ลงโฆษณา
0-29278835-36
ต่อ 25


Article Dailynews

ร้าน: Moxie

เดลินิวส์ ฉบับที่ 362 (วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2549)

         ในช่วงเวลาปีถึงสองปีที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสไปที่เชียงใหม่มาหลายครั้ง และก็ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเมืองเชียงใหม่ ก็คือได้มีสิ่งก่อสร้างเกิดขึ้นมาใหม่ ๆ เยอะมากโดยเฉพาะโรงแรม โดยมากแล้วโรงแรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นก็จะเป็นสไตล์แบบล้านนา หรือไม่ก็แบบไทยประยุกต์ขึ้นมาหน่อย เช่นโรงแรมเจดีย์ หรือโรงแรมราชมังคา

                แต่โรงแรมที่ผมได้ไปพักมาเมื่อไม่นานมานี้ ก็เป็นโรงแรมใหม่ที่เพิ่งเปิดเช่นกัน มีชื่อว่า D2 (ดีทู) ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือของดุสิตธานี และเป็นโรงแรมที่อยู่กลางใจเมืองเลย อยู่ข้างหลังไนท์บาร์ซาร์ เลยครับ จุดเด่นของโรงแรมนี้นั้นอยู่ที่ สไตล์ของโรงแรมที่แตกต่างไปจากโรงแรมทั่ว ๆ ไปในเมืองเชียงใหม่อย่างสิ้นเชิง เพราะว่าสไตล์ของโรงแรมนี้จะเป็นแบบสมัยใหม่มาก ๆ คือถ้าเราเดินเข้าไปในโรงแรมนี้นั้นจะรู้สึกเหมือนกับกำลังอยู่ในเมืองนิวยอร์ก หรืออยู่ที่ซิดนีย์ อะไรประมาณนั้นเลยครับ เป็นโรงแรมที่เข้าไปแล้วรู้สึกสดใส สะอาดหูสะอาดตามาก ๆ หรือภาษาฝรั่งเค้าจะเรียกว่า cleanliness และไม่มีอะไรที่ทำให้เรารู้ว่าอยู่ที่เชียงใหม่เลยนะครับ

                ผมได้ไปพักผ่อนอยู่ที่นั่น 3 วัน และได้มีโอกาสชวนญาติ ๆ และเพื่อนที่อยู่ที่เชียงใหม่ มารับปรานอาหารกลางวันด้วยกัน ที่ร้านอาหารของโรงแรม ซึ่งโรงแรมนี้มีอยู่ร้านเดียวนะครับ ร้านมีชื่อว่า Moxie ซึ่งอาหารของร้านนี้ก็จะมีให้เลือกกินได้หลายอย่างมาก ทั้งอาหารไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน มีหมดเลยครับ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง และอร่อยไหมนะครับ

               ก่อนอื่นผมขอพูดถึงชื่อร้านนี้เสียก่อน คำว่า Moxie นั้นอ่านว่า (มอคซี่) นะครับ เป็นคำแสลงของฝรั่งในช่วงยุค 1940-1950 นะครับ ซึ่งแปลว่า เก๋ หรือ เท่ห์ นะครับ

                เรามาพูดถึงเรื่องอาหารกันบ้างดีกว่านะครับ เริ่มต้นด้วย ซุปแครอทใส่หญ้าฝั่นเป็นซุปเย็น เสิร์ฟมาดูแล้วอย่างกับคาปูชิโนเลยครับ สวยงามมาก แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่ามันเข้มข้นเกินไป และเผอิญแครอทมันอาจจะหวานไปหน่อย ก็เลยกินไม่หมด แต่ยังมีอาหารอย่างอื่นอีกหลายอย่างที่อร่อย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วง

                พวกญาติ ๆ ผมก็ลองสั่ง เปาะเปี๊ยสอดไส้ทอดมากินกัน รสชาติอร่อยใช้ได้เลยครับ ตัวไส้ไม่ได้อะไรเข้าไปมากจนเกินไปและทำให้ไม่เลี่ยน แต่ที่ผมชอบมาก ๆไปกว่านั้นก็คือวิธีการนำเสนออาหารของเขานั้น ทำได้ดีมาก สวยงามและดูน่ากินมาก

                เมนูต่อมาก็เป็นสลัดผักรวมที่เสิร์ฟมาพร้อมกับกุ้งทอดกระเทียมพริกไทย ซึ่งเป็นไอเดียที่ดีมาก ๆ เลยครับ และตัวกุ้งนั้นทอดได้ดี ไม่ได้สุกมากจนเกินไปนัก เนื้อมันก็เลยยังสดและกรอบอยู่ ส่วนตัวสลัดผักนั้นสดมาก เย็นและกรอบดี กินกับน้ำสลัดที่ออกเปรี้ยว ๆ นิด ๆ แล้วกินพร้อมกับกุ้งก็อร่อยดีไปอีกแบบนะครับ                 

              หลังจากกินออเดิร์ฟกันไปแล้ว คราวนี้ก็มาพูดถึงอาหารเมนกันบ้างนะครับ ความจริงวันนั้นผมได้สั่งอาหารมาหลายอย่างมาก แต่ผมจะเลือกพูดถึงอาหารที่อร่อย ๆ และที่ผมชอบมาก ๆ มาแนะนำให้เพื่อน ๆ อ่านก็แล้วกันนะครับ

