ต้นฉบับ เนชั่นสุดสัปดาห์คอลัมน์ โลกของหมึกแดง
ฉบับวันที่ 23-29 มกราคม 2543
ตอนที่ 4 DUVAL-LEROY แชมเปญใหม่ของ “การบินไทย”

อาทิตย์ที่แล้ว ผมได้ร่วมเดินทางกับคณะผู้บริหารฝ่ายการบริการบนเครื่องของบริษัทสายการบินไทย พร้อมทั้งคุณพ่อด้วยไปสู้หนาวกันที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ในการเดินทางครั้งนี้ ผมได้เดินทางในฐานะ คอนเซ้าท์แตนด์หรือที่ปรึกษาฝ่ายบริการบน เครื่องของบริษัทการบินไทย และเนื่องด้วยทางการบินไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงการเสิร์ฟ แชมเปญบนเครื่องในชั้น 1 ซี่งในอดีตได้ใช้ แชมเปญที่เป็นที่รู้จักของทุกคนทั่วโลกก็คือ แชมเปญยี่ห้อ ดอม เพเรนยอง แต่เนื่องจากสหัสวรรษใหม่ ได้เริ่มขึ้นและความต้องการ ของยี่ห้อนี้มีมากเกินที่เขาจะผลิตได้ การบินไทยจึงต้องเปลี่ยนเสิร์ฟแชมเปญมาเป็นอีก ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งก็มีคุณภาพดีและมาจากฝรั่งเศสเหมือนกัน ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า แชมเปญเฮ้าส์ หรือถ้าเป็นไวน์ ก็เรียกว่า ชาโต เป็นบริษัทที่เล็กมาก และเป็นบริษัทที่มีเจ้าของแต่ เพียงผู้เดียวไม่ได้เป็นมหาชนเจ้าของเป็นผู้หญิงเสียด้วยเป็นแม่หม้ายผู้หญิงที่อายุไม่มาก และเป็นผู้หญิงเก่ง แชมเปญยี่ห้อใหม่ที่บริษัทการบินไทยจะใช้ เป็นแชมเปญที่เรียกว่า แชมเปญ ดูวาล์ว เลอรัว (DUAVAL-LEROY)

ความจริงแล้วผมไม่ได้อยากพูดเรื่องเกี่ยวกับแชมเปญโดยเฉพาะ แต่อยากให้ผู้อ่านได้ เข้าใจ หรือรู้จักกับแชมเปญ วิธีการทำและข้อมูลต่างๆในการดื่มแชมเปญ แชมเปญนั้น ทำมาจากไวน์นี่แหละครับ แต่เราจะเรียกเครื่องดื่นประเภทนี้ว่าแชมเปญก็ได้ ก็ต้องมา แคว้นที่เป็นแคว้นที่เรียกว่า แชมเปญ ในประเทศฝรั่งเศสถ้าเป็นไวน์ที่มีแก๊สหมายความว่ามีความซ่าส์เหมือนแชมเปญนั้น ก็จะเรียกว่า สปาร์คริ่งไวน์

สิ่งที่สำคัญก็คือ วิธีการทำแชมเปญ ว่าทำได้อย่างไรถึงได้มีแก๊สโดยธรรมชาติเช่นนี้โดย มากแล้วเวลาเราทำไวน์นั้น ก็เอาลูกองุ่นมาบีบน้ำออกมา จะใช้องุ่นขาวหรือองุ่นแดงก็ได้ ถ้าเป็นไวน์ขาว ก็ทิ้งเปลือกองุ่นออกไป แต่ถ้าเก็บเปลือกองุ่นแดงไว้และบ่มแล้วหมักไป พร้อมกับน้ำองุ่นก็จะได้ไวน์แดง เพราะฉะนั้นโดยมากแล้วคนทั่วไปจะไม่เข้าใจว่าไวน์ ขาวนั้นสามารถทำจากองุ่นแดงก็ได้ เมื่อการบ่มและหมักโดยธรรมชาติ แล้วจะมีความซ่าส์หรือมีแก๊สออกมาอยู่แล้ว่าในการทำไวน์นั้น เขาก็ปล่อยให้แก๊สเหล่านี้ระเหยออกไป ทั้งหมด

