ลงโฆษณา
0-29278835-36
ต่อ 25


Article Dailynews

ร้าน:Giorgio Italian Restaurant

เดลินิวส์ ฉบับที่ 358 (วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2549)

            สองอาทิตย์ที่ผ่านนี้ ผมได้ไปพักผ่อนที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้ไปดูโรงแรมเปิดใหม่ที่ชื่อว่า ดี ทู ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ ๆ กับไนท์บาร์ซา เป็นโรงแรมที่ดูหรูหราและทันสมัยมาก ตกแต่งแบบที่เขาเรียกว่า Retro คือตกแต่งแบบร่วมสมัยนะครับ ซึ่งจะแตกต่างกับโรงแรมอื่น ๆ ในเชียงใหม่ที่จะทำเป็นสไตล์ล้านนากันเสียส่วนใหญ่ ไว้ฉบับหน้าผมจะเขียนถึงโรงแรมนี้ ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบกันอีกครั้งว่า มีอะไรน่าสนใจบ้าง และมีร้านอาหารอะไรอร่อย ๆ อยู่ที่นั่นบ้าง ไว้คอยติดตามกันนะครับ

                สำหรับสัปดาห์นี้ผมก็ขอพูดถึง ร้านอาหารอิตาเลี่ยน ร้านหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ที่เปิดมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ร้านมีชื่อว่า Giorgio Italian Restaurant ซึ่งผมก็ได้ยินชื่อเสียงของร้านนี้มาพอสมควร ว่าร้านนี้มีอาหารอิตาเลี่ยนที่อร่อยมาก ๆ และมีเจ้านายได้เสด็จไปเสวย รวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็ไปรับประทานอาหารที่ร้านนี้กันอยู่เป็นประจำ

                ร้านนี้ก็ตกแต่งแบบเรียบง่าย ไม่หรูหราอะไรมากนัก ผมขอเรียกว่าเป็นร้านอาหารแบบคันทรี่สไตล์ ก็แล้วกัน เพราะว่า อาหารที่เสิร์ฟก็จะเป็นแบบ Home Cook Meal หรืออาหารที่ครอบครัวคนอิตาเลี่ยนเค้าทำกินกันเองที่บ้านนั่นเองครับ เจ้าของร้านนั้นเป็นคนอิตาเลี่ยนและมีภรรยาเป็นคนไทยมาตั้งหลักปักฐานทำร้านอาหารอยู่เมืองไทย

             วันนั้นผมไปกินกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง แต่ก็สั่งอาหารมาประมาณ 10 กว่าอย่างอีกเช่นเคย นี่ขนาดเป็นอาหารอิตาเลี่ยนนะครับ ก่อนอื่น เขาก็เอา Bruchetta (บลูเช็ตต้า) มาเสิร์ฟให้ก่อน ก็คือขนมปังที่มียำมะเขือเทศทามาบนชิ้นขนมปังนั้น เอามาให้กินระหว่างเรารอที่จะสั่งอาหาร  แล้วผมก็เริ่มสั่งอาหารและที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องสั่งไวน์มาดื่มด้วย เพราะว่าถ้ากินอาหารอิตาเลี่ยนแล้วไม่มีไวน์นั้น มันจะไม่ได้รสชาตินะครับ ในขณะที่ผมกำลังจะสั่งไวน์นั้น ก็ได้มีญาติของผมเสด็จเข้ามาพอดีเลย ก็คือท่านลุงของผม ม.จ.ภีศเดช รัชนี ผู้อำนวยการโครงการหลวง และท่านก็ทรงกรุณาทรงซื้อไวน์ประทานให้ผมหนึ่งขวด ซึ่งเป็นไวน์ที่ดีมาก ๆ เลยครับ

                หลังจากนั้นผมก็สั่ง Carpacio ซึ่งเป็นปลาแซลมอนดิบเฉือนมาบาง ๆ แล้วยังเย็นอยู่เลยนะครับ จัดเรียงใส่จานอย่างสวยงาม โรยด้วยผิวมะนาว และมีพริกไทยที่เขามาบดโรยให้ที่โต๊ะ รสชาติดีมากครับ กินกับขนมปังทาเนยเสียนิดนึง หรือว่าจะบีบมะนาวลงไปอีกก็ยังได้ แต่ว่าเกลือสมุทรกับพริกไทยดำและน้ำมันมะกอกที่เค้าโรยมาให้บนเนื้อปลานั้นก็อร่อยมากแล้วครับ ถ้าใครที่ไม่อยากกินอาหารที่มันมีรสชาติที่เข้มข้นจนเกินไปก็ต้องลองกิน Pama Ham รมควัน  ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับเมลอนที่หวานฉ่ำมาก ๆ ไม่เหมือนบางที่สั่งเมลอนมากิน แต่รสชาติอย่างกับกินมันแกวยังไงยังงั้นเลยครับ คงเป็นเพราะอยู่เชียงใหม่เลยหาเมลอนดี ๆ ได้ไม่อยาก

                ยังกิน Pama Ham ไม่ทันหมดก็มี หอยแมลงภู่อบซอสมะเขือเทศ มาเสิร์ฟ ซึ่งหอยแมลงภู่นั้นเป็นหอยที่มาจากนิวซีแลนด์ ตัวใหญ่มาก ๆ และซอสมะเขือเทศก็ทำได้เข้มข้นและอร่อยมากครับ  ยังมีอาหารเมนอีกหลายอย่างมาก ผมขอเริ่มที่ สปาเก็ตตี้ไข่กุ้ง ที่อร่อยมาก ๆ เลยนะครับ ผัดมากับซอสมะเขือเทศและใสไข่กุ้งเข้าไปด้วย รสชาติเข้มข้น เวลาที่เคี้ยวเข้าไปนั้น เส้นมันนุ่มเหนียว และเวลากินไข่กุ้งมันก็จะรู้สึกกรุบ ๆ มัน ๆ ดีครับ 

