ต้นฉบับเดลินิวส์ ฉบับที่ 61
สำหรับลงวันศุกร์ที่ 1 กันยายน 2543
       ....   ท่านผู้อ่านคงจะทราบดีว่าไม่กี่เดือนมานี้ผมย้ายสำนักงานมาอยู่แถว ๆ ถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้ ๆ กับ Jusco เมื่อตอนแรกมาอยู่แถวนี้ก็เคยบ่นไว้ว่าไม่เห็นมีร้านอาหารอะไรอร่อย ๆ ให้ไปหาอาหารกลางวันกินเลย จนกระทั่งผมได้แสดงความเชยออกมาโดยญาติของผมที่มาจากเชียงใหม่มาค้างที่บ้าน และแว๊บหายไป เมื่อเขากลับมา เราก็ถามเขาว่าไปแรดที่ไหนมา เขาก็บอกว่าแอบไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่อร่อยเหลือเกิน แล้วบังเอิญเจ้าของร้านก็เป็นญาติห่าง ๆ ทางฝ่ายหม่อมย่าของผมเสียด้วย บ้านผมอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ใกล้ ๆ กับสะพานพระนั่งเกล้า ตัวเองยังไม่รู้เลยว่ามีร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ชื่อร้าน "ดอกรัก"
อยู่ติดกับสะพาน ฟากโน้นคือหมายความว่า ฟากขาเข้าของสะพานนั่นเองครับ ถ้ามาจากตัวเมืองกรุงเทพฯ มาถึงสะพานพระนั่งเกล้าก็ต้องเบี่ยงไปทางซ้ายเพื่อไปยูเทิร์นใต้สะพานก่อนข้ามแม่น้ำ แล้ววก กลับมาร้านจะอยู่ทางซ้ายมือราว ๆ 200 เมตร บนถนนที่เรียบข้างกับถนนใหญ่ 200 เมตรจากสี่แยกร้านนี้ผมต้องเรียนตามตรงว่าเป็นคนเชยมากเลย เพราะคุณชายถนัดศรี พนักงานบริษัทฯ ผมถึงแม้คนรถก็ตาม เคย ไปกินมาแล้วทั้งนั้น แต่เพราะเหตุใดหมึกแดงถึงได้เชยนัก และไม่ได้ไปกินที่ร้านนี้
              สำหรับท่านผู้อ่านที่ไม่กินก๋วยเตี๋ยว เนื้อก็ไม่ต้องเสียใจนะครับ เพราะเขามีก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำข้นรสชาติกลมกล่อมรอท่านอยู่ แต่ที่เด็ดจริง ๆ ก็คงต้องเป็น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ร้านนี้ ถ้าจะไปที่ร้านนี้แล้วกินตามสูตรไอ้หมึกแดงหล่ะก็ ต้องกินเส้นเล็กแห้ง ใส่มันให้หมดทุกอย่างที่ขวางหน้า ทั้งเนื้อเปื่อย เนื้อสด ลูกชิ้น และเครื่องใน หลังจากนั้นเมื่อฟัดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องตามด้วยเส้นหมี่น้ำ อีกแล้วนะครับ น้ำนี่เป็นน้ำตก เข้มข้น หอมหวล ถ้าชอบกินเลือดมาก ๆ เหมือนผมก็เหมือนกับแด๊กคูร่าหล่ะครับ
เพราะน้ำเข้มข้นดีจริง ๆ เนื้อก็เปื่อย และเครื่องในต่าง ๆ ก็เปื่อยและนุ่ม แต่ยังคงไว้ซึ่งความหวานและความหอม ของเครื่องในแต่ละชิ้น ชิมดูเสียก่อนนะครับ ก่อนที่จะปรุงรส เพราะเขาทำมาก็แซ่บพอสมควรแล้ว ถ้าวันไหนเขาไม่ มีลูกค้ามากจนเกินไปนัก เขาก็จะทำอาหารจานเด็ดคือเครื่องในตุ๋นสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วก็มีผักลวกมาให้กิน จิ้มกับน้ำจิ้มแซ่บ ๆ ถึงใจจริง ๆ  
              ส่วนก๋วยเตี๋ยวหมูนั้นก็อร่อยเช่นกัน และผมก็ได้ชิมแล้วแต่ท่านผู้อ่านก็คงทราบดีว่าผมชอบกินเนื้อ การพูดคุยและ เขียนเกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยวหมูก็กลายเป็นลูกเมียหลวงไปซะโดยปริยาย เอ๊! หรือลูกเมียหลวง พ่อเขาจะดูแลมากกว่า แต่ตามสังคมของเราแล้ว ลูกเมียน้อยได้มากกว่านะครับ เอาหล่ะ
................ท่านผู้อ่านผมขอให้เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของร้านนี้เสีย ได้แวะไปชิมกัน เขาเปิดตั้งแต่เช้าจนกระทั่งบ่าย แต่ไม่เย็นนะครับ เพราะอาหารมันหมดเร็ว ก็อย่างนั้นหล่ะครับ เพราะของมันดี ร้านนี้ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวดอกรัก ที่อยู่คือ ร้านก๋วยเตี๋ยวดอกรัก เจ้าเก่าสะพานพระนั่งเกล้า หน้าวัดน้อยนอก เลขที่ 61 ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ติดต่อ : คุณนุช หรือคุณเอียด (01) 437-8816
