ลงโฆษณา
0-29278835-36
ต่อ 25


Article Dailynews

ร้าน มาตินี่ เฮ้าส์ (Martini House)

เดลินิวส์ ฉบับที่ 328 (วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2548)

ชื่อร้าน :  มาตินี่ เฮ้าส์ (Martini House)
ที่อยู่ 1245 Spring St.St. Helena,CALIFORNIA 94574U.S.A.
โทร.(707) 963 2233, (707) 963 4781
หมึกแดงไกด์ : ความอร่อย 5, ความสะอาด 5, คุณภาพวัตถุดิบ 5, การบริการ 5, ราคา 5,

        เมื่อครั้งที่ผมไปทำงานสอนหนังสือเชฟ ที่อเมริกา ในเดือนสิงหาคมนั้น ไม่ได้หมายความว่า ผมไม่ได้มีโอกาสไปกินอาหารอร่อยๆ นะครับ ความจริงแล้ว เมื่อตอนที่ไป NAPA VALLEY ก็ได้มีเชฟที่ผมได้ทำงานด้วย พาไปทานอาหารหลายๆร้าน และร้านนึงที่ประทับใจผมมาก และใช้เวลาการกินราวๆ 3-4 ชั่วโมงในคืนนั้น แต่สนุกสนาน และอาหารก็อร่อยมาก

        ก็คือร้านชื่อมาตินี่ เฮ้าส์ (Martini House) ซึ่งเป็นร้านอาหารอเมริกัน ปนฝรั่งเศส ความจริงแล้วไม่ได้หรูหราอะไรนักหนาเลย แต่ว่าอาหารที่เค้าทำนั้นหรูหรามากๆเลย สิ่งที่ผมประทับใจจากการไปกินที่ร้านอาหารนี้คือ การเอาบ้านเก่าๆ มาทำเป็นร้านอาหาร มีบาร์อยู่ข้างล่างที่ชั้นใต้ดิน ข้างบนก็เป็นตัวร้านอาหาร

        เราไปกันทั้งหมด 4 คน ก็เลยไปนั่งในสวนใต้ต้นไม้ ซึ่งอากาศตอนกลางคืนก็เย็นสบายดี แต่ว่าไม่ถึงกับหนาวนะครับ ดื่มค็อกเทลเสร็จเรียบร้อยก็ไปนั่งที่โต๊ะ แล้วก็สั่งอาหารมากิน เชฟที่ไปด้วยเค้าก็เป็นนักกินอยู่แล้ว ในส่วนของผม ผมก็ไปกับคุณ กนกวรรณ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานกลศุลใหญ่ ของกรุง L.A. ถามว่ากินอะไรกันบ้าง กินกันเกือบตายเลยครับ เพราะว่าเห็นในเมนูแล้วก็อยากสั่งหมดทุกอย่างเลย

       ที่นี่เค้ามีการเสิร์ฟอาหารแบบรีแลกซ์มากๆเลยนะครับ แบบสบายๆ ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องทำว่า โอ้โห เรามากินอาหารแพงๆ อร่อยๆ แล้วต้องแต่งตัวสวยๆ ผมเองก็ใส่ยีนส์ไป นั่งกินไปมีความสุขมากๆเลย แล้วก็พนักงานที่เสิร์ฟก็เป็นมือโปรฯจริงๆ รู้เรื่องไวน์ รู้เรื่องอาหารดี แล้วก็มีการเสิร์ฟที่มีระบบ แล้วก็มีระเบียบด้วย     

          ผอิญตอนที่ผมไปนั้น เป็นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลของมะเขือเทศพอดี เค้ามีเมนูอาหารพิเศษมีส่วนประกอบของมะเขือเทศทั้งหมดเลย ก็เลยต้องชิมอะไรที่เกี่ยวกับมะเขือเทศ ซึ่งเชฟคนนึงที่ไปด้วยก็เลือกเมนูทั้งอาหารคาวและอาหารหวานนะครับ แต่เค้าบอกว่ายังไงเราก็ต้องกิน ฟัว กรา (Foie Gras) หรือตับห่านที่มีมะเขือเทศสีดาอยู่ข้างบน แล้วทุกคนก็เลยสั่งมากินเป็นสิ่งแรก

