|
ท่องเที่ยวอเมริกาตอนที่ 2 |
|
เดลินิวส์ ฉบับที่ 326 (วันศุกร์ที่
30 กันยายน 2548)
|
|
เรื่อง : ท่องเที่ยวอเมริกาตอนที่ 2 |
|
สำหรับสัปดาห์นี้ผมขอพาเพื่อน
ๆ
กลับไปเที่ยวอเมริกากันอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ
เพราะว่าเมื่อครั้งที่แล้วผมยังเล่าให้เพื่อน
ๆ
ฟังยังไม่หมดเลยครับว่าผมได้ไปทำอะไรมาบ้าง
วันนี้ผมขอพาเพื่อน ๆ ไปที่ Napa Valley
ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับเมือง San Francisco
ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงของอเมริกาหลายยี่ห้อด้วยกันเนื่องจากเป็นเมืองที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการทำไวน์เป็นอย่างมาก
และเป็นแหล่งที่มีร้านอาหารและโรงเรียนสอนเกี่ยวกับเรื่องการทำอาหารที่มีชื่อเสียงอยู่มากมาย
แต่วันนี้ผมขอพูดเกี่ยวกับเรื่องโรงเรียนสอนทำอาหารที่มีชื่อว่า
Culinary Institute of America หรือ C.
I. A.ซึ่งมีอยู่หลายสาขาด้วยกัน
ผมก็เคยเรียนที่โรงเรียนนี้แต่ว่าเป็นสาขาที่
นิวยอร์ก
ซึ่งอยู่อีกฝากหนึ่งของอเมริกาเลยนะครับ |
|
|
|
โรงเรียนนี้จะใช้ตึกที่มีอายุเก่าแก่มาก
ประมาณ 100 กว่าปี
ซึ่งเมื่อสมัยก่อนเป็นตึกที่เค้าใช้ทำไวน์กัน
จะอยู่ติดกับเมืองเล็ก ๆ
เมืองหนึ่งชื่อ St. Helena
ซึ่งเป็นเมืองที่สวยงามและน่ารักมาก
ผมจำได้ว่าเมื่อซักเกือบ ๆ
สามสิบปีที่แล้วยังเป็นเมืองที่เงียบ
ๆ เหงา ๆ
แต่ตอนนี้เป็นเมืองที่หรูหราฟู่ฟ่ามาก
ราคาของที่ดินก็แพงริบลิ่วเลยครับ
เพราะว่าพื้นที่แถบนั้นจะเหมาะสำหรับทำไวน์เป็นอย่างมากและที่สำคัญคือที่โรงเรียนนี้เค้าจะไม่รับนักเรียนระดับปริญญาตรีมาเรียนนะครับ
คือหมายความว่าจะมาเรียนที่โรงเรียนนี้ได้คุณจะต้องเป็นเชฟที่จบปริญญาตรีมาแล้วนะครับ
และมาเรียนเพิ่มเติมที่นี่
การไปที่โรงเรียนนี้ในครั้งนี้ผมก็ได้รับเกียรติให้ไปเป็นอาจารย์สอนการทำอาหารให้กับอาจารย์ที่โรงเรียนนั้นอีกทีหนึ่งผมมาสอนการทำอาหารไทยและมาถ่ายทำการทำอาหารไทยให้กับโรงเรียนนี้เพื่อที่เค้าจะได้นำไปเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตของโรงเรียน
ซึ่งผมก็เป็นนักเรียนเก่าของโรงเรียนนี้ก็เลยทำให้ด้วยความเต็มใจเพื่อเป็นวิทยาทานและเพื่อเผยแพร่เชื่อเสียงของอาหารไทยของเราด้วย |
|
|
|
เราก็มีการไปถ่ายทำกันในหลาย
ๆ ครัว
ซึ่งครัวของเค้านั้นก็แสนจะทันสมัยและสะอาดสวยงามเป็นอย่างมาก
และมีอุปกรณ์การทำครัวที่หรูหราทันสมัยใช้งานง่าย
วันนั้นผมก็ได้สอนการทำอาหารไทยไปหลายอย่าง
เช่น แกงเขียวหวาน ห่อหมก
สอนไปเค้าก็ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ไปด้วย
ใช้เวลา 3
วันด้วยกันในการถ่ายทำ มี
เชฟ ชัย ศิริญาณซึ่งเป็นเชฟคนไทยที่อยู่ที่นั่นและคุณแม่
ก็ได้มาช่วยเหลือในการสาธิตในครั้งนี้ด้วยซึ่งคุณแม่ของคุณชัย
