


ต้นฉบับ เนชั่นสุดสัปดาห์ ต้นฉบับที่ 12 วันที่ 19 - 25 มีนาคม 2543เรื่อง งาน Foodex ที่ญี่ปุ่น
................ในระหว่างวันที่ 5-11 เดือนนี้ผมได้รับเกียรติจากกรมส่งเสริมการส่งออกให้ไปทำอาหารในงาน Foodex ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าไทยและนานาชาติที่ประเทศญี่ปุ่นสถานที่จัดงานอยู่ระหว่างกับสนามบิน นาริตะและกรุงโตเกียวใกล้ๆ กับเมืองชีบะเป็นสถานที่ที่ใหญ่โตมากและใหญ่กว่าไปเทคของเราเสียอีก ทุกปี ในเวลาเดียวกันนี้ ทางญี่ปุ่นเขาจะจัดงาน ซึ่งเป็นงานระดับ Inter ในภาคเอเซีย เกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินเพื่อส่งเสริมการนำเข้า และส่งออกของแต่ละประเทศและรณรงค์ให้คนทั่วโลกทั้งผู้กินและผู้ซื้อได้มีความเข้าใจ และเห็นแนวทางของการพัฒนาอาหารในโลก ผมไปในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการสาธิต การทำอาหาร ให้กับคนญี่ปุ่นและผู้ที่มาเที่ยวงาน ในการไปครั้งนี้ ทางกรมส่งเสริมการ ส่งออกคงเล็งเห็นว่าผมมีความสามารถในการสื่อและสาธิตการทำอาหารไทย และจะทำ ให้หมึกแดงเป็นศูนย์กลางในการดึงดูดผู้ที่มาเที่ยวงาน ให้มาดูวิธีการสาธิตอาหารและ ชิมอาหาร และหวังว่าในการสาธิตครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯ ต่าง ๆ ของไทยที่ไปจัด Booth แสดงสินค้าในงานนั้นได้โอกาสขายของมากขึ้น
................ในวันแรกผมไปถึงตอนเย็นแล้ว และงานจะยังไม่เปิดอีก 1 วัน เลยใช้เวลาให้เป็นประ โยชน์โดยการไปดูหน้างานว่าทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยหรือยัง Idea หรือความคิดของทาง พวกเรานั้น คือจะแสดงการทำ อาหารข้างหน้าติดกับทางเดิน Main ของศูนย์แสดงอาหาร และจะมีพื้นที่เฉพาะเป็น Counter สำหรับการสาธิตทำอาหารอยู่ข้างหน้าโดยมีกระจก อยู่เหนือหัวเราเพื่อส่องลงมาให้ผู้ชมที่ยืนอยู่ข้างหน้าหรือยืนอยู่ทางเดินได้เห็นการทำอาหารอย่างชัดเจน ในเวลาเดียวกันก็จะแสดงสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้นำมาขายและ แสดงในซุ้มต่าง ๆ ของคนไทยเราอยู่ข้างหลังของเวทีการแสดงการทำอาหารเมื่อเราสาธิตอาหารอะไรก็ตาม พวกเราก็จะนำเครื่องปรุงต่าง ๆ ที่ผู้ส่งออกของไทยนำมา และจะเป็นส่วนผสมในการทำอาหารนั้น ๆ มาวางไว้ที่ Counter ข้างหน้าในการสาธิตทำอาหาร และระหว่างที่ผมกำลังผัดหรือต้ม หรือยำ อยู่นั้น ก็จะพูดให้ฟังว่าสินค้าเหล่านี้เป็นเครื่องปรุงที่สำคัญและสามารถซื้อได้ มีผลิตภัณฑ์พร้อมเพรียงอยู่ข้างหน้านี้ เป็นตัวอย่างถ้าสนใจก็ให้ไปคุยกับซุ้มผู้ส่งออกต่าง ๆ และถ้าอยากนำสูตรอาหารนี้ไปทำที่บ้านเราก็มีสูตร อาหารพิมพ์เป็นสมุดพร้อมรูปมาให้เขาเอากลับไปที่บ้านด้วย
การสาธิตทำอาหารนั้นความจริงแล้วก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากอะไรเพียงแต่เราต้องเข้าใจถึง วัฒนธรรมการกินและระบบการทำกับข้าวของฝรั่งในประเทศนั้น ๆ เช่น เวลาเราทำผัดขึ้เมา เราก็ต้องบอกคนญี่ปุ่นว่าผัดขี้เมานั้นเรามีเส้นไทย ซึ่งเราใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กมาผัด แต่ในเมื่อคนญี่ปุ่นเป็นคนที่ชอบกินเส้นเป็น ชีวิตจิตใจ และเขามีเส้นนานาชนิด เราก็ต้องแนะนำเขาว่า เครื่องปรุงเหล่านี้ในการทำผัดขี้เมาเช่นกะปิ พริก ใบโหระพา น้ำตาลปี๊ป และกุ้ง เป็นส่วนผสมที่มาจากเมืองไทยทั้งนั้นและเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย เพราะกลิ่น และรสชาติมันออกไทย แต่พวก You ไม่จำเป็นต้องใช้เส้นไทยก็ได้ไปใช้เส้นราเมน คือเส้นต่าง ๆ ของญี่ปุ่น เอามาผัดแทนก็ได้ อย่างนี้เราจะไม่กะกันให้คนญีปุ่นเลิกซื้อของอื่น ที่เราสามารถขายได้ อย่าไปบอกเขาว่าต้องผัดกับเส้นไทย
