ลงโฆษณา 0-29278835-36 ต่อ 25
ร้าน: SPICE STORY
เดลินิวส์ ฉบับที่ 340 (วันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2549)
เพื่อน ๆ คงจะทราบกันดีแล้วนะครับว่า ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนนั้น ได้เปิดให้บริการแล้ว ผมเองก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวชมมาแล้ว และถือโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนผม ที่ไปเปิดร้านอยู่ที่นั่นด้วย ก่อนอื่นต้องขอแนะนำเพื่อน ๆ ว่าถ้าจะไปที่สยามพารากอนนั้นขอให้ใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสจะดีกว่านะครับ เพราะว่าสะดวกสบายกว่ามากไม่ต้องไปเสียเวลานั่งอยู่ในรถนาน ๆ เพราะว่ารถติด เอาเวลาไปเดินช็อปปิ้งนาน ๆ ดีกว่านะครับ สำหรับเพื่อนผมคนนี้ก็สนิทกันมากและรู้จักกันมานานมากแล้ว และร้านที่เพื่อนผมไปเปิดที่นี่นั้น ก็เป็นร้านใหม่ซึ่งเค้ายังไม่เคยทำร้านแบบนี้มาก่อนเลย และในประเทศไทยเอง ผมก็คิดว่ายังไม่มีร้านแบบนี้ด้วย ที่มีอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ มาให้เราดู ร้านนี้เป็นร้านขายเครื่องเทศและสมุนไพรและมีอาหารขายด้วย ซึ่งวิธีการนำเสนอของการขายเครื่องเทศของที่นี่นั้นเป็นระดับอินเตอร์เลยนะครับ เพื่อนผมคนนี้ก็คือคุณวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ เจ้าของบริษัทง่วนสูนผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องเทศและพริกไทยตรามือที่ 1 นั่นเองครับ ร้านนี้มีชื่อว่า SPICE STORY(สไปซ์ สตอรี่) แปลเป็นไทยก็หมายความว่า เรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องเทศต่าง ๆ นั่นเอง ในต่างประเทศนั้นจะมีร้านที่เรียกว่า Special Store คือร้านที่มีของที่เฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ อย่างเช่นร้านที่ขายพวกเครื่องเทศและสมุนไพรก็จะมีของพวกนี้ไว้ให้เลือกซื้อหาอย่างเยอะแยะมากมาย ร้านนี้ก็เช่นเดียวกัน เค้ามีเครื่องเทศที่หายาก มาจากทั่วทุกมุมโลก และมีของดี ๆ ในเรื่องอาหารการกินมานำเสนอให้ทุกคนได้มาซื้อและมาลิ้มรสลิ้มลองมากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะเครื่องเทศพริกไทย ตรามือที่ 1 ของบริษัท ง่วนสูน
ร้านนี้ตกแต่งได้อย่างโดดเด่นสวยงามมาก สะอาดสะอ้านและทันสมัยมาก ดูออกจะเป็นแบบจีนหน่อย ๆ คือว่าท่านลืมรูปแบบเก่า ๆ ของร้านขายเครื่องเทศที่ท่านเคยเห็นมาไปได้เลยครับ มีการนำเสนอแพคเกจจิ้งเก่า ๆ ที่ทางง่วนสูนได้ทำมาตั้งแต่สมัยเปิดบริษัทแรก ๆ ซึ่งผมชอบมากเลยครับ และมีแพคเกจจิ้งใหม่ ๆ ที่ดูสวยงามและทันสมัยเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและเพื่อรองรับลูกค้าที่มาจากต่างประเทศ เช่นจาก สิงคโปร์บ้าง จากฮ่งกงบ้าง และอีกหลาย ๆ ประเทศ ส่วนคนไทยเราเองคงยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับร้านสไตล์แบบนี้ เลยยังไม่กล้าเข้ามาในร้านนี้ กลัวว่าสินค้าจะต้องแพงมากแน่ ๆ เลย ผมต้องขอเรียนว่าของที่ร้านนี้ไม่ได้แพงอย่างที่ท่านคิดนะครับ ราคาคนไทยสามารถซื้อได้สบายครับ และมีเครื่องเทศที่มาจากทุกมุมโลกจริง ๆ ครับ แถมยังมี ครก ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมด้วยนะครับ ฝรั่งมาเห็นแล้วก็ซื้อกลับบ้านกันไปตั้ง ห้าหกอัน ไม่รู้หิ้วกลับไปกันยังไง สงสัยว่าจะมาทางเรือนะครับ เพราว่ามันหนักมากพอสมควร ภายในร้านนั้นจะมีที่นั่งเล็ก ๆ ไว้สำหรับนั่งดื่มน้ำหรือจะรับประทานอาหารก็ได้นะครับ ที่นี่จะมีเครื่องดื่มที่ทำจากลูกลิ้นรสชาติจะเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ดื่มแล้วจะทำให้รู้สึกสดชื่นได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นแล้วยังมีอาหารการกินอีกเล็กน้อย เป็นจาน ๆ ไป ก็มีเปาะเปี๊ยะทอดไส้เบคอนผักโขมกับชีส จิ้มกินกับน้ำบ๊วยที่ทางร้านเค้าทำเอง อร่อยมากเลยครับ ยังมีเปาะเปี๊ยะทอดไส้ปูกับแฮม เบคอนและก็ชีส ด้วย อันนี้ก็อร่อยดีครับ
และมีอาหารอีกสามอย่างคือ ขนมจีบไส้กุ้งกับหมู และข้างหน้าเป็นปูแล้วใส่พริกไทยดำลงไปด้วย ตอนแรกที่ผมกินเข้าไปก็ได้กลิ่นพริกไทยดำแต่ว่าไม่ได้กัดลงไปในเม็ดพริกไทยดำ ผมก็เลยบอกให้เค้าใส่เม็ดพริกไทยดำหยาบ ๆ ลงไปด้วย เพราะที่นี่เค้ามีชื่อเสียงเรื่องพริกไทยอยู่แล้ว เสิร์ฟมาร้อน ๆ จิ้มกินกับน้ำจิ้ม ก็อร่อยดีครับ แต่ว่าถ้าเรากัดเข้าไปในชิ้นขนมจีบแล้วเจอเม็ดพริกไทยดำซักเม็ดหนึ่ง มันจะทำให้อร่อยขึ้นอีกเยอะเลยครับ และผมก็ได้แนะนำเค้าไปแล้ว ถึงเวลาที่เพื่อน ๆ ไปชิม เค้าก็คงใส่ลงไปให้แล้ว และต้องอร่อยกว่านี้แน่นอนครับ อาหารอย่างที่สองก็คือ ข้าวหมกไก่ ซึ่งที่ร้านนี้เค้าผลิตผงเครื่องเทศสำเร็จรูปสำหรับทำข้าวหมกไก่ไว้ขายด้วย เค้าก็เลยทำข้าวหมกไก่มาให้เราชิม ซึ่งก็อร่อยพอสมควร แต่ผมคิดว่าเด็กที่เค้าทำนั้นคงยังทำไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ เพราะว่าผมอยากให้ตัวข้าวหมกนั้นมันหอมกว่านี้อีกหน่อย และผมก็ได้แนะนำไปแล้วว่า ให้นำผงเครื่องเทศสำเร็จรูปนั้นไปผัดกับน้ำมันเสียก่อน หลังจากนั้นถึงจะนำข้าวลงไปผัดกับน้ำมันแล้วก็ใส่น้ำซุปไก่ลงไป เสร็จแล้วก็ใส่ชิ้นไก่ลงไปหมก แล้วถึงจะหุงข้าวพร้อมกับไก่อยู่ในนั้นด้วยเลย แล้วมันจะออกมาหอมอร่อยและนุ่มด้วยครับ
อาหารอย่างสุดท้ายที่เป็นของคาวที่ได้ลองชิมก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ตุ๋น ซึ่งทางร้านเค้าก็มีผงพะโล้สำเร็จรูปขายอีกเช่นเดียวกัน เพื่อน ๆ คงจะทราบกันดีว่าเครื่องพะโล้นั้นประกอบไปด้วยเครื่องเทศหลายอย่างมาก เช่น ป๊วยกั๊ก อบเชย พริกไทยดำ และอีกหลายอย่าง ซึ่งผงพะโล้ของที่นี่นั้น นำไปทำเป็ดพะโล้แล้ว ออกมากลิ่นหอมหวนชวนกินมาก และรสชาติก็กลมกล่อมอร่อยใช้ได้เลยครับ ยังมีของหวานไว้ให้ชิมอีกด้วยนะครับ เป็นไอศกรีมที่ทำจากเครื่องเทศต่าง ๆ อย่างเช่นพริกขี้หนู พริกไทย ผิวส้ม อบเชย ซึ่งอร่อยมากเลย และยังมีเชอร์เบทที่ทำจากใบทามซึ่งเป็นสมุนไพรฝรั่ง หรือว่าเชอร์เบทที่ทำจากตะไคร้ด้วยนะครับ มันแปลกดีแต่อร่อยนะครับ เพราะฉะนั้นลองไปชิมดูก็ได้ ราคาก็ไม่ได้แพงเลย แต่วิธีการนำเสนออาหารนั้น ทำได้ดีมาก เหมือนกับเวลาที่ผมทำอาหารไทยแล้วเวลาเสิร์ฟออกมาแล้วดูเหมือนอาหารฝรั่งยังไงยังงั้นเลยครับ ผมคิดว่านี่เป็นนิมิตรหมายที่ดีของเครื่องเทศและสมุนของไทยเรานะครับ ที่ได้มีคนคิดและทำให้มันหลากหลายมากขึ้น และจะทำให้ต่างประเทศรู้จักเครื่องเทศและสมุนของไทยเรามากยิ่งขึ้นไปอีกนะครับ
Spice Story ที่อยู่ ชั้นG สยามพารากอน 991 ถ.พระราม 1 ปทุมวัน กทม. 10330 เบอร์โทรศัพท์ 02-6107505 เวลาทำการ 10.00-22.00 น. ทุกวัน หมึกแดงไกด์ : ความอร่อย 4, ความสะอาด 4, คุณภาพวัตถุดิบ 5, การบริการ 4, ราคา 4