ศิริญาณนั้น
ท่านทำของหวานได้อร่อยมาก
ก่อนอื่นที่ผมจะสอนการทำอาหารไทยนั้น
ผมก็ได้อธิบายถึงประวัติความเป็นมาของอาหารไทย
การกินอยู่แบบไทย ๆ
เพื่อให้เค้าได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารไทยเสียก่อน
หลังจากนั้นถึงจะลงมือสาธิตการทำอาหารกัน
ซึ่งในระหว่างที่ผมสาธิตอยู่นั้น
เชฟทุก ๆ
คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
บางคนก็จดทุกอย่างลงสมุดโน้ตตลอดเวลา
บางคนก็มาลงมือช่วยทำเองเลย
แต่ไม่ต้องห่วงนะครับหลังจากที่ผมสาธิตเสร็จแล้ว
ก็จะให้เชฟทุกคนลองลงมือทำกันเอง
ซึ่งมีเชฟอยู่คนหนึ่งที่ผมรู้จักดี
เป็นชาวสแกนดิเนเวีย ชื่อเชฟ
LARS
ก็ได้มาลองทำผัดไทยกับผม
ซึ่งแกทำได้ดีมากเลยครับ
ผัดได้คล่องแคล่วเหมือนกับคนจีนเลย
หลังจากนั้นเราก็ได้มีเวลามานั่งกินอาหารที่เราได้ทำไปด้วยกัน
แลกเปลี่ยนความคิด
ติชมอาหารของกันและกัน
ผมยังได้สาธิตถึงการปรุงเครื่องแกง
และการทำน้ำพริกต่าง ๆ
โดยเฉพาะน้ำพริกปลาทูที่เอร็ดอร่อยมากด้วยนะครับ |
|
|
|
|
ซึ่งมีเชฟอยู่คนหนึ่งที่ผมรู้จักดี
เป็นชาวสแกนดิเนเวีย ชื่อเชฟ
LARS
ก็ได้มาลองทำผัดไทยกับผม
ซึ่งแกทำได้ดีมากเลยครับ
ผัดได้คล่องแคล่วเหมือนกับคนจีนเลย
หลังจากนั้นเราก็ได้มีเวลามานั่งกินอาหารที่เราได้ทำไปด้วยกัน
แลกเปลี่ยนความคิด
ติชมอาหารของกันและกัน
ผมยังได้สาธิตถึงการปรุงเครื่องแกง
และการทำน้ำพริกต่าง ๆ
โดยเฉพาะน้ำพริกปลาทูที่เอร็ดอร่อยมากด้วยนะครับ
หลังจากนั้นผมก็ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ถามคำถาม
ที่ไม่เข้าใจ
เมื่อผมได้สอนทุกอย่างจนครบเสร็จหมดแล้ว
ผมก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนที่สวน
ที่อยู่กลางใจเมืองนี้
ได้ไปนั่งดื่มไวน์
โดยเราจะนั่งอยู่บนหญ้าเลยนะครับ
จะมีผ้ามาปูให้
แล้วจะมีวงดนตรีแจ๊สมาเล่นให้เราฟังอยู่บน
Gazebo
หรือศาลากลางสวนนั่นเองนะครับ
แล้วก็จะมีผู้คนมานั่งฟังกันเป็นครอบครัว
บางคนก็ออกไปเต้นรำกันเป็นครอบครับ
สนุกสนานเฮฮา เป็นกันเองมาก
ๆ ครับ
ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรเลย
ฝรั่งเค้าจะทำอะไรกันแบบสบาย
ๆ ดีนะครับ |
|
อย่างไรก็ตามถ้าเพื่อน ๆ
ได้มีโอกาสไปเที่ยวอเมริกาแล้วอยากจะลองไปท่องเที่ยวเมืองเล็ก
ๆ
อยากจะลองไปสัมผัสความเป็นกันเอง
ความสวยงามของเมืองนี้กันก็ได้นะครับ
แต่ต้องขอเตือนว่าตอนนี้ที่อเมริกาทุกสิ่งทุกอย่างราคาแพงขึ้นมากเลยนะครับ
ค่าครองชีพในอเมริกาตอนนี้สูงขึ้นมากจริง
ๆ ครับ
ซึ่งอเมริกานั้นผมได้ไปอยู่มานานหลายปีมาก
ๆ
อาจจะเรียกได้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของชีวิตผมเลยก็ว่าได้
การได้ไปครั้งนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการไปเยี่ยมเยือนบ้านเก่าของผมไปด้วยนะครับ
|
|
|