|
ทั้ง 3 เมืองแบ่งเป็น 3 วัน
วันแรกที่ผมไปถึง
ผมบรรยายและสาธิตอาหารไทย
และจากนั้นก็มี
workshop
เล็ก ๆ น้อย ๆ
ผมบรรยายเกี่ยวกับอาหารไทยโดยเล่าถึงประวัติอาหารไทยตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง
และแบ่งการทำอาหารไทยเป็นระบบใหม่คือระบบต้ม
ว่าในสมัยโบราณมีอะไรบ้าง
เช่นต้มจืด ต้มส้ม ต้มยำ
และต้มแกงป่า
ซึ่งผมก็สาธิตให้ดูว่าวิธีการต้มนั้น
ต้มอย่างไร
จากนั้นก็พูดถึงระบบการทำยำ
ซึ่งผมไม่ได้เน้นเฉพาะใด
เฉพาะหนึ่ง เแต่เอาเมนูชื่อต่าง
ๆ มาให้เขาดู
แต่สิ่งที่ผมนำเสนอให้เขาเข้าใจคือระบบการทำน้ำยำ
ว่าระบบการทำน้ำยำนั้นมันมีวิธีอย่างไร
และกี่แบบ
และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำยำไทยต้องเป็นอย่างไร
และแตกต่างกับน้ำยำของฝรั่งซึ่งก็คือน้ำสลัดอย่างไร
ผมสาธิตการทำน้ำยำ 2 แบบคือ
น้ำยำธรรมดา ๆ
ที่เรียกว่าน้ำปรุง
และอีกประเภทคือน้ำปรุงที่ต้องเอาไปเคี่ยวให้มันงวด
เช่น
น้ำยาสลัดยำส้มโอเป็นต้น
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
หลังจากนั้นสิ่งที่ผมนำเสนอต่อคือการย่าง
สิ่งที่ผมนำเสนอคือเรื่องของน้ำหมักที่ใช้ในการปรุงวัตถุดิบก่อนย่าง
เพื่อให้เขาเข้าใจว่ารสชาติแต่ละแบบของน้ำหมักเป็นอย่างไร
และอีกอย่างที่ต้องนำเสนอคู่กันคือน้ำจิ้ม
ที่แตกต่างกับน้ำจิ้มของไทยโดยสิ้นเชิง
มีอีกระบบการทำอาหารของไทยที่ผมไม่พลาดที่จะนำเสนอคือ
ระบบการนึ่ง
ผมนำเสนอให้เขาเห็นถึงวิธีการนึ่งห่อหมกว่า
เริ่มต้นจากอย่างไร
มีวิธีการอย่างไร
และรสชาติเป็นอย่างไร
วิธีการอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ในการบรรยายคือ
การทำแกง
ผมสร้างระบบให้เขาเข้าใจถึงที่มาที่ไปของการเป็นน้ำพริก
ก่อนที่จะนำมาผัด
และผ่านกระบวนการต่าง ๆ
จนเรียกได้ว่าเป็นวิธีการแกงที่ถูกต้องและเอกลักษณ์ของคนไทย
ผมนำเสนอให้เขาเห็นถึงการผัดเครื่องแกงกับหัวกะทิ
ให้เขาเห็นถึงระบบการใช้ความร้อนเพื่อทำให้เครื่องแกงสุก
และแตกมัน
ก่อนนำไปรวนกับวัตถุดิบอื่น
ๆ จนได้เป็นแกง
นอกจากนั้นผมยังได้มีโอกาสบรรยายถึงระบบอื่น
ๆ อีกเช่นระบบทอด ผัด
หรือแม้กระทั่งเรื่องของก๋วยเตี๋ยวของไทยเรา |