ลงโฆษณา
0-29278835-36
ต่อ 25


Article Dailynews

ครัวไพลิน

เดลินิวส์ ฉบับที่ 317 (วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม 2548)

ชื่อร้าน : ครัวไพลิน
ที่อยู่ : 104/2 หมู่ 6 ต. กระทู้ อ. กระทู้ จ. ภูเก็ต 83120
เบอร์โทร : 076-211-245 , 076-222-203
หมึกแดงไกด์ : ความอร่อย 5, ความสะอาด 4, คุณภาพวัตถุดิบ 5, การบริการ 4, ราคา 4,ความเผ็ด 4

          ได้เรียนเพื่อน ๆ ในคอลัมภ์ที่แล้วว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินทางภาคใต้โดยเฉพาะทางภูเก็ตอีกหลาย ๆ ครั้ง คราวนี้เลยขอคุยเรื่องร้านอาหารที่ยังไม่ได้เล่าให้ฟังว่าไปกินมาและเป็นร้านอาหารพื้นเมืองที่เอร็ดอร่อยมากเลยแต่ต้องขอเรียนตามตรงนะครับเราอยู่ปักษ์ใต้ถ้าใครไปกินร้านนี้แล้วบอกว่าเผ็ดจังเลย

      ก็ต้องดูว่าเราอยู่ในถิ่นของเค้าซึ่งเป็นถิ่นของภาคใต้ซึ่งถึงแม้ว่าจะ ร่อยจังฮู้ ก็ตามแต่ก็ต้องมีความเผ็ดอยู่ในนั้นด้วยแล้วก็ต้องกินผักเหนาะเข้าไปเยอะ ๆ แล้วก็เหงื่อแตกมาก ๆ แล้วก็เจริญอาหารมากขึ้นตัวโตพุงกางเหมือนหมึกแดงไงครับ  ร้านที่ผมไปอยู่ที่ จ.ภูเก็ต  อ. กระทู้  อยู่ใกล้ทางขึ้นน้ำตกกระทู้ ซึ่งเป็นร้านอาหารชื่อ ครัวไพลิน  เป็นร้านที่ทำมานานมากเลย  และอาหารที่นี่ก็อร่อยเหลือเกินเป็นอาหารพื้นเมืองแปลก ๆ และมีอะไรต่ออะไรที่เค้าหามาได้ทีเป็นอาหารและเครื่องปรุงของท้องถิ่นโดยเฉพาะ

         มีปู เห็ดแครง หมูป่า แต่ที่ครัวไพลินนั้นพวกญาติ ๆ และเพื่อน ๆ ที่เค้าไปทำงานช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ สึนามิ เวลาที่เค้ามีเวลาว่าง เค้าจะแวะมารับประทานอาหารกันที่ร้านนี้มากันทั้งฝูง ใส่กางเกงขาสั้นมีค้อนมีตะปูเต็มไปหมดเลยมีทั้งคนไทยและคนฝรั่งซึ่งใจบุญมาก ซึ่งทีมนำด้วย น้องผมและเพื่อนผม คือ คุณสมฤดี  อมาตยกุล (กุ๊ก)  ซึ่งกุ๊กเค้าเป็นคนที่น่ารักมากแล้วก็ได้มาช่วยงานในการก่อสร้างและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยที่ผ่านมาแล้วเจ็ดเดือนแล้ว

        ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างยังไม่เรียบร้อยดี เค้าจึงได้มาที่นี่และเวลาว่างเค้าก็มารับประทานที่ร้านนี้แล้วก็บอกข่าวมาให้ผมทราบว่าร้านนี้มีอะไรอร่อยบ้าง  ร้านนี้อยู่ริม ๆ เขาพื้นที่จึงลาด ๆ หน่อยครัวก็เป็นครัวเปิด เพราะว่าเครื่องแกงในการทำอาหารมีกลิ่นที่ฉุนๆ ทั้งนั้น แต่ว่าบรรยากาศดีมาก ๆ เลยนะครับ เหมือนอยู่ในป่าเล็ก ๆ ริมทางขึ้นไปน้ำตกกระทู้  สิ่งแรกที่ไป คุณบัณฑิต ซึ่งเป็นเจ้าของร้านและอยู่ที่นี่มานานแล้ว รู้สึกนิสัยใจคอก็เหมือนกับหมึกแดงนี่แหละที่ชอบกินอาหารรสจัด ๆ เผ็ด ๆ แล้วถ้าแกล้มเหล้าด้วยคุยกันไปด้วย มันได้บรรยากาศแบบไทย ๆ ที่ยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน

