


ต้นฉบับ เนชั่นสุดสัปดาห์ เรื่อง โรงแรมแกรี่ไวส์ โคราช ต้นฉบับที่ 15 วันที่ 9-15 เม.ย. 2543ในการทำงานเกี่ยวกับอาหารการกินและการท่องเที่ยวนั้น ผมมีความรู้สึกว่าเป็นคนที่มี บุญมากเพราะไปเมืองไหน หรือไปที่ไหนก็ตามก็มีแต่คนที่อยากจะให้เราไปกิน ไปอยู่ที่ สถานที่ของเขา งานนี้ผมก็ทำมานานพอสมควรราว ๆ สามสี่ปีก็ได้สร้างเพื่อนฟูงและคน ที่เรารู้จักไว้มากมาย บางคนก็รู้จักกันผิวเผินเพราะพบครั้งเดียวบางคนก็รู้จักกันจนกลาย เป็นเพื่อนสนิทชิดชอบและมีความสัมพันธ์ที่ดีด้วยกันทุกครั้งที่ผมไปที่โคราช โรมแรม หลายๆ ก็อยากจะให้ผมไปอยู่ที่โรงแรมของเขาเผื่อผมจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับโรงแรม เขาบ้าง หรือผมจะทำให้โรงแรมนั้นมีธุรกิจมากขึ้น
เพราะเขาอาจจะมองว่าผมเป็นนางกวักให้เขาก็ได้ผมถือว่านี่เป็นเกียรติอย่างสูงที่ทางผู้ ประกอบการทางโรงแรมหรือร้านอาหารต่าง ๆ ให้เกียรติผมมากและบางครั้งก็ลำบากใจ เพราะอยากจะไปอยู่ที่โรงแรมหรือไปชิมอาหารได้ทุกร้าน แต่มันก็ต้องเลือกและเวลามัน ก็ไม่พอ ถึงผมจะมีเวลาพอตัวผมก็คงจะอ้วนขึ้นทุกวันๆ ต้องกินแบบนี้ต้องแย่มากนะครับ มาพูดถึงโคราชผมไปโคราชบ่อย เพราะทางไปผมชอบแถวสระบุรี ก็มีฟาร์มโชคชัยซึ่งมี ฟาร์มโคนมหลายแห่งและมีโรงงาน MINORS ที่ทำเนยแข็งที่เรียกว่า MOZZARELLA ที่เขาเอามาโรยหน้าพิชซ่าไงครับ โรงงานนี้ทำชีสหรือเนยแข็งโดยเฉพาะสำหรับร้านขาย พิชซ่าในเมืองไทย ไปโคราชทีไรก็ต้องไปอยู่ที่โรงแรมที่เรียกว่า แกรี่ไวส์ โรงแรมนี้อยู่ ตรงทางไปขอนแก่นพอดีเลย และที่ผมไปอยู่ที่โรงแรมนี้ก็เพราะความผูกพันธ์ของทั้งผู้ จัดการทั่วไป และเจ้าของโรงแรม ผู้จัดการของโรงแรมนี้คือคุณวิราช เจ้าของโรงแรมนี้ คือคุณเกรียงไกร พี่วิราชนั้นผมรู้จักกันมาตั้งแต่ผมเพิ่งมาจากเมืองนอก ให้ความเอ็นดู และสนิทชิดชอบเราเป็นคนที่ขี้เล่นและสัปดี้สัปดนตามนิสัยที่ผมได้มาจากคุณชายถนัดศรี พี่วิราชก็เป็นคนที่มีความจริงใจสนุกสนานเฮฮา และเอาเพื่อน ช่วยเหลือผมมาหลายต่อ หลายครั้งในงานที่ผมไปทำที่ สุราชธานี พี่วิราชก็ลงไปช่วยลงแรงลงมือเองส่วนคุณเกรียงไกรนั้นก็รู้จักกันมา ตั้งแต่คุณวิราชได้มาเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมแกรี่ไวส์คุณเกรียงไกร เป็นนักธุรกิจที่เก่งและมีความคิดกว้างไกล และมีความประสบความสำเร็จพอสมควร ไม่ได้ยอว่าเก่งแต่ว่าเป็นคนเก่งจริง ๆ และมีจิตใจที่ดีไม่คิดเอาเปรียบใครแต่ว่าทำธุรกิจ ด้วยใจ โรงแรมนี้ไม่ใช่เป็นโรงแรมห้าดาว แต่เป็นโรงแรมสามดาวครึ่งกระมังครับ ห้อง หับก็เรียบร้อยดี มีคาราโอเกะมีร้านอาหาร และห้องที่สะอาดสะอ้านเพียบพร้อมไปด้วยทุกอย่าง อาจจะไม่มีพรมที่หรูเกินไปหรืออะไรเกินไป แต่การเดินทางมาโคราชหรือเป็นทาง ผ่านที่จะไปที่อื่นนั้นมันก็เพียงพอแล้ว เพราะเราแค่อาศัยซุกหัวนอนตรงนี้เท่านั้นเอง ผม ไปที่แกรีไวส์ที่ไรพักตอนกลางคืน โดยมากแล้วผมจะมาถึงตอนเย็น ๆ และค้างคืนที่นั่น มีหมอนวดดี นวดแผนโบราณนะครับไม่ใช่แผนปัจจุบันมานวดให้ถึงห้อง ผมเป็นคนติด หมอนวดเลยให้เขามานวดจนกระทั่งหลับคามือเขา นอนกรนครอก ๆ น้ำลายไหลยืดเป็น