ลงโฆษณา
0-29278835-36
ต่อ 25


Article Dailynews

ประชาสัมพันธ์หนังสือ Cookbook เล่มใหม่ และงาน Thai Night ที่ประเทศ New Zealand

เดลินิวส์ ฉบับที่ 315 (วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2548)

 

    ผมกลับมาถึงกรุงเทพฯ ได้เพียงอาทิตย์เดียวก็ประจวบเหมาะกับเวลาที่หนังสือ Cookbook เล่มใหม่ของผม ที่คราวนี้ผมมีความภูมิใจ (อีกแล้วนะครับ) เพราะว่าเป็นหนังสือ Cookbook เท่าที่ได้ทำมาด้วยตนเอง เป็น Cookbook ที่มีความสวยงามและเล่มใหญ่เบ้อเร่อเท่อเลยครับ และภาพที่ได้ถ่ายก็สวยงามและราคาก็สมกับรูปแบบและขนาดของหนังสือเสียด้วยสิ ก็ฝากหนังสือไว้กับเพื่อน  ด้วยนะครับว่าหนังสือ Cookbook ของผมนี้ออกแล้ว เป็นเล่มใหม่และทาง SE-ED เป็นคนจำหน่าย มีสูตรทั้งหมด 60 กว่าสูตร มีภาพที่สวยงาม และเช่นเดียวกับหนังสือต่าง ๆ ที่ผมเขียนมาคือนำเสนอสูตรง่าย ๆ และวิธีทำง่าย ๆ และมีการให้เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ท้ายสูตรไว้ด้วยทุกสูตรเลย ก็หวังว่าเพื่อน ๆ จะอุดหนุนและซื้อหนังสือเล่มนี้เอาไปใช้ และเอาไปลองทำอาหารดู

          ถ้าอยากได้ลายเซ็นพร้อมหนังสือก็ต้องซื้อผ่านทางเว็บไซด์ผม และต้องเป็นสมาชิกของผม แต่ถ้าเพื่อน ๆ เห็นว่ายุ่งยากก็สามารถหาซื้อได้ตามร้าน SE-ED ทั่วไปทั่วประเทศ แต่สำหรับท่านที่อยากได้ลายเซ็นก็ต้องเข้ามาที่ www.mcdang.com

         ประชาสัมพันธ์เรื่องหนังสือของผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว คราวนี้มาถึงเรื่องที่ผมอยากจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังเกี่ยวกับการเดินทางไปประเทศนิวซีแลนด์ การเดินทางครั้งนี้ผมไป 3 เมือง คือโอ๊คแลนด์  ไคร้สท์เชิร์ชและเวลลิงตัน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์  การเดินทางครั้งนี้

       ผมไปด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการนำเสนอประเทศไทยให้เป็นครัวโลก และโครงการนี้คุณเชาวนี ซึ่งเป็นเลขาโทที่กรุงเวลลิงตันได้เขียนโครงการขึ้นมาและนำเสนอคณะกรรมการที่กระทรวง ซึ่งเขาก็เห็นด้วยและได้ทำจดหมายมาเชิญให้ผมไปเป็นวิทยากรที่ไปพูด สาธิต และทำ workshop เกี่ยวกับเรื่องอาหารไทย เป็นโครงการนำร่องก่อน ซึ่งตามกำหนดการมีการทำทั้งหมด 3 แห่ง คือ โรงเรียนสอนทำอาหาร 3 เมืองของประเทศนิวซีแลนด์

          ในการนี้ทางการกระทรวงการต่างประเทศได้กรุณาให้เกียรติผม โดยได้เลือกให้ผมไปบรรยายและสาธิต และสอนทำอาหารกับเชฟต่าง ๆ ในต่างประเทศ และไปทำการสอนที่โรงเรียนสอนทำอาหารเลย ไม่ได้ไปทำที่สถานฑูต แต่เอาสถาบันสอนทำอาหารเป็นหลัก ด้วยจุดประสงค์ในการเผยแพร่ให้ฝรั่งและคนไทยได้ทราบถึงระบบการทำกับข้าว หรือระบบการทำอาหารไทย แบบที่ผมเอาความคิดและระบบของฝรั่งมาผสมผสานให้เข้ากับอาหารไทยเพื่อให้ฝรั่งเขาเข้าใจอาหารเราได้มากขึ้น

      
 และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือระบบระเบียบที่ผมวางไว้นี้จะสอดคล้องกับวิธีการทำอาหารของฝรั่งเขาเพื่อให้วิธีการต่าง ๆ ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว ซึ่งความจริงแล้วประเทศไทยเราเองไม่เคยได้สอนแบบนี้มาก่อนเพราะว่าเรามัวแต่ให้ท่องจำและสอนวิธีทำ แต่ไม่ได้บอกถึงเหตุและผลของการทำขั้นตอนต่าง ๆ