แต่การทำแชมเปญ เทคนิคในการทำแชมเปญนั้น มีพระองค์หนึ่งในหลายร้อยปีมาแล้ว ชื่อว่า DOM PERIGNON เป็นคนคิดค้นและประสบความสำเร็จในการเก็ฐรักษาความ ซ่าส์หรือฟองไว้ในตัวไวน์ โดยการใช้จุกก๊อกและลวดมามัดหัวขวดไว้ เพราะฉะนั้น วิธีการทำก็ง่ายนิดเดียวครับ หลังจากบ่มและหมักไวน์ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เอาออกมาบรรจุขวด เวลาบรรจุขวดนั้นก็เติมเครื่องหมักเพื่อบ่มต่อที่จะทำให้มีความ ซ่าส์เข้าไปในขวดแล้วปิดจุก แล้วค่อยๆ หมุนขวดให้เอียงไปเอียงมาจากก้นขวดไปจน กระทั่งถึงปากขวด เพราะสารต่างๆ ที่เติมเข้าไปในขวดนั้นจะทำให้มีตะกอนแต่เราอยาก ได้ความซ่าส์หรือแก๊สในการหมักต่อในขวดจึงต้องทำเช่นนี้ เมื่อหมุนขวดจนกระทั่งตะกอนมาอยู่ที่หัวขวดปั๊บ ก็จะมีการทำให้ตะกอนนั้นออกมาจาก หัวขวด โดยการเปิดหัวจุก น้ำไวน์ก็จะออกมาเสร็จแล้วเติมน้ำตาล โดยมากจะเป็นจะเป็นน้ำตาลอีก นิดหนึ่งและปิด
ขวดไปอีกครั้งหนึ่ง ผูกมัดให้ดี แล้วเอาไปหมักต่อในขวด จนกระทั่งถึงเวลาเอาไปขาย หรือเอาไปใช้

นี่แหละครับฟองหรือแก๊สที่ได้มาจากทางธรรมชาติของฝรั่งเศสเขาและเราก็คล้อยตาม วัฒนธรรมฝรั่งเขาไปด้วยในการฉลองอะไรก็ตาม เราก็ต้องมีแชมเปญหรือสปาร์คริ่งไวน์ มาเสริมเพราะเวลาเราเปิดจุก มันดังป๊อกออกมามันทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันซ่าส์ ันเจริญ แล้วทำให้เหมือนมีความ สุข แสดงความยินดีด้วยแชมเปญเหล่านี้

อีกอย่างหนึ่งแชมเปญนั้นต้องเสิร์ฟเย็นพอสมควร ประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส ฉะนั้น จึงต้องเก็บไว้ในตู้เย็น เวลาเปิดขวด เปิดจุกก๊อกให้ระวังให้ดี เพราะแรงดันของแก๊สนั้นบาง ครั้งอาจทำให้จุกก๊อกนี่กระเด็นหรือยิงไปโดนใครก็ได้ จึงต้องเปิดให้ดี เอามือจับไว้ก่อนระหว่างที่เอาลวดออก

เมื่อสมัยก่อนการเสิร์ฟแชมเปญเขาใช้แก้วที่เป็นแก้วบาน ๆ ที่เรียกว่า แก้วแชมเปญแต่ ความจริงแล้ววิวัฒนาการและการพัฒนาการดื่มแชมเปญเปลี่ยนไปมาก สมัยนี้เขานิยมใช้ แก้วที่ เรียกว่า ทิวทิป คือ แก้วแคบๆสูงๆ มีก้าน หรือแก้วไวน์ก็ได้ เหตุผลที่เขาใช้แก้วทิวลิปก็เพราะว่า ฟองหรือแก๊สของแชมเปญนั้นความซ่าส์จะถูกเก็บไว้ในที่นั่นได้มากกว่าถ้าใช้แก้วที่ปากบานเกินไป ฟองจะระเหยออกไปมากและเร็วเกินไป เขาจึงได้ใช้แก้วนี้และ นิยมใช้แก้วนี้กันมากว่าสิบปีแล้ว

นั่นก็เป็นข้อมูลที่ผมหวังว่าท่านผู้อ่านคงพอจะได้รับความเข้าใจพอสมควร และหากท่าน ผู้อ่านได้ขึ้นเครื่องบินของการบินไทย ก็คงจะได้ลิ้มรส ไวน์ ดูวาล์ว เลอรัว ขวดนี้ ซึ่งมีรส ชาติที่ใสและอร่อยมาก

แชมเปญนั้น มีดีกรีของแอลกอฮอล์ก็พอๆกับไวน์นั่นแหละครับ แต่เนื่องจากมีแก๊สอยู่ใน นั้นด้วยหมายความว่าฟองอยู่ในนั้นและแอลกอฮอล์ที่อยู่ในฟองก็จะเข้าไปในสายเลือดได้ เร็วขึ้น เพราะฉะนั้น คนที่กินแชมเปญเร็วๆ และชอบกินแชมเปญมากๆ จะเมาได้เร็ว กว่ากินไวน์ ฉะนั้นใครที่เป็นคนที่ชอบเมาเร็วๆ ก็กินแชมเปญเข้าไปสัก 3 แก้วตอนที่ ท้องว่างๆ แป๊บเดียวก็คงจะเอนไปเอนมา

หวังว่าท่านผู้อ่านคงจะได้ความรู้พอสมควร และเวลาดื่มแชมเปญครั้งต่อไปจะมีข้อมูล เพียงพอในการอภิเชษฐหรืออะพิชิเอท เครื่องดื่มประเภทนี้นะครับ

Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com