ทางพอเขาเสร็จเขาก็ค่อย ๆ ย่องออกไป เป็นสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขมากแต่ไม่ใช่อะไร หรอกเวลาเราตื่นเช้าขึ้นมาที่โรงแรมนี้ใกล้ ๆ ล็อบบี้ก็จะมีร้านอาหารที่เป็นร้านอาหาร เรียกว่า คอฟฟี่ชอปของโรงแรมหัวเมืองต่าง ๆ ที่จะมี มีเวทีสำหรับนักร้องมาร้องเพลง ทั้งกลางวันและกลางคืน และมีบุฟเฟ่เล็ก ๆ ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาประกาศไว้ว่ามีอาหาร จานเด็ดที่คุณชายถนัดศรี ให้สูตรมาและแนะนำไม่ลองก็จะไม่รู้ใช่ไหมครับ มีโจ๊กนะครับ ซึ่งเป็นโจ๊กของโรงแรมนี้โดยเฉพาะโจ๊กหมูเด้งหมายความว่าอย่างไรก็คือเป็นโจ๊กหมู ธรรมดาแต่ว่าหมูนี่เป็นหมูที่ยือหยุนและเด้งได้หมูสับนี่เองเขาเอาหมูสับมาปั่นแล้วพรม ด้วยน้ำเกลือแล้วตีอากาศเข้าไปในนั้นให้หมูมันเหนียว แล้วเวลาเอาหมูไปลวกหมูก็จะมี ความยืดหยุ่น ยังกับกินลูกชิ้นหมูสับ เพราะว่ามันเด้งในปาก รสชาติกลมกล่อมแล้วเขาทำ ให้เรากินตรงนั้นเลย นอกจากโจ๊กแล้วยังมีต้มเลือดหมู มีสารพัดทุกอย่างอยู่ตรงนั้นแล้ว เราก็เลือกว่าเราอยากจะกินเครื่องในไส้ เซ่งจี้ ไส้ตับ หรืออะไรอื่น ๆ อีกมากมายทำเสร็จ แล้วเขาก็จะลวกให้เราตรงนั้นเลยมีผักขม ๆ ซึ่งเป็นผักจีนซึ่งผมจำชื่อไม่ได้แล้วเมื่อลวก เสร็จแล้วก็จะใสถ้วยกินกับข้าวร้อน ๆ จิ้มกับพริกน้ำส้ม ใส่พริกป่นเข้าไปในน้ำซุป ผมกิน เข้าไปทีเดียวสองถ้วยเลย ถ้วยแรกคือโจ๊กอีกถ้วยหนึ่งคือต้มเลือดหมูกับข้าวร้อน ๆ ครับ ที่นี่อาหารเช้าถูกสตางค์ด้วยและอร่อยด้วยอิ่มไปเลยหลังจากนั้นถ้ามีโอกาสเตร่อยู่แถว โคราชก็แวะมากินอาหารกลางคืนก็ได้เพราะจะมีอาหารจีนให้กิน ตอนกลางวันแถมยังมี พวกซาลาเปา ติ่มซำต่าง ๆ รวมทั้งหอยจ๊อ กุ้งกระจก และเนื้อซีเต๊กผัดเป็นคล้าย ๆ สตู แบบจีนมีปลาช่อนนึ่งราดด้วยพริกกระเทียม และน้ำปรุงแสนจะอร่อยคนที่หัวเมืองนั้นเขา มากินข้าวที่โรงแรมตอนกลางคืนเขาจะมานั่งฟังเพลงด้วย และกินไปฟังเพลงไปมีนักร้อง หลาย ๆ คนขึ้นไปร้องเพลงทั้งสากล และลูกทุ่งขนาดโลโซยังมีเลย ที่นี่หัวหน้าวงดนตรีมี ความสามารถอยู่อย่างหนึ่งคือเขาสามารถเลียนเสียงนักร้องต่าง ๆ ได้หลายคนถ้าเผลอ แวะไปเที่ยวที่นั่นก็ต้องขอให้แกร้องเพลงของแอ๊ดคาราบาวดูซิครับเหมือนจริง ๆ เลยแก ร้องเพลงได้หลายแนวบางครั้งก็สากล แล้วก็มาร้องเพลงลูกทุ่ง เรานั่งกินกุ้งกระจกไป กรอบในปากแล้วก็ยิ้มไปการใช้ชีวิตและการกินอาหารในคอฟฟี่ช็อปของโรงแรมในหัว เมืองเช่นแกรี่ไวส์นี้เป็นสิ่งที่ผมประทับใจมาก เพราะเมื่อผมเป็นเด็ก ๆ ผมได้ไปเที่ยว ต่างจังหวัดกับคุณพ่อก็จะมีเช่นนี้ตลอดเลย แต่สมัยนี้มีแต่โรงแรมหรู ๆ หรา ๆ ทั่วประเทศเลย เลยไม่ค่อยได้โอกาสไปพบไปเจอดนตรีระหว่างการกินอาหารอยู่มากนักใน กรุงเทพฯ อาจจะเรียกได้ว่าไม่มีเลยแต่ในหัวเมืองในทางอีสานหรือบางทีที่เชียงใหม่ ก็หายากแต่ที่อีสานที่แกรี่ไวส์นี้เป็นประสบการณ์และเป็นการใช้เวลาในการกินและฟัง เพลงที่ให้ความสุขแก่เรามากพอสมควร
Home | ประวัติ | บทความ | รายการ TV | Book
หมึกแดงชวนชิม | สูตรเด็ด | เคล็ดลับคู่ครัว
WebBoard | ติดต่อหมึกแดง | ลงโฆษณา Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com