          เพราะผมย้อนไปคิดถึงเมื่อสมัยที่ผมยังหนุ่ม ๆ อยู่สัก ประมาณ 30
– 40 ปีมาแล้ว พวกผู้ใหญ่เค้าชอบนั่งกินเหล้าและก็ทานอาหารเผ็ด นั่งคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮา ซึ่งผู้ใหญ่สมัยก่อนสำหรับผม ก็อายุประมาณ 30 – 40   เมื่อผมไปถึงคุณบัณฑิตก็มารับผมที่รถเพื่อไปถ่ายทำรายการซึ่งเค้าก็เตรียมอาหารไว้หลายอย่าง ซึ่งตอนแรกก็มีอาหารที่เจาะจงไว้ในเมนูซึ่งทางทีมงานอยากให้เราได้ลองรับประทานแต่ว่าพูดไปพูดมาก็มีอาหารมากกว่าที่พูดไว้ตั้งเยอะ  ซึ่งผมก็อยากลองไปหมด โชคดีที่ทีมงานมีตั้ง 9 คนเลยช่วยกันทานอย่างสนุกสนานเฮฮาไปหมด

        เอาละมีอะไรกินบ้างละที่นี่  สิ่งแรกเลยที่นี่เค้ามีเห็ดแครงซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อนว่าเห็ดแครงเป็นอย่างไร  แต่ว่าเป็นเห็ดชนิดหนึ่งแล้วเค้านำมาทำเป็นแกงกะทิเห็ดแครงและมีเห็ดแครงผัดขี้เมา ซึ่งคุณเอยผัดขี้เมาต้องบอกเลยนะว่าต้องทานกับข้าวมิฉะนั้นอาจจะสำลักได้เพราะว่ามันเผ็ดมากจริงๆ แต่ว่ารสชาติเหมือนกับกินเนื้ออย่างไงอย่างงั้นแต่ว่ามันไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นผักเพราะว่าเห็ดก็คือผักนั่นเองแต่ว่าเค้านำมาทำแกงกะทิและผัดขี้เมามันก็เลยมีรสชาติที่เอร็ดอร่อยและย่อยง่ายซะด้วยสิ

        จะพูดถึงเมนูที่มันไม่เผ็ดก่อนดีกว่าไหมครับเพราะว่าได้เกริ่นไปแล้วเมนูที่เผ็ด  ๆ มีอยู่ 2 อย่างเกี่ยวกับเห็ดแครงที่นำมาทำแกงกะทิและผัดขี้เมาซึ่งทั้งสองอันเผ็ดมาก ๆ เลยกินเข้าไปแล้วต้องเตรียมกระดาษมาคอยซับเหงื่อเพราะว่าเหงื่อจะโชกหน้าไปหมดเพราะผมเป็นคนขี้ร้อนมาก ๆ เลย มาพูดถึงอาหารที่ไม่เผ็ดเลยที่ผมชอบมากเลยเป็นแกงคล้าย ๆ ต้มส้มทางภาคกลาง แต่ต้มส้มของเค้านั้นจะเป็นต้มส้มน้ำใสความหวานของเค้ามาจากสัปปะรดเพราะว่าเค้าใส่ไปในนั้นและไม่มีเนื้อสัตว์มากนักซึ่งเท่าที่จำได้ไม่มีเนื้อสัตว์เลย  และอร่อยมาก ๆ เลย มีรสชาติหวานเปรี้ยวเค็ม พอดี ๆ

