


ต้นฉบับ Nations สุดสัปดาห์คอลัมน์ โลกของหมึกแดง ตีพิมพ์วันที่ 3 มกราคม 2543ตอนที่ 1 แนะนำตัวพอเริ่มสหัสวรรษใหม่ ก็มาพบคอลัมน์ของผมใน Nations สุดสัปดาห์ซึ่งผมจะเริ่มเขียน ทุกสัปดาห์ให้กับ Nations เป็นการเริ่มต้นโลกทัศน์ใหม่ และเป็นแนวทางอีกทางหนึ่งที่ นำเสนอมุมมองของโลกในสายตาของผม ผมเองนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะพูดหรือเขียนเกี่ยว กับอะไรได้มากสักเท่าไหร่ยิ่งสำคัญไปกว่านั้นไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขียนมานั้นท่านผู้อ่านจะ ได้ความรู้รวมทั้งสาระและการบันเทิงสำหรับท่านผู้อ่านหรือไม่ ผมถือว่าเป็นเกียรติมาก ที่ได้รับเชิญจาก Nations สุดสัปดาห์ให้เขียนคอลัมน์ประจำให้ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้นัดหมายไปกินข้าวกับทาง Nations ซึ่งผมได้เขียนคอลัมน์ประจำให้เดอะเนชั่น ชื่อคอลัมน์ Focus Sunday Specials ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ไปกินข้าวกับพวกน้อง ๆ ที่เป็นคนรุ่นใหม่ และได้มีการพูดคุยกันถึงการเขียนคอลัมน์ให้กับ Nations สุดสัปดาห์ ซึ่งวันนั้นคุณพงษ์ศักดิ์ บรรณาธิการของ Nations สุดสัปดาห์ ได้นั่งอยู่ติดกับผมและได้ เป็นคนเชิญผมให้เขียนคอลัมน์ให้กับ Nations สุดสัปดาห์แรกๆ ก็ตกใจพอสมควรเพราะ ไม่นึกว่าตัวเองนั้นเป็นคนเขียนหนังสือสนุก หรือมีสาระอะไรมากมาย เพียงแต่ทราบว่า ตัวเองมีวิธีการเสิร์ฟที่แตกต่างจากคนอื่น เพราะผมเป็นคนพูดง่าย ๆ เขียนง่าย ๆ ครับ และเป็นคนพูดตรง ท่านผู้อ่านจะได้เข้าใจง่ายบังเอิญได้รับพรสวรรค์จากคุณชายถนัดศรี ถ้าใครไม่ทราบว่าคุณชายถนัดศรีเป็นใคร มาจากไหน ก็แย่เลยนะครับ ท่านเป็นคุณพ่อ ของผมเอง ผมได้สายเลือดในเรื่องของอาหารมาจากคุณพ่อโดยตรงครับ เพราะคุณพ่อ เป็นคนที่บุกเบิกการสื่อและเป็นพิธีกร หรือ T.V. Personality คนเดียวที่เริ่มทำรายการ โทรทัศน์ที่เขาเรียกว่า Edutainment คำนี้มาจากคำสองคำ คือคำว่า Education หรือ การศึกษา และอีกคำคือ Entertainment หรือการบันเทิง พ่อผมเป็นคนที่อารมณ์ดีและ มีอารมณ์ขันมากพอสมควร ไม่อยากจะกล่าวว่าพ่อผม และตัวผม จะมีอารมณ์ขันที่ตลก และสัปดนนิดหน่อยแต่ก็เป็นการพูดจาล้อเล่นกันเพื่อความสนุกเท่านั้นเองครับพ่อได้ปู ทางมาให้ผมหลายปีก่อนที่ผมจะกลับมาเมืองไทย เมื่อ Nations สุดสัปดาห์ขอให้ผม เขียนคอลัมน์ให้ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร ก็เอาเป็นว่าตัดสินใจเขียนให้อย่าง นี้ก็แล้วกันนะครับ ผมหวังว่าท่านผู้อ่านจะมองว่าสิ่งที่ผมเขียนนั้นเป็นสาระและมีความบันเทิงอยู่ในคอลัมน์เดียวกัน มีคนหลายคนเคยบอกผมมาว่า ผมเป็นคนที่ไม่ใช่คนไทยแต่เป็นฝรั่ง