          มันตับห่านที่เค้าเอาไปอบเสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นก้อนกลมๆ แล้วหั่นมาเป็นแว่นหนาๆ เสิร์ฟกับขนมปังอบแผ่นกลมๆ ข้างบนก็มีสลัดมะเขือเทศกับใบอรูกูล่า (Arugula) ใบอรูกูล่า นี่เป็นผักสลัดอย่างหนึ่งที่ออกขมๆหน่อย คล้ายๆกับร็อคเก็ต และมะเขือเทศที่ใช้ก็เป็นมะเขือเทศสีดา      

         ส่วนผมนั้นก็สั่งเทรีน (Terrine) ก็คล้ายๆ มู้ส นี่แหละครับ แต่ทำจากอาหารทะเล และก็ใส่สาหร่ายเข้าไป หั่นมาเป็นชิ้นหนาพอสมควร แล้วก็กินกับซอสที่คล้ายมายองเนส แต่ว่ามีความหอมและมีรสชาติที่กลมกล่อมมากเลย ทาไปบนขนมปังกินก็อร่อยจริงๆเลยนะครับ นอกจากนั้นคนอื่นๆ ก็กินสลัด Celery กับเป็ดและเนยแข็งที่มีราคล้ายๆ Bluecheese ซึ่งเอร็ดอร่อยมากเลย ทุกคนแย่งกันกินหมดเลยนะครับ

           ส่วนอาหารจานหลักที่เราสั่งก็มาแตกต่างกันไปโดยปริยาย บางครั้งเค้าก็สั่งมาเกินเพราะว่าเราอยากชิมหลายๆอย่าง อย่างนึงก็เป็นปลาคอด (Cod) ที่เค้าเอามาอบ แล้วก็เสิร์ฟกับสตูมะเขือเทศที่เค้าอบมาได้อย่างเอร็ดอร่อยมากเลยนะครับ เพราะว่าปลาก็สุกและหอมมาก กินแล้วไม่เหมือนกระดาษเลย ส่วนมะเขือเทศก็เละๆ รสชาติก็ไม่หวาน เป็นรสธรรมชาติของเค้าเลย

          มีสเต็กที่เราสั่งมากิน ซึ่งเป็นสเต็กเนื้อเสิร์ฟกับมะเขือเทศสด ซึ่งทำเป็นสลัดอยู่ข้างล่าง และก็มีผักสลัดอยู่ข้างบน แต่มันอบไม่มีให้กินนะครับ เพราะว่าเท่านี้ก็จะตายอยู่แล้วครับ อีกอันก็เป็นปลา Snapper ทอดกับผักกูดดอง ผักกูดฝรั่งเค้าก็มีนะครับ เค้าเรียกว่า ฟิดเดิ้ล เฟิร์น (Fiddle Ferne) ซึ่งเค้าเอาไปดองและเสิร์ฟแบบเปรี้ยวๆ เพราะว่าปลาเนี่ยเค้าเอาไปทอด เพราะฉะนั้นมันก็จะเลี่ยนนิดหน่อย เค้าก็เลยใส่ฟิดเดิ้ล เฟิร์น เอาไว้ข้างบน ซึ่งก็อร่อยมาก ไม่เคยกินมาก่อน              

ส่วนคุณกนกวรรณสั่งเนื้อลูกกวาง แต่ไปๆมาๆ เนื้อมันสุกเกินไปหน่อย จึงทำให้มันเหนียวและแห้งไป แต่ก็ดูดีมาก น่าอร่อยมาก ซึ่งพอกินเข้าไปแล้วก็รู้สึกว่าเนื้อมันแห้งเกินไป ส่วนเจ้าหมึกแดงเหรอ ต้องกินของประหลาดๆ มันมีสตูผักอยู่ข้างล่างนะครับ มีทั้งถั่ว มีทั้งต้นกระเทียม มีทุกสิ่งทุกอย่างเลย และผมกินซี่โครงกระต่ายอบครับ อร่อยมากเลย เหมือนกับกินไก่ ผสมกับหมูน่ะครับ บอกไม่ถูกว่ามันเป็นยังไง แต่ว่าซอสและผักที่เรากินข้างล่างนั้น มันแสนจะอร่อยมากๆเลยครับ กินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ แถมยังดื่มไวน์เข้าไปด้วย


