


? ถาม ?รังนกทอดและมักกะโรนี
เรียน คุณหมึกแดง
................ดิฉันชื่อสุรีรัตน์ รบกวนขอคำแนะนำจากคุณดังนี้ค่ะ
................ดิฉันเคยทานอาหารตามร้านอาหารต่างๆ เช่น โหงวก๊วย หรือไก่ผัดเม็ดมะม่วงก็ตาม มักจะใส่ในมันหรือเผือกทอดลักษณะเป็นรังนก ไว้เป็นภาชนะรองรับ) ดิฉันอยากจะรู้ว่า จะทำรังทอดๆ นั้นด้วยวิธีใดได้บ้าง เพราะไม่รู้ว่าจะใส่ภาชนะอะไรทอดให้ดูเป็นรังนก จะทำอย่างไรให้ดูน่ากิน แล้วที่บ้านก็มักจะทำมักกะโรนี โดยลวกมักกะโรนีให้สุกแล้วตั้งกระทะผัดกับไก่ ใส่มักกะโรนีและซอสมะเขือเทศไปจะทำให้ข้นและไม่น่ากิน
................กรุณาแนะนำวิธีที่ถูกต้องให้ดิฉันด้วย
................ขอบคุณค่ะ
.................สุรีรัตน์
! ตอบ !ถึง คุณสุรีรัตน์ ............สงสัยคุณเป็นคนที่ชอบทำกับข้าวพอสมควร และเป็นคนที่มีฝีมือในการทำกับข้าวด้วย เพราะในจดหมายพูดถึง โหงวก๊วยใส่รังนกที่ทำด้วยเผือก ก็คงคิดว่าคุณสุรีรัตน์เป็นคนที่ชอบการนำเสนออาหารที่สวยงาม เพื่อเพิ่มความอร่อยในการรับประทาน เพราะหน้าตามันดี ไม่จำเป็นหรอกครับที่จะทำรังนกหรือตะกร้าทอดกรอบเพื่อนำอาหารไปใส่ในนั้น สิ่งที่ง่ายที่สุดถ้าพูดถึงภาชนะสำหรับทอด ก็คือคุณต้องมีกระชอนรูห่างๆ อยู่ 2 อัน มีหางจับ และกระชอนอันหนึ่งต้องใหญ่กว่าอีกอันหนึ่ง (สองขนาด) จะใช้มันทอดก็ได้ เอามันมาขูดให้เป็นเส้นๆ แล้วโรยด้วยแป้งมันนิดหน่อย แล้วเอาไปใส่ในกระชอนที่ใหญ่ กระชอนนี้จะต้องนำลงไปจุ่มในน้ำมันเสียก่อน แล้วจึงจะนำมัน หรือเส้นบะหมี่ หรือเผือกลงไป ทำเป็นรังนก แล้วนำกระชอนที่เล็กกว่าวางไว้ข้างบน แล้วจึงนำไปจุ่ม ทอดในน้ำมันเยอะๆ ที่ร้อน กดกระชอนอันเล็กไว้ กระชอนอันล่างก็จะเหมือนแม่พิมพ์ กระชอนอันบนก็จะทำหน้าที่กดให้เส้นบะหมี่หรือมัน หรือเผือกให้จมน้ำมันอยู่และไม่ลอยขึ้นมา เพื่อจะได้มาซึ่งตะกร้า คงเข้าใจนะครับว่า โดยธรรมชาติแล้ว เราเอาอะไรไปกด มันก็จะลอยตัวขึ้นมาบนน้ำมัน เราถึงต้องมีกระชอนอันที่สองกดมันไว้ข้างล่าง อย่ารีบดึงกระชอนอันเล็กออกมาจากแม่พิมพ์ ให้เริ่มอยู่ตัวและเกรียมเสียก่อน แล้วค่อยๆ แซะออกมา ความหนาและความบางของตะกร้าหรือรังนกนั้น อยู่ที่ความสามารถและความละเอียด(ยาว)ของชิ้นส่วนที่เรานำไปทอด และความสามารถของผู้ทอด มันไม่ยากหรอกครับ ลองทำดูไปเรื่อยๆ แล้วก็จะได้เอง
................อย่างที่สองถามมาเรื่องผัดมักกะโรนีแล้วไม่น่ากิน ทำอย่างนี้ดีกว่าครับ เอาน้ำมันใส่กระทะ เอาหอมลงไปผัด แล้วใส่น้ำมันให้มากหน่อย เมื่อหอมเริ่มสลดแล้วนำไก่ลงไปผัด ไก่ถูกผัดแล้วจะมีน้ำนิดหน่อยออกมาอยู่แล้ว ถ้าเราอยากใส่อะไรอื่นเข้าไป เช่นมะเขือเทศเป็นชิ้นๆ หรือเห็ด แล้วใส่น้ำปลา และซอสมะเขือเทศลงไปผสม ทำเป็นน้ำขลุกขลิกก่อน อาจจะต้องเติมน้ำซุปไก่เข้าไปนิดหนึ่ง ลงไฟเหลือปานกลาง อย่าใช้ไฟแรงตลอด เมื่อมีน้ำขลุกขลิกแล้วจึงใส่เส้นลงไป แล้วผัด เติมซอสมะเขือเทศ และน้ำตามต้องการสำหรับสีและรสชาติ แค่นี้น้ำซอสมะเขือเทศก็จะไม่ข้นครับ เพราะว่ามันข้นอยู่แล้ว เราก็ต้องเอาสต๊อกหรือน้ำซุปช่วยครับ การที่เราใช้ไฟแรงเกินไป จะทำให้ซอสมะเขือเทศนั้นข้นอยู่แล้ว ระเหยความชื้นออกไปจนกระทั่งข้นเหนียวติดกระทะ อันนี้เป็นเทคนิกง่ายๆ หวังว่าจะไปลองทำดูนะครับ ถ้ารสชาติไม่เข้มข้นพอ เช่นไม่เปรี้ยวพอ ไม่หวานพอ ไม่เค็มพอ ก็ใส่น้ำปลา น้ำตาล และน้ำส้มสายชูได้นะครับ ไม่ต้องใส่ซอสมะเขือเทศยังได้เลย เพราะเราอยากได้ความหอมและสีจากซอสมะเขือเทศเท่านั้น เมื่อคุณสุรีย์รัตน์ประสบความสำเร็จในการทำมักกะโรนีแล้วก็อย่าลืมใส่ถุงมาให้ผมชิมด้วยก็แล้วกัน
Home | ประวัติ | บทความ | รายการ TV | Book
หมึกแดงชวนชิม | สูตรเด็ด | เคล็ดลับคู่ครัว
WebBoard | ติดต่อหมึกแดง | ลงโฆษณา Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com