         มีปลาทอดคล้าย ๆ ปลาอินทรีย์ ผมก็จำชื่อไม่ได้แล้วเป็นปลาทอดของท้องถิ่น เค้าเอามาหมักกับขมิ้นและเครื่องเทศต่าง ๆ แล้วนำมาทอด ชิ้นใหญ่มาก ๆ เลยนะครับใหญ่กว่าปลาอินทรีย์ซะอีกนะครับและเนื้อก็แน่น  แต่ว่าไม่แห้งจนเกินไปเค้าทำได้อร่อยมาก ๆ จริง ๆ นะครับ และก็กินกับน้ำปลาพริกซักนิดหนึ่งหรือกินแกล้มกับของเผ็ด ๆ ก็ยิ่งดีนะครับ

         มีปูคล้าย ๆ กับปูผัดผงกะหรี่ซึ่งเค้าทำออกมาให้ชิมผมเป็นคนชอบกินตรงกระดองปูซึ่งตรงนั้นจะมีไข่อยู่เต็ม ๆ ไปหมดเลย หลังจากนั้นก็มีแต่ของที่เผ็ดจริง ๆ เลย แต่ยังมีอีกอย่างหนึ่งซึ่งไม่เผ็ดเท่าไร่ก็คือกุ้งทอดแล้วก็มีซอสมะขามซึ่งเค้าก็ทำได้ดีมาก ๆ เลยแล้วก็กินกันไม่หวัดไม่ไหวเพราะว่ากุ้งนั้นเวลาเค้าทอดไม่ทอดให้นานจนเกินไปแล้วก็นำไปรวนที่ซอสที่เค้าทำมาเคลือบออกมาเหนียว ๆ นิด ๆ รสชาติอมเปรี้ยวอมหวานและไม่สุกจนเกินไปมันจะได้กรอบถ้าทำให้สุกจนเกินไปจะทำให้แข็งและเหนียวมันจะไม่อร่อย

         มีหมูป่าผัดเครื่องชาอันนี้ต้องเรียนตามตรงว่าผมเห็นแล้วต้องตะครุบเลยครับเพราะเป็นอาหารที่ผมโปรดมาก ๆ  เลยซึ่งเค้านำไปผัดกับเครื่องแกงเครื่องเทศ เกือบจะเหมือนพวกคั่วกลิ้งเลยเพราะว่าผัดแบบแห้ง ๆ ทำให้ผมนึกถึงกระเพราเนื้อสับสมัยก่อนเพราะว่าเดี่ยวนี้เค้าใช้เนื้อบดนะครับ เพราะว่าจะผัดแห้ง ๆ เหมือนคั่ว อย่างไง อย่างงั้น และมีความหอมมาก แล้วเวลาเรากินก็กินกับข้าวร้อน ๆ กินกับไข่เจียว อันนี้ก็เหมือนกันหมูป่าผัดชา นี่ละครับ

           แล้วก็มีหอยมุกผัดพริกไทยดำซึ่งผมก็ไม่เคยทานมาก่อนหอยมุกนี่คล้าย ๆ กับหอยนางรมนั่นเอง ที่เค้าเอาไปทำมุกนะครับ หอยนี่ตัวไม่ใหญ่นัก หอยมุกนี่ไม่มีมุกติดมาด้วยนะครับ เพราะว่าหอยมุกที่จะทำเป็นไข่มุกเนี่ยเค้าต้องใส่เม็ด คล้าย ๆ เซรามิก หนึ่งเม็ดแล้วปล่อยให้มันโตไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันจะเป็นไข่มุกได้แต่ หอยมุกนี่เป็นหอยมุกธรรามชาติที่เค้าไม่ได้เลี้ยงไว้สำหรับเป็นไข่มุก  มีแกงพริกกระดูกหมูอ่อน เห็นแกงนี้เข้ามาจะรู้เลยว่าแกงนี้จะเผ็ดมากขนาดไหน ก็จริง ๆ มันเผ็ดมาก ๆ เลยแต่รสชาติกลมกล่อมเข้มข้น  ทั้งมัน ทั้งหอม ทั้งเผ็ด แล้วยิ่งกินกับข้าวสวยร้อน ๆ นี่ยิ่งอร่อย มากเลยนะครับ

