประทานคอร์สแรกเป็นสลัด ซึ่งน้ำสลัดเค้าอร่อย มาก ๆ เลยครับ ส่วนผมนั้นสั่ง เกี๊ยวกุ้งมังกร จากฝรั่งเศลเลยนะครับไม่ใช่กุ้งมังกรในไทยแล้วอยู่ในซอสครีมที่มีเหล้ามันดีล่าเป็นเหล้าหวาน ๆ สีแดงแล้วก็มีชีสพาเมซอนอยู่ในนั้นและมีเห็ดทรัฟเฟิลสีดำโรยหน้าซึ่งเป็นเห็ดที่มีราคาแพงมาก

        เป็นเห็ดที่ใช้สุนัขหรือหมูดมอยู่ในสวนที่เห็ดนี้ขึ้นอยู่ใต้ดินแล้วเค้าก็จะไปคุ้ยๆ ขึ้นมา ซึ่งเป็นสิ่งที่พิเศษและเอร็ดอร่อยมากเลยครับคนอื่นที่ไปนั้นสั่งสลัดปูกับผักอาติโชก ผักนี้คล้าย ดอกผักซึ่งมีกลีบเยอะ ๆ แต่เข้าจะดึงกลีบให้หมดเหมือนกับกินยอดมะพร้าวแต่ไม่หวานเท่าแต่มีความหอมมัน

           หลังจากนั้นเราก็กินซุป และสลัด ซุปนั้น เป็นซุปที่เรียกว่าบิส เป็นครีมซุปที่ทำจากกุ้งมักกร และเป็นซุปที่เข้มข้นและเอร็ดอร่อยมาก ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่งกินตับห่านที่เค้าเอาไปทอดแล้ววางไว้บนแป้งบาง ๆ กรอบ ๆ โรยด้วยงาดำและงาขาวมีซอสนิดหน่อย ๆ แล้วก็มีซอสที่เค้าให้มากินกับมันซึ่งต้องมีอะไรหวาน ๆ เปรี้ยว ๆ เพื่อตัดความเลี่ยนของตับห่านและจานนี้เป็นจานพิเศษและอร่อยมากเลย 

         พอถึงอาหารเมน  เชฟแนะนำให้ผมทาน อกนกพิราบนึ่งกับซอสไวน์แดง  อกนกพิราบนั้นเค้าทำมีซอสขาวผสมเครื่องเทศต่าง ๆ เอามาทาไว้บนอกเป็ดทั้งหมดแล้วก็เอาไปนึ่งให้มันแดง ๆ อยู่แล้วนำไปเสริฟ์กับผักต่าง ๆ อร่อยมาก ๆ เลยไม่เค็มจนเกินไปและไม่สุกจนเกินไปและมีรสชาติที่นุ่มนวล ผมเป็นคนที่ชอบทานนกพิราบอยู่แล้วแต่นี่รสชาติไม่เหมือนกับที่เราทานอาหารจีนแต่เป็นนกพิราบที่ทำสไตล์ฝรั่งเศสแน่ ๆ เลย

          เพื่อนอีกคนทาน เนื้อสันในทอดราดซอสไวน์โบโชเล โบโชเลเป็นชื่อของไวน์นั่นเองครับ ทอดได้อย่างสวยงามมากเนื้อนุ่มเหลือเกินยังมีความหวานของเลือดอยู่ในเนื้อ ต้องสั่งให้ไม่สุกจนเกินไปนักเสริฟ์กับผักต่าง ๆ ไม่มากจนเกินไปและมีซอส เพื่อนอีกคนหนึ่ง สั่งซี่โครงแกะอบ  มีแป้งโพเรต้าที่ทำด้วยแป้งข้าวโพดและก็มะเขือเทศแดดเดียวที่เอาไปกวน ๆ กัน แล้วเสร็จแล้วนำไปหั่นเป็นชิ้น ๆ และนำไปปิ้ง ซึ่งมันน่ากินมาก ๆ แล้วผมก็ขอลองชิมไปนิดเดียวแต่อร่อยมาก อาหารเค้าดีจริง ๆ นะครับ ถึงแม้จะมีราคาแพงแต่ก็ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องลิ้มรสอะไรที่ดีมาก ๆ เลย

          นอกจากนั้นเพื่อนอีกคนหนึ่ง ทาน แก้มลูกวัวที่เป็นสตูว์ในไวน์ซอส กินง่ายๆ มีเห็ด มีผักอยู่ในนั้นด้วย   กินกับขนมปังฝรั่งเศสนำไปจิ้มก็พอแล้วซึ่งเอร็ดอร่อย ไปตาม ๆ กัน  เชฟออกมาเช็คว่าอร่อยไหม และแนะนำของหวาน
ผมนั้นกินของหวานไม่ได้เพราะเป็นเบาหวานถึงแม้อยากจะกินเหลือเกิน

