ลงโฆษณา
0-29278835-36
ต่อ 25


Article Dailynews

ร้าน: Palm Beer Garden & Steak House

เดลินิวส์ ฉบับที่ 364 (วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2549)

            ช่วงนี้ผมได้มีโอกาสไปทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่บ่อย ๆ และถือโอกาสไปพักผ่อน เที่ยวชิมอาหารไปด้วย และการได้ไปที่เชียงใหม่บ่อย ๆ นั้นทำให้ผมรู้สึกว่า เมืองเชียงใหม่นั้นเป็นเมืองที่น่าอยู่มาก เพราะว่าคนที่นั่นเป็นคนที่มีอัธยาศัยไมตรีจิตรที่ดีมาก ต้อนรับเราอย่างดีมาก และที่สำคัญผมรู้สึกว่าชีวิตของคนเชียงใหม่นั้น มีความเรียบง่าย ไม่มีการแข่งขันกันสูงเท่ากับกรุงเทพฯ  

              ครั้งที่แล้วที่ไป ผมได้ไปชิมอาหารที่ร้านอาหารเยอรมันร้านหนึ่ง ชื่อว่า Palm Beer Garden & Steak House ซึ่งสาขาแรกนั้นอยู่ที่ไนท์บาซาร์ชื่อว่า  German Hofbräuhaus และมีชื่อเสียงมานานแล้ว แต่ว่าเจ้าของร้านมาได้ที่ทำร้านใหม่อีกสาขาหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลจากไนท์บาซาร์เท่าไหร่นัก และเป็นที่ ๆ ดีมาก เขาจึงทำร้านเป็นคล้าย ๆ สวนอาหาร ที่มีต้นปาล์มเยอะ ๆ

              ส่วนอาหารนั้นก็เป็นอาหารเยอรมัน ที่มีรสชาติอร่อยใช้ได้เลยนะครับ ถึงแม้จะมีเมนูไม่เยอะเท่าที่สาขาแรก  พูดถึงอาหารเยอรมันแล้ว อย่างแรกที่เพื่อน ๆ ต้องนึกถึงก็คือ ขาหมูเยอรมันใช่ไหมครับ ซึ่งที่ร้านนี้ก็มีเช่นกัน แต่ว่าไว้เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังทีหลังนะครับ ว่ารสชาติเป็นอย่างไรบ้าง เพราะว่าผมจะขอพูดถึงอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนนะครับ

                อย่างแรกที่ผมได้ชิมก็คือ ซุบฟักทอง (Pumpkin Soup)  มาพร้อมกับสลัดซึ่งที่นี่ทำได้รสชาติเหมือนคนเยอรมันเขาทำกินกันเลยนะครับ ซึ่งทำให้ผมดีใจมากเลย เพราะว่าถ้าทำเหมือนคนไทยที่จะออกหวาน ๆ แล้ว มันจะทำให้เลี่ยนมาก และไม่เข้ากันเลย

              หลังจากกินซุบฟักทองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็กินสัลดรวม หรือเรียกว่า House Salad ซึ่งเป็นผักนานาชนิดที่นำไปหั่นซอยมา แล้วก็กินกับน้ำสลัดที่รสชาติออกเปรี้ยว ๆ และไม่หวานจนเกินไปนัก การที่เรากินผักเข้าไปก่อนนั้น ก็เพื่อให้ท้องไส้ ของเรานั้นมีกากอาหารเพื่อช่วยในการย่อย เพราะอาหารเยอรมันนั้นจะมีที่มัน ๆ เยอะ และอาจจะทำให้เราเลี่ยนได้นะครับ

             
              อย่างเช่น ขาหมูเยอรมันทอดนี่ไงครับ ซึ่งการทำอาหารเมนูนี้นั้น ทำได้ยากมาก เพราะว่าขาหมูแต่ละขานั้น ขนาดมันไม่ค่อยเท่ากัน และจะต้องนำไปต้มเสียก่อน และในน้ำต้มก็จะต้องมีเครื่องเทศมีอะไรลงไปด้วย และจะต้องทำให้มันมีรสชาติที่ถูกต้อง และมีกลิ่นหอม  ที่สำคัญการต้มนั้นจะต้องทำให้ขาหมูยังมีความชุ่มชื้นของเนื้อหมูที่อยู่ข้างใน เนื้อจะต้องไม่แห้งผากเหมือนกับกำลังกินกระดาษนะครับ หลังจากต้มแล้วเสร็จแล้ว ถึงจะนำไปทอด

             ซึ่งที่ร้านนี้ทำทุกอย่างทุกขั้นตอนได้ออกมาดีมาก ๆ ทำให้ขาหมูเยอรมันทอดนั้นอร่อยมาก ๆ ขาใหญ่เบ่อเริ่มเลยนะครับ ตอนแรกผมก็คิดว่าจะกินกันไม่หมด แต่ที่ไหนได้กินกันซะเกลี้ยงเลยนะครับ การกินขาหมูเยอรมันนั้น มันจะเลี่ยนใช่ไหมครับ เขาก็จะมีผักดองที่เรียกว่า
Sauer kraut เสิร์ฟมาให้ด้วย Sauer kraut นั่นก็คือกะหล่ำปลีที่เอาไปดองแล้วใส่เม็ด Juniper Berry เข้าไปด้วยทำให้มันมีกลิ่นหอม และโรยเกลือลงไปด้วย แล้วหมักไว้ให้เปรี้ยว หลังจากนั้นก็นำไปต้มเสร็จแล้วก็นำไปผัดอีกครั้งหนึ่ง  กินกับขาหมูเยอรมันทอด จะช่วยตัดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดีเลยครับ                  