                อย่างแรกก็เป็น เส้น Pene ที่นำไปผัดกับไส้อั่วและใส่ใบกระเพรา คล้าย ๆ กับผัดกระเพรา แต่มันมีไส้อั่วมาด้วย ซึ่งไส้อั่วนั้นมีความหอมเครื่องเทศที่ใส่มาข้างในนั้น และยังมีแคบหมูใส่มาในจานให้ด้วยนะครับ อร่อยมาก ๆ เลยครับอาหารจานนี้

                อย่างที่สองก็เป็น ซี่โครงหมูอบ โดยจะเสิร์ฟมาพร้อมกับส้มตำและมันเทศบด ที่อร่อยมาก ๆ จานนี้ก็แย่งกันกินเอร็ดอร่อยมากเลยครับ

          
     อย่างที่สามก็เป็น ขาแกะอบเครื่องเทศ ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับหมั่นโถและผักซัมลวก และมีน้ำจิ้มรสชาติเผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ มาให้เรากินด้วยนะ มันอร่อยจริง ๆ เลยครับ กินเข้าไปแล้วก็มีความสุขจริง ๆเลย             อย่างที่สี่เป็น เกี๊ยวกรอบผัดไทยกุ้งสด ก็คือผัดไทยที่ใส่เกี๊ยวกรอบมาให้ด้วยนั่นเองครับ และเราต้องรีบกินตอนที่เกี๊ยวมันยังร้อน ๆ และกรอบ ๆ อยู่นะครับ 

                อย่างที่ห้า ข้าวหน้าเนื้อตุ๋น  จานนี้ต้องขอติหน่อยตรงที่ให้ข้าวมาเยอะเกินไป และตัวเนื้อตุ๋นนั้นต้องใส่น้ำลงไปเยอะ ๆ กว่านี้หน่อย ความจริงแล้วถ้าแยกตัวเนื้อตุ๋นใส่มาในถ้วยต่างหาก แล้วมาตักราดข้าวเอาที่โต๊ะ น่าจะดีกว่านะครับ ข้าวมันจะได้ไม่นิ่มและอืดมากไป เสิร์ฟมาเหมือนกับเกาเหลานั่นเองครับ               

             อย่างที่หกก็คือ ปลาแซลมอนทอดกับผักในเทริยากิซอส เสิร์ฟกับข้าวผัดกระเทียม แต่ผมอยากจะแนะนำว่าอาจจะใช้ปลาอื่นก็ได้ จะเป็นปลาหิมะก็ได้ แล้วแทนที่จะนำไปทอด เราก็นำไปย่างแทน มันจะได้เลี่ยนน้อยลงหน่อย แล้วกินกับข้าวผัดกระเทียมจะอร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีกนะครับ

                หลังจากกินอาหารเมนกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว แต่เราก็ยังแบ่งท้องไว้สำหรับกินของหวานกันได้อีกนะครับ สั่งมาหลายอย่างก็ช่วย ๆกันกิน

                มี คาราเมลคัสตาร์ดสามรส ที่อร่อยใช้ได้เลย มีช็อกโกแลตเค้ก ที่ก็อร่อย มีทีรามีสุเสิร์ฟมากับมะม่วงก็ใช้ได้ แต่ที่ชอบมาก ๆก็ต้องเป็น สังขยาฟักทองที่ทำมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ น่ารัก และก็อร่อยด้วยนะครับ ที่ชอบมาก ๆ อีกอย่างก็คือ ไอศกรีมกะทิเสิร์ฟมากับกล้วยหอม

                 เอาละครับ ก็เป็นอันว่าผมได้แนะนำอาหารที่ผมได้ไปชิมมาที่ร้านนี้ให้เพื่อน ๆ แล้ว บางอย่างก็อร่อยดีอยู่แล้ว แต่บางอย่างก็ปรับปรุงอีกนิดหน่อยก็จะอร่อยมากขึ้นนะครับ

                ใครที่จะไปพักที่เชียงใหม่แล้วอยากได้อารมณ์แบบเหมือนไปพักอยู่เมืองนอก ที่มีความทันสมัยมาก ๆ อย่างไรก็ตามก็ต้องลองไปสัมผัสดูนะครับ ว่าโรงแรมนี้จะให้ความรู้สึกกับเพื่อน ๆ เหมือนอย่างที่หมึกแดงบอกไว้หรือเปล่านะครับ

ร้าน Moxie (มอคซี่)
ที่อยู่ D2 HotelChiang Mai 100 ถนนช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50100
เบอร์โทรศัพท์ 053-999-999 ต่อ 5230 Fax: 053-251-1300
เวลาทำการ 06.00-01.00น. ทุกวัน

หมึกแดงไกด์ : ความอร่อย 4, ความสะอาด 5, คุณภาพวัตถุดิบ 5, การบริการ 5, ราคา 4

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
รายการทีวี |  เวบบอร์ด  |  หมึกแดงไกด์  |  บทความ
สินค้าหมึกแดงคลับ  |  สูตรอาหาร cookbookเคล็ดลับคู่ครัว

Mcdang.com version2.0  is best view on IE at 1024*768 Pixels
Copyright © 2006
,McDang.com, Webmaster ; webmaster@mcdang.com