ลงโฆษณา
0-29278835-36
ต่อ 25


Article Dailynews

ร้าน มาตินี่ เฮ้าส์ (Martini House)

เดลินิวส์ ฉบับที่ 328 (วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2548)

ชื่อร้าน :  มาตินี่ เฮ้าส์ (Martini House)
ที่อยู่ 1245 Spring St.St. Helena,CALIFORNIA 94574U.S.A.
โทร.(707) 963 2233, (707) 963 4781
หมึกแดงไกด์ : ความอร่อย 5, ความสะอาด 5, คุณภาพวัตถุดิบ 5, การบริการ 5, ราคา 5,

        เมื่อเดือนที่แล้วซึ่งมีความวุ่นวายมากมายที่บริษัทของผม แต่ก็ยังมีเวลาที่จะไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์และก่อนหน้านั้นก็ได้ไปชิมที่ร้านอาหารร้านนี้ ซึ่งร้านนี้ก็ค่อนข้างจะดังพอสมควรเพราะว่า Chef หรือเจ้าของของร้านนี้มีรายการโทรทัศน์ตอนบ่ายทุกอาทิตย์

        และไม่ได้คิดไม่ได้ฝันเลยว่าชีวิตของเค้าจะหันเหมาเป็น chef และมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง เพราะว่าน้องอาร์ทเป็นนักว่ายน้ำทีมชาติของประเทศไทย และยังเป็นเด็กที่เรียบร้อย น่ารักและมีอัธยาศัยไมตรีที่สุภาพเรียบร้อย ซึ่งไม่เหมือนกับผมเลยครับซึ่งบ้าๆบอๆ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่น้องอาร์ทเป็นนักกีฬาทีมชาติแล้วก็หันเหมาเรียนการทำอาหารที่วิทยาลัยดุสิตธานีและไปทำงานต่อที่ทางยุโรปตอนเหนือ และหลังจากที่กลับมาแล้วก็ได้มาเปิดร้านอาหารชื่อ Zeist อยู่ที่ซอยเอกมัย 12 และได้ไปเป็นพิธีกรของรายการเชฟมือทองแทน Chef Ian ซึ่งได้ไปเปิดร้านอาหารไทยที่ New York และประสบความสำเร็จอย่างมากมาย

       ผมก็หวังว่าน้องอาร์ทจะประสบความสำเร็จอย่างมากมายเหมือนกัน เพราะว่าอนาคตของเค้านั้นยังอีกไกล ส่วนผมนั้นมันเริ่มแก่แล้วก็กินไปก็แล้วกันไม่เปิดหรอกครับร้านอาหาร อย่างไรก็ตามก็ได้ไปแวะชิมและแวะถ่ายทำรายการโทรทัศน์ที่ร้านนี้ไปกันทั้งหมด 2 ครั้งด้วยกัน ไปครั้งแรกนั้นผมเอาเพื่อนๆไปกินข้าวด้วยและก็ได้ลิ้มรสอาหารของเชฟอาร์ท ซึ่งวันนั้นไปก็มีขนมปังที่เค้าทำเองมาร้อนๆ ข้างนอกกรอบข้างในนุ่ม กำลังหิวมาพอดีเลยก็ได้เวลากินอะไรอุ่นๆร้อนๆเข้าไปในปาก ทานอะไรสักนิดหนึ่งก็จะเอร็ดอร่อยมากเลย

        นี่ยังไม่ได้สั่งอาหารกินเลยนะครับก็เริ่มหิวแล้ว หลังจากนั้นก็มีอาหารอีกมากมายที่น้องอาร์ทเขาแนะนำ ซึ่งผมเองก็ลองทั้งหมดเลย เขามีสลัดหลายอย่างแต่สลัดที่ผมอยากจะลองก็คือ Winter Vegetable คำว่า Winter Vegetable แปลว่าผักโดยมากซึ่งจะเป็นหัวนะครับ คล้ายๆฟักทองหรืออะไรต่างๆเนี่ย เป็นผักฤดูหนาวที่เขาเอามาทำสลัด ก็ทำได้เอร็ดอร่อยมากเลย หลังจากนั้นก็มี สวีทเบรท ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเขาเรียกว่าอะไร เพราะภาษาไทยไม่มี คนเขาจะเรียกว่าสมองวัวแต่ที่จริงแล้วเป็นต่อมที่อยู่ใกล้ๆกับหัวของวัว และมีความมันคล้ายๆกับสมองวัวเลยครับ เอามาชุบแป้งทอดและกินกับผักสลัดและมีซอสข้างล่าง  