         มีแกงส้มหน่อไม้ดองซึ่งเค้าดองหน่อไม้เองซึ่งไม่มีกลิ่นเหม็นเลยแต่แกงส้มของเค้านั้นต้องเรียนตามตรงว่าต้องมีไข่เจียวนะครับเพราะว่ามันเผ็ดมาก ๆ เลยและความเปรี้ยวนำและมีความหวานธรรมชาติแล้วก็มีความเค็มแล้วตัวน้ำแกงเองก็มีความเข้มข้นจริง ๆ นะครับ กินไปเหงื่อแตกไปเหมือนกับเข้าซาวน่าเลย และมีแกงอีกแกงหนึ่งซึ่งไม่เผ็ดเท่าไรนักแต่ควรกินกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วหาผักเหนาะมากินด้วยก็คือ แกงปู 

        แกงของเค้านี่น่ากินมาก ๆ เลย เพราะว่ามีแต่เนื้อปูไม่ใช่ใส่ปูเป็นตัว ๆ สับมาใส่ในแกง กินเข้าไปแล้วก็กลัวว่าทานกะทิเข้าไปมาก ๆ แล้วจะมีคลอเลสโตรอลสูง ซึ่งผมขอเรียนให้ทราบว่าในกะทินั้นไม่มีคลอเลสโตรอลเพราะว่าเป็นไขมันที่มาจากพืช แต่เค้ามีไขมัน ซึ่งในภาษาฝรั่งเค้าเรียก
FAT นี่หล่ะ ซึ่งผมก็ขออนุญาติความรู้กับเพื่อนๆ สักนิดหนึ่ง  เพราะฉะนั้นก็อย่างไปห่วงนักเพราะมันไม่มีคลอเลสโตรอล ไม่ไปอุดตันที่หัวใจแน่นอน แต่ว่าเวลารับประทานมากนัก อะไรที่มากไปไม่พอดีมันก็พิษต่อร่างกายได้นะครับ อะไรที่กินแบบสายกลางแบบเราที่เป็นพุทธนั้นได้ก็จะดีนะครับ 

        หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้รู้ว่าที่นี่มีอะไรกินบ้างฝากบอกคุณบัณฑิตด้วยว่าผมหวังว่าจะมีโอกาสได้ไปทานที่ร้านอีก นั่งกินข้าวเย็น ๆ และได้นั่งดื่มไวน์กับคุณบัณฑิตและทานอาหารอร่อย ๆ เช่นเคย  ผมคิดว่าเพื่อน ๆ อยากไปเที่ยวทางภูเก็ตและทางภาคใต้เพื่อไปช่วยเศรษฐกิจเค้าให้ดีขึ้นก็แวะไปที่ร้านนี่นะครับร้านนี้อร่อย และก็ไปทำบุญทำทานหรือไปดูหรือไปช่วยเพื่อนของผมซึ่งเค้าไปทำหน้าที่พลเมืองดีไปช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้ ผมอยากจะเชิญชวนให้เพื่อน ๆ ไปเที่ยวทางภาคใต้นะครับภาคใต้ตอนนี้เค้าประสบภัยต่าง ๆ ซึ่งวุ่นวายมากเลย ผมก็สงสารเค้าเพราะว่าเราก็เป็นคนไทยด้วยกันเราก็ควรจะช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน

ชื่อร้าน : ครัวไพลิน
ที่อยู่ : 104/2 หมู่ 6 ต. กระทู้ อ. กระทู้ จ. ภูเก็ต 83120
เบอร์โทร : 076-211-245 , 076-222-203
หมึกแดงไกด์ : ความอร่อย 5, ความสะอาด 4, คุณภาพวัตถุดิบ 5, การบริการ 4, ราคา 4,ความเผ็ด 4

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
รายการทีวี |  เวบบอร์ด  |  หมึกแดงไกด์  |  บทความ
สินค้าหมึกแดงคลับ  |  สูตรอาหาร cookbookเคล็ดลับคู่ครัว

Mcdang.com version2.0  is best view on IE at 1024*768 Pixels
Copyright © 2006
,McDang.com, Webmaster ; webmaster@mcdang.com