                เพื่อน ๆ ผมที่ไปด้วยกันเขาก็สั่ง สเต็กเนื้อสันใน มากิน โดยจะมีเนยละลายอยู่ข้างบนชิ้นเนื้อ ซึ่งในเนยนั้นก็จะมีเครื่องเทศอะไรต่าง ๆ อยู่ในนั้น เพื่อให้รสชาติกับสเต็กโดยที่ไม่ต้องทำเป็นซอสอะไรเลย และรสชาติก็ดีด้วย

                แต่อาหารที่ผมชอบมาก ๆ อีกอย่างก็คือ มันเป็นสตูว์เนื้อของคนเยอรมัน เรียกว่า Sauerbratten โดยที่เขาจะนำเนื้อชิ้นใหญ่ ๆ  เป็นเนื้อตรงช่วงพุงของวัวนะครับ นำไปดองเสียก่อน แล้วก็ทำเป็นคล้าย ๆ สตูว์ หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ราดด้วยซอสเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ หวาน ๆ ต้องกินกับผักดองและมันบดด้วยนะครับ จะอร่อยมาก ๆ เลยครับ

                อาหารเยอรมันเขามีชื่อเสียงเรื่องไส้กรอกใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นที่ร้านนี้ก็มี ไส้กรอกเยอรมันย่าง ที่เอามาเสิร์ฟกับมันบดและผักดองด้วย อร่อยจริง ๆ ครับ ผมเผลอแป๊บเดียวหันไปดูอีกทีหมดเสียแล้ว แย่งเขากินไม่ทันเลยครับ

                ยังมีอาหารคาวที่ผมชอบมากที่สุด ที่สั่งมาในวันนั้นก็คือ หมูสามชั้นย่าง ที่นำไปหมักและย่าง เสิร์ฟกับสลัดมันฝรั่งเย็น ๆ ที่มีความเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เค็ม ๆ มัน ๆ อร่อยมากเลย ส่วนตัวหมูสามชั้นนั้น เขาก็จะเลือกหมูสามชั้นที่ไม่มีไขมันมากเกินไป ให้มีเนื้อมีหนังมากพอสมควร หนังนั้นกรอบอร่อยมาก อาหารจานนี้รับรองได้เลยครับว่า ใครที่ได้กินแล้วจะต้องติดอกติดใจอย่างแน่นอน จนอยากจะซื้อกลับไปกินที่บ้านอีก               

         หลังจากกินของคาวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องตบท้ายด้วยของหวานใช่ไหมครับ ขนมหวานของเยอรมันที่มีชื่อเสียงนั้นก็คือ Apple Strudel ก็คือแอปเปิ้ลสด ๆ ใส่ถั่ว ลูกเกด เนย น้ำตาล และก็มะนาวนิดนึงนะครับ แล้วก็เอาแป้งมารีดให้บางมาก ๆ เลยนะครับ เสร็จแล้วนำไปห่อเครื่องทั้งหมดที่มี ม้วนให้เป็นแท่งยาว ๆ แล้วนำไปอบ เสร็จแล้วก็นำออกไปเสิร์ฟพร้อมกับ ไอศครีมวนิลา อร่อยมาก แต่ต้องกำชับที่ร้านนี้ไว้ด้วยว่า การเสิร์ฟ Apple Strudel นั้นต้องเสิร์ฟตอนที่มันยังร้อน ๆ อยู่ เพราะว่ายิ่งร้อนมากเท่าไหร่รสชาติมันจะยิ่งออกมากเท่านั้นนะครับ

                เสียดายที่วันนั้นผมไปกินกันน้อยไปหน่อย ไปกันแค่ 4 คนก็เลยสั่งอาหารมาได้ไม่มาก แต่ว่าถ้ามีเวลาและโอกาส ผมจะกลับไปชิมอาหารที่ร้านนี้อีกนะครับ แต่อย่างไรก็ตามถ้าเพื่อน ๆ มีโอกาสไปเชียงใหม่ก็อย่าลืม แวะไปชิมอาหารเยอรมัน ที่ร้านนี้กันดูนะครับ ร้านนี้บรรยากาศร้านก็ดีมากเลยครับ นั่งข้างนอกในสวนเย็นสบายดีจัง  ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวแล้วบรรยากาศ คงจะดียิ่งขึ้นไปอีกนะครับ

ร้าน Palm Beer Garden& Steak House
ที่อยู่ 36 ถ.ลอยเคราะห์ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์ 0-5327-2236
เวลาทำการ 15.00-24.00 ทุกวัน

หมึกแดงไกด์ : ความอร่อย 4, ความสะอาด 5, คุณภาพวัตถุดิบ 5, การบริการ 5, ราคา 4

อร่อย
สะอาด
คุณภาพวัตถุดิบ
ราคา
บริการ
รายการทีวี |  เวบบอร์ด  |  หมึกแดงไกด์  |  บทความ
สินค้าหมึกแดงคลับ  |  สูตรอาหาร cookbookเคล็ดลับคู่ครัว

Mcdang.com version2.0  is best view on IE at 1024*768 Pixels
Copyright © 2006
,McDang.com, Webmaster ; webmaster@mcdang.com