       ซึ่งผมเองนั้นชอบมากเลยแต่บอกอาร์ทว่าแป้งที่เขาใส่ไปนั้นมันหนาจนเกินไปแต่อย่างไรก็ตามก็ใช้ได้ จากนั้นก็ได้กินปลาทอด ซึ่งเป็นปลาสแนปเปอร์ที่เขาเอาไปทอด การแต่งจานเค้าทำได้สวยงามจริงๆเลยและมีความถูกต้องที่ผมชอบมากๆเลยนะครับ นอกจากนั้นก็ยังมีเนื้อแกะย่างซึ่งมาจากสันนอกเส้นหนึ่งของเนื้อแกะ ออกมารสชาติหอมหวนกินและยังมีความหวานของเลือดอยู่นิดหน่อยด้วย และเสิร์ฟกับเห็ดและผักที่ทำ Tourne เป็นแบบฝรั่งเศษจ๋าเลยนะครับ แต่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างทำด้วยความปราณีตจริงๆเลย

          สิ่งที่ผมชอบ มากๆก็คือ Foie Gras หรือตับเป็ดหรือตับห่านที่เขาเอามาทำให้เรากิน น้องอาร์ททำเก่งมาก ตับห่านนั้นข้างนอกมันต้องกรอบ ข้างในมันต้องเละ แล้วละลายในปากเหมือนกับเนยเลยนะครับ และเค้าทำได้อร่อยมากเลย น้ำซอสที่เขาเสิร์ฟก็เป็น Reduction ที่ดีมากๆ และเอร็ดอร่อยมาก แต่ต้องบอกว่ากินมากๆก็ไม่ได้นะครับคอเรสเตอรอลพุ่งสูงปรี๊ดเลย หลังจากนั้นยังมี Confee ซึ่งเป็นทั้งสะโพกและขาเป็ด เขาเอามาตุ๋นก่อนและเอาออกมาจากน้ำตุ๋นที่มีเครื่องเทศหลายชนิด และเอาไปหมักเก็บไว้ในน้ำมันหรือไขมันของเป็ด ทิ้งไว้ค้างคืนหรือสัก 2-3 วัน เวลาเราจะกินเขาก็ปาดเอามันเป็ดออกให้หมดเลยและเอาไปอบ มันจะมีความหอมและหนังมันจะกรอบและอร่อยมากเลยนะครับ 

        อาหารวันที่ผมได้ไปชิมกับเพื่อนๆ หลังจากนั้นก็ไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์ และก็เลยได้ชิมอาหารอื่นๆด้วย น้องอาร์มเขาอยากจะให้ผมชิมแก้มวัวอบซึ่งมันคล้ายๆกับกินเนื้อตุ๋นเลยนะครับแต่เอาไปอบแทน มีความนุ่ม มีความเหนียว มีความยืดหยุ่น มีความมันและหอมมากๆเลยครับ ใครที่ชอบกินของแบบนี้และที่ชอบกินเนื้อมากๆเนี่ยกินแก้มวัวอบมันจะได้อารมณ์จริงๆเลย เขานำเข้าหอยแมงภู่เป็นๆจากออสเตรเลียซึ่งตัวใหญ่เบ้อเร่อเท่อเลยนะครับ เอามาอบในเตาอบและราดด้วยซอสมะเขือเทศซึ่งเขาทำเอง ให้กินกับขนมปังเป็นชิ้นๆและเอาขนมปังนั้นจิ้มน้ำซอสเข้าไปข้างใต้ หอยแมงภู่แต่ละตัวเนี่ยมันใหญ่เบ้อเร่อจริงๆเลย

     ความจริงแล้วควรเป็น Applitizer แต่ว่ากินเข้าไปแล้ว้ป็นอาหาร Main ได้เลย เพราะว่าอิ่มแน่ๆนะครับ ยังมีพาสต้าที่เขาเอาไปผัดกับกุ้งและก็ปรุงรสชาติให้มันเผ็ดๆ มีพริกแห้งและมึกระเทียมใส่เข้าไปในนั้นด้วย ก็ผัดได้ดีมากเลยอย่างกับคนอิตาเลี่ยนเพราะว่าผัดแบบแห้งๆ ไม่แฉะและไม่เละ อร่อยจริงๆเลยนะครับ หลังจากนั้นผมก็ได้ลิ้มรสของหวานต่างๆที่ผมชอบ มีช็อคโกแลตมูสซึ่งเขาทำใส่ถ้วยมาให้เรากิน และมีแอ๊ปเปิ้ล ครัมเบิ้ล ซึ่งเอาแอ๊ปเปิ้ลมาผสมกับแป้ง,น้ำตาล,ผิวมะนาวและน้ำมะนาวนิดหน่อย และเอาแป้งที่ผสมกับน้ำตาลและเนยมาโรยไว้ข้างบนและเอาไปอบ มันจะหอมหวนชวนกิน ทั้งมันทั้งหวาน เค็มและเปรี้ยวนิดๆ อร่อยจริงๆเลยนะครับ และกินกับซอสที่ทำจากนม, ไข่และน้ำตาล อ้วนแน่ๆเลยครับและแสลงคนที่เป็นเบาหวานอย่างหมึกแดงจริงๆ