       ต้องเรียนให้ท่านผู้อ่านและเพื่อน ๆ ทราบว่า เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการต่าง ๆ รองรับโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกหลายต่อหลายโครงการ งบประมาณต่าง ๆ จึงอยู่ในวงจำกัด ซึ่งจะว่าไป การเดินทางไปครั้งนี้ของผมไม่มีค่าตัวใด ๆ แต่ผมก็ยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสไปเผยแพร่ และนำเสนอความเข้าใจอย่างถูกต้องของอาหารไทยแก่ชาวต่างชาติ และที่สำคัญคือทำให้เขาเข้าใจ เพื่อเขาจะได้เข้าใจ และซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เป็นของไทยในการปรุงอาหารแบบไทย ๆ ในครัวของเขา

       ต้องกล่าวขอบพระคุณท่านทูตนรชิตและภรรยา ที่ให้การต้อนรับและดูแลผมเป็นอย่างดีตลอดการเดินทางและปฎิบัติภารกิจ ทั้ง 3 เมืองของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีการจัด Thai Night ตลอดทั้ง 3 เมืองที่ผมเดินทางไป ผมนำเสนออาหารไทยธรรมดา ๆ มาแปรรูปแบบการเสิร์ฟให้เป็นคอร์ส ๆ คล้าย ๆ กับฝรั่ง ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ รสชาติคงความเป็นไทยเช่นเดิม แต่หน้าตาเหมือนอาหารฝรั่งยังไงยังงั้นเลย ขนาดฝรั่งยังชอบกินแจ่วมะเขือเทศแมงดาเลยครับ กินกับเนื้อกวางย่าง ซึ่งผมเอาสูตรการหมักอย่างไทยคือน้ำตาลปี๊ป น้ำปลา และน้ำมันพืชนิดหน่อย เพราะเนื้อกวางเป็นที่เลื่องลือมากในนิวซีแลนด์ ต้องเรียนว่าเนื้อกวางเป็นเนื้อที่อร่อยมาก ที่ดีคือไม่มีไขมัน การทำเนื้อกวางให้อร่อยต้องไม่ให้สุกจนเกินไป ผมเสิร์ฟกับแจ่วมะเขือเทศ ซึ่งก็เป็นที่ถูกอกถูกใจสำหรับทุกท่านที่มีโอกาสได้ทดลองชิม

 

          ทั้ง 3 เมืองแบ่งเป็น 3 วัน วันแรกที่ผมไปถึง ผมบรรยายและสาธิตอาหารไทย และจากนั้นก็มี workshop เล็ก ๆ น้อย ๆ ผมบรรยายเกี่ยวกับอาหารไทยโดยเล่าถึงประวัติอาหารไทยตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง และแบ่งการทำอาหารไทยเป็นระบบใหม่คือระบบต้ม ว่าในสมัยโบราณมีอะไรบ้าง เช่นต้มจืด ต้มส้ม ต้มยำ และต้มแกงป่า ซึ่งผมก็สาธิตให้ดูว่าวิธีการต้มนั้น ต้มอย่างไร จากนั้นก็พูดถึงระบบการทำยำ

           ซึ่งผมไม่ได้เน้นเฉพาะใด เฉพาะหนึ่ง เแต่เอาเมนูชื่อต่าง ๆ มาให้เขาดู แต่สิ่งที่ผมนำเสนอให้เขาเข้าใจคือระบบการทำน้ำยำ ว่าระบบการทำน้ำยำนั้นมันมีวิธีอย่างไร และกี่แบบ และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำยำไทยต้องเป็นอย่างไร และแตกต่างกับน้ำยำของฝรั่งซึ่งก็คือน้ำสลัดอย่างไร ผมสาธิตการทำน้ำยำ 2 แบบคือ น้ำยำธรรมดา ๆ ที่เรียกว่าน้ำปรุง และอีกประเภทคือน้ำปรุงที่ต้องเอาไปเคี่ยวให้มันงวด เช่น น้ำยาสลัดยำส้มโอเป็นต้น 
 
             



                หลังจากนั้นสิ่งที่ผมนำเสนอต่อคือการย่าง สิ่งที่ผมนำเสนอคือเรื่องของน้ำหมักที่ใช้ในการปรุงวัตถุดิบก่อนย่าง เพื่อให้เขาเข้าใจว่ารสชาติแต่ละแบบของน้ำหมักเป็นอย่างไร และอีกอย่างที่ต้องนำเสนอคู่กันคือน้ำจิ้ม ที่แตกต่างกับน้ำจิ้มของไทยโดยสิ้นเชิง  มีอีกระบบการทำอาหารของไทยที่ผมไม่พลาดที่จะนำเสนอคือ ระบบการนึ่ง ผมนำเสนอให้เขาเห็นถึงวิธีการนึ่งห่อหมกว่า เริ่มต้นจากอย่างไร มีวิธีการอย่างไร และรสชาติเป็นอย่างไร 

         วิธีการอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ในการบรรยายคือ การทำแกง ผมสร้างระบบให้เขาเข้าใจถึงที่มาที่ไปของการเป็นน้ำพริก ก่อนที่จะนำมาผัด และผ่านกระบวนการต่าง ๆ จนเรียกได้ว่าเป็นวิธีการแกงที่ถูกต้องและเอกลักษณ์ของคนไทย ผมนำเสนอให้เขาเห็นถึงการผัดเครื่องแกงกับหัวกะทิ ให้เขาเห็นถึงระบบการใช้ความร้อนเพื่อทำให้เครื่องแกงสุก และแตกมัน ก่อนนำไปรวนกับวัตถุดิบอื่น ๆ จนได้เป็นแกง  นอกจากนั้นผมยังได้มีโอกาสบรรยายถึงระบบอื่น ๆ อีกเช่นระบบทอด ผัด หรือแม้กระทั่งเรื่องของก๋วยเตี๋ยวของไทยเรา

 

          หลังจากการบรรยายและทำ workshop เสร็จก็จะมีงานเลี้ยงที่เรียกว่า Thai Night ซึ่งในงานดังกล่าวผมได้นำเสนออาหารไทยในสไตล์ฝรั่ง ซึ่งเสิร์ฟเป็น 7 คอร์สด้วยกัน อาหารเยอะแยะมาก เป็นอาหารไทยทั้งนั้น แต่ภาพรวมแล้วดูไม่เป็นอาหารไทยเลย แต่รสชาตินั้นคงความเป็นไทยแท้ ๆ ไว้อย่างดั้งเดิม  หลังจากงานดังกล่าวก็จะเป็นการสอนทำอาหารในขั้นปฎิบัติจริง โดยมากเป็นเชฟฝรั่งที่มาเข้าคอร์สเรียนกัน มาคุยกัน ปรึกษาหารือ และเรียนรู้วิธีการ เทคนิค รวมถึงเหตุและผลของการทำอาหารไทยประเภทต่าง ๆ ว่าเหตุใดต้องทำอย่างนั้นเพื่ออะไร ทำอย่างนี้เพื่ออะไร เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่มีเหตุผลไม่ใช่ทำเฉย ๆ โดยไม่มีที่มาที่ไป

           


 

        ตัวผมเองได้ความรู้และประสบการณ์มากมายจากการได้รับเกียรติในการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งได้มีโอกาสพบปะ พูดคุย และเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์กับคนที่อยู่ในวงการอาหารทั้ง 3 เมืองที่เดินทางไปเยอะแยะ  ในโอกาสนี้ผมต้องขอกราบขอบพระคุณกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาลที่เล็งเห็นว่าผมสามารถเป็นตัวแทนคนไทยในการเผยแพร่ และให้ความรู้เรื่องอาหารไทยให้ฝรั่งเขา เพราะเข้าใจดีว่า หนทางที่ดีที่สุดในการทำให้ครัวไทยเป็นครัวโลก รวมถึงการสร้างความต้องการให้ฝรั่ง มีความต้องการในการใช้เครื่องปรุง และวัตถุดิบต่าง ๆ ของไทยให้ได้นั้น สิ่งนั้นคือการให้เขา (ฝรั่ง) เข้าใจถึงระบบ ที่มาที่ไป เหตุและผลของการทำและปรุงอาหารไทยประเภทต่าง ๆ เพื่อเขาจะได้เข้าใจ และนำไปดัดแปลงในการนำเสนออาหารไทยตามแบบหรือสไตล์ของเขาได้ต่อไป

       ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ผมก็ยังมีโครงการต่าง ๆ กับกระทรวงการต่างประเทศในการนำเสนอครัวไทยสู่ครัวโลกอีกต่อไป ซึ่งประเทศต่อไปที่ผมจะเดินทางคืออเมริกา กำหนดการราว ๆ ปลายเดือนกรกฎาคม ต้นสิงหาคม  ผมจึงขอโอกาสนี้พูดยาวเลยถึงเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้เพื่อน ๆ และผู้อ่านได้รับทราบว่า ขณะนี้รัฐบาลและผมกำลังทำอะไรอยู่ และต่อไปจะทำอะไร เพื่อให้โครงการดังกล่าวบรรลุจุดประสงค์ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลทั้งหมดที่ผมเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

รายการทีวี |  เวบบอร์ด  |  หมึกแดงไกด์  |  บทความ
สินค้าหมึกแดงคลับ  |  สูตรอาหาร cookbookเคล็ดลับคู่ครัว

Mcdang.com version2.0  is best view on IE at 1024*768 Pixels
Copyright © 2006
,McDang.com, Webmaster ; webmaster@mcdang.com