ต้นฉบับ เนชั่นสุดสัปดาห์
ต้นฉบับที่ 14 วันที่ 2 - 8 เม.ย. 2543
เรื่อง ภัตตาคารหงษ์ฟ้า อุบลราชธานี

เมื่อเดือนกว่า ๆ มานี้ ผมได้ไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ที่เมืองอุบล เดินทางโดยรถยนต์ จากโคราชไปอุบล และกลับโดยเครื่องบิน โชคดีที่ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าว่าจะกลับกรุงเทพ โดยเครื่องบินเพราะการเดินทางจากโคราชมาอุบลนั้น ถึงแม้จะไม่ได้ลำบากอะไรเลย แต่ใช้เวลานานพอสมควร เพราะถนนกำลังทำอยู่แล อีกประการหนึ่งพวกเราไม่รู้จักทาง เลยไปถึงอุบลก็ไปถ่ายทำเรื่องวัตถุดิบ และไปชิมร้านอาหาร 4-5 ร้านถือโอกาสนัดเพื่อน ให้ไปพบและคุยกันที่อุบลด้วย และเวลาตอนเย็นเราก็นั่งคุยรับทานเบียร์กันนิดหน่อยและ ตัดสินใจว่าจะออกไปกินข้าวข้างนอก เราพักกันที่โรงแรมลายทอง ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว แห่ง เดียวของเมืองนี้ โอ่อ่า กว้างขวาง และสะอาด มีทุกสิ่งทุกอย่างเพียบพร้อม ไปหมดเสียดายไม่ได้ใช้บริการ ร้านอาหารหรืออะไรของเขาเลย เพราะทั้งวี่ทั้งวันก็ออก ไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์ พอมาถึงตอนค่ำ ก็ไม่ รู้จักร้านอาหารเมืองนี้ คุณพ่อก็ไม่ได้
อยู่กับเรา จึงไม่ได้ถามท่านเลยต้องขอความคิดเห็นและการแนะนำจากน้อง ๆ ที่ Front Desk ของโรงแรมลายทอง ว่าควรจะไปกินอาหารที่ไหนดีถูกย้อนกลับมาว่าจะกินอาหาร ประเภทไหนหล่ะค่ะ ไทย ฝรั่ง จีน ญวน โอ้โหพนักงานที่นี่เขานึกว่าหมึกแดงกินยากกิน เย็นความจริงแล้วผมไม่เรื่องมากหรอก แต่เขาฉลาดพอที่จะดูรู้ว่าเรามีอารมณ์อยากกิน อาหารประเภทใด

อยากกินอาหารจีน เขาจึงแนะนำให้ไปรับประทานอาหารค่ำมื้อนี้ที่ภัตตาคาร “หงษ์ฟ้า” ซึ่งเขาบอกว่าอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม อยู่ติดกับสนามบิน ทราบไหมครับว่า เมืองอุบลคง เป็นเมืองเดียวในประเทศไทยที่มีสนาม บินอยู่กลางเมืองสะดวกมาก ขับรถ 5 นาทีก็ถึง สนามบินแล้ว หงษ์ฟ้า เป็นร้านอาหารตึกบะเร่อเท่อ อยู่บน ถนนทางเข้าสนามบินข้างล่าง เป็นที่จอดรถและอีก 2 ชั้นข้างบนเป็นตัวร้านอาหาร และห้องสำหรับจัดเลี้ยงมีเฉลียงยื่น ออกมาข้างหน้าให้นั่งกินข้าวดูคนเดินหรือขับรถผ่านไปมาเดินขึ้นไปบนภัตตาคารหงษ์ฟ้า ไปนั่งข้างนอกอยู่ที่เฉลียง เพราะวันนั้นอากาศดีมาก ลมผัดโชยเย็นสบาย เจ้าของร้านจำ หน้าหมึกแดงได้ ถามว่าอยากจะกินอะไร ผมก็ตอบไปว่า มีอะไรดีกินหล่ะ คุณสมบัติเจ้าของร้านจึงบอกว่า ไม่ลองชุดเชลล์ ชวนชิมหรือ ผมก็ตกใจเพราะไม่ทราบเลยว่าคุณชายถนัดศรี ได้มาแวะกินที่ร้านนี้แล้ว ปรากฎว่า คุณพ่อ มาเกือบ 10 กว่าปีแล้ว เมื่อสมัยร้าน นี้อยู่ในเมืองเลย เขาย้ายมาได้ 4-5 ปีแล้ว และยังรุ่งเรืองอยู่ ถ้าพ่อได้ มาชิมที่ร้านนี้ก็เลย ขออนุญาตชิมตามพ่อ และลองลิ้นของตัวเองบ้างว่าลิ้นของเราจะถึงขั้นพ่อหรือเปล่าเลยสั่ง อาหารเชลล์ชวนชิมมากิน ก็มีมังกรแดง ซึ่งเป็นคล้าย ๆ เปาะเปี้ย ไส้ไข่เค็ม แฮมและห่อ ด้วยฟอง เต้าหู้ ทอด แล้วหั่นเป็นชิ้นกลม ๆ พอคำ อร่อยจริง ๆ ทั้งมัน ทั้งหอมเค็มไม่มาก แต่มีแต่ไข่เค็มแดงนะครับ จึงทำให้รู้สึกว่าคอเรสเตอรรอลของผมคงต้องสูงขึ้นอีกแน่นอนเมื่อพวกเราซึ่งมีด้วยกันแค่ 3 คน ได้กินมังกรแดงเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณสมบัติและภรรยา เลยมานั่งคุย กับเราแล้วแนะนำให้กินทุกสิ่งทุกอย่างและสั่งอาหารให้โดยเราไม่ต้องมานั่งคิดเลยก๋วยเตี๋ยวหลอด ตามมา มีน้ำขลุกขลิกอยู่ข้างล่าง โรยด้วยพริกขี้หนูสีแดง ซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ กระเทียมเจียวราดอีกนิดหน่อย ห่อมาเป็นท่อนยาว ๆ ประมาณ 3-4 นิ้ว พร้อม สำหรับการฟัดอย่างรุนแรง เพราะผมคีบทีเดียวทั้งก้อน และก็ยัดใส่ปาก เค็ม ๆ หวาน ๆ หอม เผ็ดนิด ๆ คุณเอ๋ยอร่อยจริง ๆ