 

             มีเส้น Linguini (ลิงควินี่)ผัดปูและซอสมะเขือเทศ จานนี้ก็อร่อยมาก ปูก็เนื้อแน่นดีมาก  ไม่รู้ว่าไปเอาปูมาจากที่ไหนถึงได้สดและมีคุณภาพดีมากเลยครับ มีสเต็กที่เรียกว่า Pepper Steck พริกไทยสด เป็นการทำสเต็กแบบคนอิตาลเลี่ยนโบราณเค้าทำกัน คือการนำเอาเนื้อสเต็กไปนาบกับกระทะจนกระทั่งมันสุก เสร็จแล้วก็ทำน้ำซอสด้วยการใช้มัสตาร์ด วิปปิ้งครีม พริกไทยเม็ดสด ๆ และใส่บรั่นดีลงไปด้วย เสร็จแล้วนำมาราดลงไปบนชิ้นสเต็ก  ทำดีมากๆ เนื้อนุ่มมากกินเข้าไปนี่ แทบจะละลายในปากเลยครับ  

                ปลา  Flouder (sole) ปิ้ง ก็คือปลาตาเดียวนั่นเองนะครับ โดยจะเอาไปหมักกับเกลือ พริกไทย และน้ำมันมะกอก เสียก่อน เสร็จแล้วจึงนำไปปิ้ง มีมะนาวมาให้บีบลงไปบนตัวปลา จะไม่มีซอสอะไรมาเกี่ยวข้อง กินง่าย ๆ และอร่อยมาก ๆ ครับ  นอกจากนั้นยังมีพาสต้าอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Ngochi เป็นการนำเอามันฝรั่งมาผสมกับแป้งและไข่ แล้วก็เอามานวดให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อน ๆ แล้วนำไปต้มให้มันสุก เสร็จแล้วก็นำไปผัดกับซอสที่มีชีสกับครีมอีกที อาหารจานนี้ กินเข้าไปแล้ว รับรองได้เลยว่า คลอเลสเตอรอล ของคุณจะขึ้นมาในทันทีทันใดเลยครับ  

                อาหารที่เหลือก็ยังมี Ossobucco ก็คือเนื้อตรงส่วนน่องของลูกวัวนะครับ นำมาผ่าทางขวาง แล้วก็เอาไปทำเป็นคล้าย ๆ กับสตูว์ มีซอสราดมาเยอะ ๆ อาหารจานนี้เป็นของโปรดของผมเลยครับ เพราะผมชอบกินเนื้อมาก ๆ อยู่แล้ว  พอกินอาหารเมนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ยังมีของหวานมาให้กิน อีก มี แอปเปิ้ลเค้ก ที่เพิ่งทำเสร็จเดี๋ยวนั้นเลยนะครับ มีน้ำตาลไอซ์วิ่งโรยมาข้างบน กินกับคาปูชิโนนะครับ อร่อยมาก ๆเลยครับ

 

                ยังมี คาราเมล คัสตาร์ด ที่ทำได้อร่อยมาก ทำได้นุ่มเนียนมาก กินเข้าไปแล้วมันรู้สึกนุ่มละมุนลิ้นมากครับ คนอิตาเลี่ยนหรือคนฝรั่งเศสนี่จะทำคาราเมลคัสตาร์ด ได้อร่อยจริง ๆ ครับ

                ผมนั่งกินอาหารอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า จนอิ่มตื้อเลยครับ เพราะว่าอาหารมันอร่อยจริง ๆ ครับ ผมก็ขอแนะนำเพื่อน ๆ นะครับ ถ้าใครจะไปเที่ยวที่เชียงใหม่ แล้วอยากหาอาหารอิตาเลี่ยนอร่อยรับประทานแล้วละก็ ลองแวะไปชิมที่ร้านดู แต่ขอเตือนไว้นิดนึงว่า ถ้าจะไปกินตอนมื้อเย็นหรือว่าตอนกลางคืนนั้น ให้โทรไปจองล่วงหน้าก่อนนะครับ ไม่เช่นนั้นจะต้องไปรอนานมาก และฝากบอกคุณGiorgio และภรรยาด้วยว่า หมึกแดงให้มาชิมที่ร้านนี้นะครับ

Giorgio Italian Restaurant
ที่อยู่ 2/6 ถ. ประชาสัมพันธ์ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์ 053-818236, 06-1856327
เวลาทำการ 11.00-1430.,18.00-22.30 ทุกวัน

หมึกแดงไกด์ : ความอร่อย 5, ความสะอาด 4, คุณภาพวัตถุดิบ 5, การบริการ 4, ราคา 4

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
รายการทีวี |  เวบบอร์ด  |  หมึกแดงไกด์  |  บทความ
สินค้าหมึกแดงคลับ  |  สูตรอาหาร cookbookเคล็ดลับคู่ครัว

Mcdang.com version2.0  is best view on IE at 1024*768 Pixels
Copyright © 2006
,McDang.com, Webmaster ; webmaster@mcdang.com