    ........   พูดถึงร้านอาหารอร่อย ๆ บนถนนรัตนาธิเบศร์เลยต้องเขียนเกี่ยวกับอีกร้านหนึ่งซึ่งหมึกแดงต้องแสดงความเขลาของตนเองอีกแล้ว เพราะเคยบ่นหลายครั้งว่าไม่เห็นมีอาหารอร่อย ๆ กินบนถนนรัตนาธิเบศร์เลย ทั้ง ๆ ที่มีร้านไก่ย่างนิตยา อยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ตรงข้ามกับจัสโก้พอดีเลย ร้านนี้สังเกตุได้ง่ายและหาได้ง่ายมาก เพราะมีไก่ตัวยักษ์ใหญ่ยืนอยู่หน้าร้านก็แปลกดีนะครับเป็นสิ่งจูงใจ และจูงตา ผมรีบไปเรียนคุณพ่อว่าได้พบร้านอาหารอร่อย ๆ ชื่อไก่ย่างนิตยา แล้วพ่อเคยไปกินหรือยัง พ่อก็บอกว่า "ไอ้โง่ ร้านนี้เป็นร้านของพี่นิตยาจากน้ำพริกนิตยานั่นเอง" เป็นร้านของน้องสาวเขา แล้วพี่นิตยานั้นมีความคุ้มเคยกับครอบครัวเราเป็นอย่างดี และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับน้ำพริก เพราะน้ำพริกเขา(พริกแกง) มีชื่อเสียงและเด็ดจริง ๆ ครอบครัวพี่นิตยาและน้องสาวพี่พรรณี ไม่ใช่คนอีสาน แต่มาทำอาหารอีสาน เขาทำอาหารมือดีมาก เพราะเขาเป็นคนที่ลิ้นดี และทำอาหารมีระบบ ต้องขอเชิญชวนท่านผู้อ่านไปที่ร้านพี่นิตยาดีกว่า
    ....        เริ่มเล่าดีกว่า ว่ากินอะไรเข้าไปบ้าง ที่นี่มีอาหารอีสานเสริ์ฟ มีส้มตำ หรือตำบักหุ่ง และสารพัดตำอยู่ในเมนูที่ยืดยาวแต่ที่ผมชอบมากที่สุดในกระบวนตำทั้งหลายนั้น ก็คงจะเป็น "ตำไข่เค็ม" และ "ตำปูดอง" ซึ่งเขาดองปูที่จะมาใส่ในส้มตำของเขาเองที่นี่ ท้องท่านผู้อ่านได้ไม่เสียไงครับ เขามีอาหารอีสานทั้งนั้น เช่น ลาบเป็ด ซึ่งรสชาติเผ็ดถึงใจ  เปรี้ยวเค็ม ไม่ออกหวาน เพราะอาหารอีสานนั้นไม่มีความหวานในนั้นเลย ปลาเผาของเขาก็หอม นุ่ม แห้ง ไม่แฉะ และ ไม่มีกลิ่นคาว วิธีการย่างปลาเผา ต้องมีลวดแหลม ๆ แทงลงไปในลำตัวของปลาระหว่างกำลังย่าง หรือเผาอยู่ เพื่อ ให้ความชุ่มชื้นและน้ำที่บางครั้งจะเหม็นคาวซึมและไหลออกมา และคงเหลืออยู่แต่เนื้อของปลาที่ยุ่ย นุ่มเหมือนปุยฝ้าย ไม่แห้งแต่นุ่ม ราดน้ำจิ้มลงไป ใส่ปาก แล้วมันจะละลายในปากของท่านผู้อ่านโดยปริยาย
................ไก่ย่างก็ใช้ไก่บ้านนะครับ รู้สึกว่าเขาทำไก่ย่างมีอยู่ 2 ขนาด และคงจะขาดทุน เพราะทำดีเสียเหลือเกิน แต่รสชาติ อร่อย เวลากินฉีกเนื้อด้วยนิ้วของเรา แล้วใส่เข้าไปในปาก มือเลอะ ดูดนิ้ว อร่อยจริง ๆ ครับ แล้วเอามือและนิ้วเลอะของเราไปปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อน แล้วจิ้มแจ่วตามเข้าไปในปากอีกครั้งหนึ่ง พูดแล้วน้ำลายก็ไหลอยากกินไก่ย่างมีผักนึ่ง และมะเขือยาวเผาเป็นเครื่องเคียง สำหรับกินกับปลาซึ่งผมชอบมะเขือยาวมากเพราะความหวานและความหอมในการเผาของมัน
                สุดท้ายนี้จะขอแนะนำแกงอีกชนิดหนึ่งที่ร้านนี้ชื่อว่า "ต้มโย้งไก่บ้าน" ต้มโย้ง ก็คือการผสมพันธุ์ระหว่างต้มโคล้งกับ ต้มยำ เอา 2 สูตรมาผสมกัน ถ้าท่านผู้อ่านไม่เข้าใจเกี่ยวกับต้มโคล้ง ก็จะบรรยายให้ฟังว่า ต้มโคล้งนั้นเครื่องปรุงเหมือน ต้มยำ แต่ต้องเอาไปเผาเสียก่อนที่จะเอามาทำเป็นต้มโคล้ง ส่วนต้มยำนั้น เครื่องเทศ เครื่องปรุงต่าง ๆ เป็นของสด ไม่ต้องเอาไปเผา เพราะฉะนั้นต้มโย้งถึงได้เข้มข้น แซบ เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน โอ้ย! อย่าให้พูดเลยครับ ต้องไปชิม เอาเองที่ร้านไก่ย่างนิตยา เขามีห้องแอร์ แต่เล็กไปหน่อย แต่นั่งข้างนอกก็สบายดี สามารถติดต่อเขาได้ และที่อยู่ของเขาก็คือ ร้าน นิตยาไก่ย่างห้วยทับทัน (ศรีสะเกษ) สาขารัตนาธิเบศร์ ตรงข้ามห้างจัสโก้ 527-0553       สาขาเมืองทองธานี ตรงข้ามวัดผาสุก 503-3279 
Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com