เท่านั้น มิฉะนั้นเราก็พลาดโอกาสในการขายเครื่องปรุงอื่นต้องเอาอาหารไทยเครื่องปรุงไทย ไปสอดแทรกเข้าไปในวัฒนธรรมการกิน และขั้นตอนในการปรุงอาหารของคนญี่ปุ่น และผสมผสานกับวัตถุดิบที่เขามีอยู่แล้วในบางส่วนก็ได้ การใช้เครื่องปรุงของไทยได้ กว้างขึ้น และไม่แคบและจะเปิดโอกาสให้คนญี่ปุ่นได้ซื้อผลิตภัณฑ์ของคนไทยมากขึ้น เพราะเขาจะนำไปใช้กับเครื่องปรุง บางส่วนที่ เป็นของที่ผลิตในประเทศเขาในการไปครั้งนี้ ผมมีความรู้สึกว่าทางกรมส่งเสริมการส่งออก ได้ประสบความสำเร็จมาก พอสมควรท่านทูตและคุณหญิงก็มาเยี่ยมงาน ซึ่งบังเอิญคุณหญิงทูตเป็นพี่สาวผม เพราะ เป็นญาติผมและในวันที่สองในการสาธิตทำอาหาร ท่านปลัดกระทรวงยังลงมาบรรเลงเอง เลย ทีมงานของล่ามที่ทางกระทรวงและทางกรมส่งเสริมฯ ได้หาไว้สำหรับในการสาธิต ผมพูดเป็นภาษาฝรั่ง และล่ามพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น ล่ามคนนี้เก่งมาก ชื่อว่าคุณอัตธ์ บุนนาค เป็นคนที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการสื่อ และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องภาษาของฝรั่ง และของญีปุ่นได้ดี บางครั้งผมก็ยังเตือนคุณอัตธ์ บอกเขาว่าไอ้นี่เครื่องปรุงอันนี้ ใช้ได้กับ อาหารอื่น ๆ ด้วยนะ และ You สามารถใช้เส้นของ you เองได้อะไรต่าง ๆเช่นนี้ คุณอัตธ์ ก็ตอบมาว่าได้พูดไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดีใจจริง ๆ ที่มีคนเดาและอ่านความคิดผมออก
ในการสาธิตครั้งนี้มีคนมาดูมากมาย และหลังจากสาธิตเสร็จก็มีการเสริฟอาหารให้ชิม ครั้งละราวๆ 500 คน แขนหัก ข้ออ่อน กันไปหมดและผู้มาเที่ยวงานจะมาถามทุกครั้งว่า แล้วจะสาธิตอะไรครั้งต่อไป เมื่อไรและขอสูตรด้วยมีคนถามคำถามมากมายเกี่ยวกับ เรื่องอาหารไทยเครื่องปรุงไทย และสนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของไทยมาก การไปทำงานครั้งนี้ราบรื่นดีมาก เพราะคนของกรมได้จัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยและอาศัยประสบการณ์จากการไปสาธิตทำอาหารที่เยอรมันเมื่อปีที่แล้ว จึงทำให้การ ไปสาธิตทำอาหาร ครั้งนี้ดูเหมือนว่าง่ายไปหมด อีกประการหนึ่งคนญี่ปุ่นเป็นคนที่มีระเบียบทุกสิ่งทุกอย่างคิดไว้ล่วงหน้า และมีแผนในการทำงานทั้งสิ้น เราเลยอาศัยระบบการทำงานที่ดีของญีปุ่น และสาธิตการทำอาหารได้อย่างเรียบร้อย ก่อนกลับผมได้ไปถ่ายรูป กับผู้มาแสดงสินค้าทุกราย และมีผู้มาเที่ยวงานมาถามว่า ซื้อของได้ที่ไหนควรจะไปซื้อ อะไรบ้าง แล้วเครื่องปรุงแบบนี้หาได้ที่ไหนซึ่งทำให้ผมชื่นใจมาก เพราะผู้ส่งออกส่วนมาก ก็จะมีข้อมูลเพียบเกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์ของเขา และแหล่งที่จะซื้อได้ ผมขอฝากขอบพระคุณทางกรมส่งเสริมการส่งออก ที่ได้เปิดโอกาสให้ผมได้แสดงการทำอาหารไทยใน ครั้งนี้ และขอฝากไว้กับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพย์สิน ทางปัญญา และอีกหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กับการส่งออกอาหารนี้ว่าเราควรจะมีหน่วยงานที่ช่วยเหลือเอกชนในการดูตลาด และสร้างหน่วยงานที่เป็น R&D (Research and Development) วิจัยและพัฒนา เพื่อได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้นำมาขายในงานเช่นนี้ เพราะตามที่ผมดูแล้ว กลุ่มผู้ส่งออกที่มาในงานนี้ซึ่งมีทั้งหมดกว่า 30 ราย ผลิตภัณฑ์ของ เขานั้น ก็คล้าย ๆ กันหมด เพราะฉะนั้น เราควรจะขยายฐานผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นของไทย และนำ Products ใหม่ ๆ มาสู่ตลาดโลก ทั้งนี้เอกชนจะต้องอาศัยวิศัยทรรศน์ที่ กว้างไกล และความเฉลียวฉลาดของทาง ภาครัฐบ้าง
Home | ประวัติ | บทความ | รายการ TV | Book
หมึกแดงชวนชิม | สูตรเด็ด | เคล็ดลับคู่ครัว
WebBoard | ติดต่อหมึกแดง | ลงโฆษณา Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com