       
หลังจากนั้นก็ต้องกินของหวานสิ ตอนนั้นมันเป็นฤดูร้อน สตรอเบอรี่สดๆนั้นหาได้ง่ายมาก น่ากินมาก เค้าก็เลยเอาสตรอเบอรี่มาทำขนม สตรอเบอรี่ ไทรเฟิ่ล (Strawberry Trifle) ให้กิน มันอยู่ในครีมนะครับ เสิร์ฟกับจินเจอร์ บิสกิต ก็ขนมคุ้กกี้นี่แหละ ทำจากผงขิง ซึ่งกินกับไทรเฟิ่ลจะอร่อยมาก บลูเบอรี่ก็มีเยอะมากเหมือนกัน ได้กิน บลูเบอรี่ ทาร์ต (Blueberry Tart) กับมะม่วงสุก และไอศครีมมะม่วงนะครับ

          คุณเอ๊ย….มันน่ากินจริงๆ มีรูบาร์บ กับแอปเปิ้ล ซึ่งเค้าเอาไปอบกับแป้งนิดหน่อยแล้วก็เอามาเสิร์ฟกับไอศครีมวนิลา เรียกว่า แอปเปิ้ล ครัมเบิ้ล (Apple Crumble) แอปเปิ้ล กับ รูบาร์บ ครัมเบิ้ล อร่อยมาก แต่ผมกินมากไม่ได้ก็เลยสั่งชีสต่างๆมากิน ก็มีบลูชีส มีบรี มีชีสที่ทำจากนมแพะด้วย อันนี้ผมกินได้เพราะว่ามันมีแต่ไขมัน ไม่มีความหวานเลย ก็เอร็ดอร่อยกันไป   

      กว่าจะได้กลับมาบ้านก็ดึกมากๆ รู้สึกจะประมาณเที่ยงคืน วันรุ่งขึ้นผมก็ต้องไปทำงานประมาณแปดโมงเช้าอีก จะตายเอาเพราะว่ากินเหล้าเข้าไปมากเกินไป มิน่า น้ำตาลมันขึ้น คุณหมอเค้าถึงเพิ่มยาขึ้นมาให้อีกแล้ว ยังไงก็ตาม ถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสไปที่ NAPA VALLEY ที่อเมริกา ก็แวะไปที่ร้านพวกนี้ได้เลย

        เค้ามีชื่อเสียงหลายต่อหลายร้านมาก เพราะฉะนั้น ไปเถอะครับ มันสนุก อาหารเค้าก็ดีแล้วก็อร่อย แต่ว่าถ้าจะไปร้านที่ดังจริงๆนั้น คงต้องใช้เวลานาน เพราะไหนจะต้องรอคิว แล้วก็ต้องรออาหารด้วยนะครับ แต่ก็ฝากเอาไว้แล้วกัน เผื่อใครอยากจะไปเที่ยวอเมริกา ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีใครอยากไปเท่าไหร่ ก็แวะไปที่ร้าน Martini House นี้แหละ อร่อยแน่ครับ         

        


ชื่อร้าน :  มาตินี่ เฮ้าส์ (Martini House)
ที่อยู่ 1245 Spring St.St. Helena,CALIFORNIA 94574U.S.A.
โทร.(707) 963 2233, (707) 963 4781

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
รายการทีวี |  เวบบอร์ด  |  หมึกแดงไกด์  |  บทความ
สินค้าหมึกแดงคลับ  |  สูตรอาหาร cookbookเคล็ดลับคู่ครัว

Mcdang.com version2.0  is best view on IE at 1024*768 Pixels
Copyright © 2006
,McDang.com, Webmaster ; webmaster@mcdang.com