        ส่วนเพื่อนผมสั่งเค้กที่เป็นแป้งกรอบ ๆ บางเรียกว่าเค้กมิวเฟย  มิวเฟย ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าพันใบ (หนึ่งพันใบ) หมายความว่าเหมือนใบไม้บาง ๆ กรอบ ๆ เป็นชั้น ๆ ไป นี่คือแป้งมิวเฟย  แล้วก็มีไส้ที่เป็นลูกแอปริคอท  คล้าย ๆ กับลูกท้อแต่ผิวจะเรียบ ไว้ตรงกลาง  แล้วเสิร์ฟกับซอส และน้ำแข็งไส ซึ่งภาษาฝรั่งเค้าเรียกว่า
Granite ที่ทำจากเหล้าควอนเทล ซึ่งเป็นเหล้าที่หวานๆ และกลิ่นเหมือนส้ม 

       นอกจากนั่นก็มี ซูเฟร์ ก็เป็นคล้ายๆ  คัสตาร์ดที่ใส่ไข่ขาวที่เอาไปอบแล้วมันฟูขึ้นมา ซูเฟร์ภาษาฝรั่งแปลว่าเป่าหรือทำให้มันฟู เค้าเอามะพร้าวนั้นมาทำเป็นซูเฟร์ แล้ว  เสริฟ์กับเชอร์เบทที่เป็นลูกราสเบอรี่แล้วยังมีซอสที่เทเข้าไปในซูเฟร์หรือจะกินกับเชอร์เบทได้ซึ่งทำมาจากเหล้ามาลิบู ใคร ๆ ที่ชอบเที่ยวก็คงชอบมาลิบูซึ่งผมเห็นว่ามันหวาน ๆ จนเกินไปไง ๆ ก็กินไม่ได้อยู่แล้ว

         ของหวานเมนูสุดท้ายที่เพื่อน ๆ สั่งมาก็คือ แท่งช็อคโคแลตมูส มูสนี่ก็เป็นช็อคโคแลตที่ผสมกับไข่ขาวแล้วก็วิปปิ้งครีมที่ตีให้มันขึ้นนะครับ แล้วเอาไปผสมกันแล้วทำเป็นแท่ง แท่งนี้จะไม่แข็งจะนุ่มพอสมควร  กรอบนอกนุ่มในละลายในปากได้ทันทีเลย  เสิร์ฟกับเชอร์เบทที่ทำจากกล้วยและเสาวรสนะครับ  พูดแล้วลืมบอกไปหมึกแดงกินของหวาน ๆ ไม่ได้

         ก็เลยสั่งอย่างอื่นมากิน ก็คือ สั่ง เนยแข็ง ซึ่งเค้ามีเนยเข็งหลายชนิด  เสิร์ฟมาพร้อมถั่วและผลไม้แห้งนิดหน่อย  แล้วก็ขนมปังด้วยกินกับไวน์แดงเอร็ดอร่อย มาก ๆ เลยแล้วก็มีความสุขอย่างยิ่ง  ถ้าใครมีโอกาสและมีสตางค์พอซึ่งผมต้องพูดอย่างนั้นนะครับ   ครั้งหนึ่งในชีวิตผมว่าเราก็ควรจะแวะไปดูอะไรดี ๆ ที่ประเทศไทยเค้ามีให้กับนักท่องเที่ยวระดับอินเตอร์และระดับเศรษฐีที่จะได้ไปกินและอยู่ที่นั่นและไปสัมผัสความอลังการและไปลิ้มรสความอร่อยของอาหารที่นี่นะครับ

ชื่อร้าน ร้านฝรั่งเศส เรสเตอรอง
ที่อยู่ Mandarin Oriental Dhara Dhavi Hotel
51/4 ถ. เชียงใหม่ – สันกำแพง ต. ท่าศาลา อ. เมือง จ. เชียงใหม่
โทร. 053 – 888 -888

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
รายการทีวี |  เวบบอร์ด  |  หมึกแดงไกด์  |  บทความ
สินค้าหมึกแดงคลับ  |  สูตรอาหาร cookbookเคล็ดลับคู่ครัว

Mcdang.com version2.0  is best view on IE at 1024*768 Pixels
Copyright © 2006
,McDang.com, Webmaster ; webmaster@mcdang.com