       แต่สิ่งที่ผมชอบมากๆก็คือ Apple สตูเดิ้ล ซึ่งเขาจะใช้แป้ง Filo ซงเป็นแป้งที่บางมากเหมือนกระดาษ และจะเอาเนยที่ละลายแล้วมาทาบนแป้งนั้นเป็นหลายๆชั้น โปะเป็นชั้นๆไป และเอาแอ๊ปเปิ้ลและลูกเกดมาผสมกัน ใส่น้ำตาล,เนย,แป้งนิดหน่อยและอบเชยท่านั้นเอง ห่อทั้งอันและเอาไปอบในเตาอบจนกระทั่งแป้งจะกรอบและสุก ตัวแอ๊ปเปิ้ลข้างในก็จะนุ่มลงแต่มีความเหนียวนุ่มและกรอบอยู่นิดหน่อย น้ำตาล, เนยและทุกสิ่งทุกอย่างก็ผสมผสานกันและเขาก็เอามาใส่ในจานที่มีซอสคัสตาสราดไปรอบๆ โรยด้วยอบเชยและเอาไปอบอีกทีทำให้มันเหลือและก็เอามาให้เรากิน

        ผมกินอาหารจานนี้จานเดียวเลยก็ยังได้เลยนะครับ แต่มันต้องแสลงผมมากๆเลยเพราะว่ากินของหวานมากๆไม่ได้เดี๋ยวน้ำตาลในเลือดของผมขึ้น เพราะฉะนั้นประสบการณ์ที่ผมได้มีที่ร้านของน้องอาร์ทก็เป็นอาหารที่มีคุณภาพ ทำด้วยความปราณีต ผมบอกอาร์ทไว้ว่าผมเป็นคนที่กินเค็มพอสมควร ผมกินอาหารจานนี้จานเดียวเลยก็ยังได้เลยนะครับ แต่มันต้องแสลงผมมากๆเลยเพราะว่ากินของหวานมากๆไม่ได้เดี๋ยวน้ำตาลในเลือดของผมขึ้น เพราะฉะนั้นประสบการณ์ที่ผมได้มีที่ร้านของน้องอาร์ทก็เป็นอาหารที่มีคุณภาพ ทำด้วยความปราณีต ผมบอกอาร์ทไว้ว่าผมเป็นคนที่กินเค็มพอสมควร

       แต่ว่าอาหารสไตล์ของอาร์ทนั้นเป็นอาหารที่โดยมาแล้วจะเป็นอาหารที่มาจากทางตอนเหนือของยุโรป เช่นทางฮอลแลนด์ สวีเดน ฯ อาหารของเขาจะเค็มมากกว่าทางฝรั่งเศษหรืออิตาลี ผมเองชอบอาหารเค็มอยู่แล้ว แต่เพื่อนๆเวลาไปก็อาจจะนึกว่าเค็มไปนิดหนึ่งก็บอกน้องอาร์ทได้นะครับว่าให้ลดความเค็มลงนิดหนึ่งก็ได้ แต่สำหรับผมแล้วมัน Perfect อยู่แล้วละครับ ถ้ามีเวลาก็แวะไปที่ร้านนี้นะครับ เขาเปิดทุกวันนอกจากวันจันทร์ และจะมี Chef รูปหล่อมาคุยด้วยและมานำเสนออาหารที่เขามีความสามารถในการทำให้สวยงานและเอร็ดอร่อยด้วยครับ


ชื่อร้าน : ร้าน Zeist
ที่อยู่ 40/25 ซ.เอกมัย 12 สุขุมวิท 63 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร. 0-2391-9946, 0-1643-5985
เวลา เปิด 2 รอบ 11.30-14.30 และ 17.30-22.00 หยุดทุกวันจันทร์

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
รายการทีวี |  เวบบอร์ด  |  หมึกแดงไกด์  |  บทความ
สินค้าหมึกแดงคลับ  |  สูตรอาหาร cookbookเคล็ดลับคู่ครัว

Mcdang.com version2.0  is best view on IE at 1024*768 Pixels
Copyright © 2006
,McDang.com, Webmaster ; webmaster@mcdang.com