เมื่อเสร็จก๋วยเตี๋ยวหลอด อาหารเชลล์ชวนชิมอันต่อไปก็คือ ก้ามปูหม้อไฟซึ่งเมื่อมองเห็น น้ำในหม้อไฟแล้วใสโจ้งเจ้ง ไม่น่าจะมีรสชาติเลยแต่พอได้เอาผักบุ้งสด ๆ ใส่เข้าไปในน้ำร้อน ๆ ตักน้ำผักบุ้งและก้ามปูใส่ถ้วย และชิมน้ำดูปรากฎว่ารสชาติเข้มข้นเหมือนกับว่า ทางร้านนี้ได้ทำซุปใสแบบฝรั่งเอามาใส่หม้อไฟ และเติม ก้ามปูลงไป พร้อมด้วยพริกไทย บดซึ่งทำให้น้ำซุปเข้มข้น และหอมพริกไทย ใครเป็นหวัดกินก้ามปูหม้อไฟหม้อนี้ ก็ได้สั่ง น้ำมูกร้องไห้แล้วก็โล่งจมูก แถมยังได้อร่อยอีกด้วย

หลังจากนั้นก็ไม่มีอาหารเชลล์ชวนชิมอีกแล้ว จึงบรรเลงด้วยอาหารที่เจ้าของร้านสั่งมา ให้ลองสั่งไปกินไป สั่งเยอะมาก แล้วก็พูดว่า เพียงแต่ชิมเท่านั้นก็ได้ แต่ผมเองเสียดาย ของจึงพยายามกินให้หมดทุกอย่าง อย่างแรกที่ได้กิน และเป็นชื่อของอาหารที่ไม่น่ากิน เลยก็คือ เปาะเปี้ยะชีวจิต ซึ่งห่อด้วยแป้งเปาะเปี้ยะคล้าย ๆ กับขนมเทียนห่อเล็ก ๆ ไส้ ข้างในทำด้วยเผือก มัน ข้าวโพด รสชาติดีมาก กลมกล่อม หวาน มัน เค็ม และหอมน่า
ตาดูดีไม่เหมือนกับชื่อและรสชาติยิ่งดีขึ้นไปอีกใครที่เป็นคนที่ชอบกินอาหารมังสวิรัติ ควรจะลองห่อหมกหน่อไม้ ซึ่งรสชาติเข้มข้นไม่ทราบว่าจะเรียกเป็นภาษาไทยอย่างไรดี เพราะซอสหรือตัวกะทิที่อยู่ในห่อหมกนั้น Creamy หรือมันกะทิ และเครื่องแกงก็หอมหวลไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ทำให้รสชาติมันกรอบ และหอมเครื่องแกง

ที่นี่เขายังมีจุ่ยก๋วยด้วย ซึ่งสำหรับท่านผู้อ่านที่ไม่รู้จัก จุ่ยก๋วย ผมขออนุญาตเรียกว่าขนมถ้วยของจีน ทำด้วยแป้งข้าว ไม่เหนียวเกินไป และไม่หนาเกินไปมีไส้ใส่ลงไปในถ้วยตรงกลาง หอม มัน หวาน เค็ม ใช้นิ้วก็ได้นะครับในการหยิบแต่ละถ้วยขึ้นมาใส่ปากเพราะมันจะเร็วกว่า และอย่าลืมเอามือลองไว้ข้างใต้ ถ้วยพวกนี้ เพราะไส้มันจะหล่นลงไปในมือบ้าง เราได้เก็บตกของที่หลงมาไงครับ

ปลิงทะเลผัดกะเพรา หั่นบางๆ แล้วเอาไปผัดกะเพรา หลังจากนั้นก็นำใบกะเพราและพริก ไทยอ่อน ไปทอดให้กรอบ นำมาโรยหน้าปลิงทะเล ซึ่งเวลาเคี้ยวมันเข้าไปแล้วก็จะเด้งๆ อยู่ในปากเราประกอบกับความกรอบของใบกะเพราและพริก หอมหวล ชวนกิน มื้อนี้ไม่มี ข้าวให้กินเลย เพราะถ้ากินข้าวก็คงจะ ไม่ไหว แต่มีขาห่านอบหม้อดินกับเส้นหมี่ น้ำขลุก ขลิกไม่เละจนเกินไป เส้นนุ่มแต่ยังเหนียวอยู่ ตัวขาห่านเอง ก็ยังนุ่มใช้ได้เครื่องเทศและ เครื่องปรุงเข้าหนังดี ต้องใช้นิ้วจับขาห่านแล้วกินช้า ๆ ดูดมันทั้งขาถึงจะได้การ

คุณสมบัติ ตบท้ายรายการนี้ด้วยการเข้าไปในครัว และบรรเลงการทำก๋วยเตี๋ยวราดหน้า เนื้อให้กิน คงไม่ต้องบอกว่าอร่อยแค่ไหน ก็ดูเอาในรูปก็แล้วกัน อิ่มหนำสำราญ ผมก็กลับ ออกมา พุงกางแถมยังปลื้มใจที่โดยบังเอิญได้พบร้านอาหารที่พ่อได้มาชิมไว้นานมาแล้ว

Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com