ความคิดความอ่านของผมเป็นฝรั่ง เพราะเหตุว่าตนเองได้อยู่ต่างประเทศถึง 28 ปี เติบโตที่นั่นแล้วยังทำงานที่นั่นด้วยครับ เพราะฉนั้นการมองโลกของผมนั้นก็จะไม่ เหมือนคนไทยโดยทั่วไปและในคอลัมน์ โลกของหมึกแดงนี้ ผมจะนำเสนอสาระ มุมมอง ต่าง ๆ ที่ผมมีต่อสังคมไทย และท่านผู้อ่านอาจจะได้ความรู้และความบันเทิงในมุมมอง ความรู้สึกต่าง ๆ ของผมไปด้วยในตัวโดยส่วนตัวแล้วผมนั้นจะมีสิ่งที่ผมไม่สบายใจหรือ ข้องใจเกี่ยวกับอะไรต่ออะไรหลายอย่างในสังคมไทย ในการทำงานในเมืองไทย และใน การประกอบธุรกิจในเมืองไทย และในคอลัมน์ต่อ ๆ ไปนั้น ผมก็จะนำมุมมองของผมเอง มาพูดคุยให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ และลองมองดูในมุมมองของผม ประเทศไทยเป็นประ เทศที่อุดมสมบูรณ์เหลือเกิน ทั้งนี้ผมพูดถึงวัตถุดิบของเรา และเป็นประเทศที่มีทรัพยา กรอุดมสมบูรณ์เหลือกินเหลือใช้พูดง่าย ๆ ก็คืออาหารที่เราผลิตในประเทศมีเหลือเฟือ เราควรจะนำอาหรที่เหลือกินเหลือใช้นั้นแปรรูปเพื่อส่งออกขายยังต่างประเทศผมมอง ว่าชาติไทยของเรานั้นเป็นชาติของศิลปินทั้งปวง คิด ทำ หรือประกอบการก็เป็นศิลปิน เราใช้ความรู้สึกและอารมณ์มาก และการศึกษาของคนไทย วัฒนะธรรมของคนไทยไม่ เอื้ออำนวยให้คนไทยด้วยกันมีโอกาสได้คิด ได้วิจัย ได้แยกแยะให้ถูก และเมื่อเขาพยายามจะแยกแยะอะไรต่าง ๆ เขาก็เอาเหตุผล หรือหลักการบ้า ๆ บอ ๆ ที่ไม่มี Concept และไม่ใช่หลักการจริง ๆ คือใช้อารมณ์ครับ จะเห็นได้ว่าพวกเราชอบพูดว่า ฉันคิดว่าฉัน รู้สึกว่า เวลาเราพูดว่า ความคิดนั้นเราไม่ได้หมายถึงว่าคิดเป็นหลักการ เป็นเหตุผลและ เป็นขั้นตอนที่เป็น Logical เลย แต่เราคิดเราทำด้วยอารมณ์และความรู้สึกทั้งสิ้นผมเอง ก็เป็นแต่บังเอิญได้การศึกษาและได้รับวัฒนะธรรมของฝรั่งมาเยอะเลยมานั่งคิดและแยก แยะทุกสิ่งทุกอย่างตามหลักการและเหตุผลของฝรั่งเขา การทำงานของผมก็เลยเป็นการ ทำงานที่เป็น Concept มองอะไรให้กว้างและมีขั้นตอนที่ถูกต้อง และมีเหตุผลด้วยนะ ครับส่วนหนึ่งที่ผมชอบบ่นอยู่เสมอ และคงจะบ่นให้ท่านผู้อ่านฟังอยู่บ่อย ๆ ก็คือ เกี่ยวกับ การศึกษาของคนไทย ซึ่งไม่ให้โอกาสเด็ก เด็กสมัยนี้กล้าคิดก็จริง กล้าแสดงก็จริงแต่ว่า ฐานของความรู้ของเขายังไม่แน่นพอ คุณครูของเราเมื่อสมัยก่อนเพียงแต่สอนให้เรานั่ง ท่องจำ และเมื่อเวลาเรามีความคิดอะไรขึ้นมาหรือถามคำถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้นทำ ไมเป็นอย่างนี้ คุณครูของเราก็จะตอบกลับมาว่า ให้ทำไปเถิด เพราะเขาทำกันอย่างนี้มา กันตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งสำหรับคนที่ได้รับการศึกษาจากเมืองนอก และอยู่เมืองนอกมา นานอย่างผม อันนี้เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องตอบได้ด้วยเหตุผล และหลักการ
อีกเรื่องที่คงจะพูดกันอยู่เรื่อย ๆ ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะทำให้คนในประเทศไทยโดยเฉพาะ กุ๊กและนักทำกับข้าวทั้งหลายเข้าใจเกี่ยวกับการทำกับข้าวว่ามันไม่ใช่ศิลป์อย่างเดียวแต่ มันมีหลักการและเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ทั้งเคมีและการประกอบการด้วยเป็นความฝัน ของผมว่าจะยกระดับคนไทยที่ทำกับข้าวให้ขึ้นมาเป็น Chef ให้ได้ เพราะคนไทยเราลิ้น ก็ดีฝีมือก็ดีหมายความว่าคนไทยเราใช้มีดใช้อุปกรณ์ที่ช่วยสำหรับการทานอาหารเก่ง มากแต่ฐานทางการศึกษาเกี่ยวกับการทำอาหารของเราไม่แน่น ผมอยากจะช่วยให้คน ที่อยากเป็น Chef จิรง ๆ และท่านผู้อ่านก็คงจะติองเข้าใจนะครับว่าคำว่า Chef แตกต่าง จากคำว่ากุ๊ก เช่นไร เอาไว้คราวต่อ ๆ ไปผมจะมาขยายความเรื่องนี้ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบ โดยชัดเจน แต่ตอนนี้ผมอยากจะเขียนถึงความตั้งใจของผมที่อยากจะยกระดับฐานการ ศึกษา และฐานความรู้ของคนที่ชอบทำกับข้าวในเมืองไทย เราต้องมีโรงเรียนใหม่และ เป็นโรงเรียนที่สอนตามหลักการของฝรั่งจริง ๆ และเอาความรู้ หลักการของฝรั่งมาทำ แต่สอนเป็นภาษาไทย ให้ทั้ง Management Scale , Technical Scale และ Chemicals sciencetific Scale กับเขา เพื่อจะได้เป็นอาวุธ และฐานความรู้ในการที่ จะจะส่งเสริมตัวเองออกไป คนไทยเรานั้นเก่ง ฝีมือก็มี ลิ้นก็ดี เพราะฉนั้นหากเขามีฐาน ความรู้เรื่องอาหารที่ดีแล้ว เขาก็จะมีโอกาสที่จะส่งตัวเองออกไปในทั่วทวีปเอเชีย ไปเป็น Chef ทั่วเอเชีย และจะเป็นกลุ่มกำลังสำคัญในการส่งออกแรงงานที่มีค่าและได้ราคาเพื่อนำเงินเข้าประเทศ และจะให้ชื่อเสียงกับคนไทยเราด้วย ทางด้านการเป็นผู้บริหารครัว ของโรงแรม หรือร้านอาหารใหญ่ ๆ และเป็น Chef ที่ดีมีหลักการ มีความสามารถทั่วเอเชียไปเลยเราไม่ต้องส่ง Chef ไทยที่ทำได้เฉพาะอาหารไทยหรอกครับให้ฐานความรู้ และหลักการในการทำอาหารแบบอินเตอร์และมีวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องไปด้วยไปกับ Chef พวกนี้ แล้วเขาจะจัดการเอง เขาจะสร้างชื่อเสียงของเขาเอง และอาหารไทยก็จะพัฒนา ไปเรื่อย ๆ โดยการผสมผสานและมีอิทธิพลของวัฒนะธรรมอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ อาหารไทยได้พัฒนาไปอีกระดับหนึ่งอาหารไทยเราก็ได้การพัฒนามาเรื่อย ๆ และคราวหน้า จะคุยเรื่องอาหารไทยที่เราได้พัฒนามานะครับ
Home | ประวัติ | บทความ | รายการ TV | Book
หมึกแดงชวนชิม | สูตรเด็ด | เคล็ดลับคู่ครัว
WebBoard | ติดต่อหมึกแดง | ลงโฆษณา Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com
