


ต้นฉบับ เนชั่นสุดสัปดาห์ ต้นฉบับที่ 19 วันที่ 8-14 พ.ค. 2543 ร้านพลับพลาซีฟู้ด ต.พุมเรียง อ. ไชยา จ. สุราษฎร์ธานีสมัยที่เคยไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศไทย ก็คงจะทราบดีว่าตอนใต้ของประเทศไทยนั้น เต็มไปด้วยแหล่งกินและอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์มากมาย ไม่นานมานี้ ผมได้เดินทางไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์เช่นเคย ไปดูโบราณสถาน ไปเที่ยวและไปกิน ตามเคยละครับ ครั้งนี้เราเดินทางไป ที่สุราษฎร์ธานี ไปที่ตัวเมืองสุราษฎร์ธานีและอำเภอใกล้เคียง มาสุราษฎร์ธานี แล้วถ้าไม่ได้ไปเที่ยว พระธาตุไชยา หรือไปดูไข่เค็มที่เขาทำกันที่ไชยา ที่เขาทำด้วยไข่เป็ด และไข่แดงของไข่พวกนี้ จะแดงแป๊ดและเอร็ดอร่อยมากพอสมควรเลย เคยมาถ่ายทำที่ไชยาหลายครั้งแล้ว และมาทำเกี่ยวกับ วิธีการทำไข่เค็มที่ไชยาซึ่งมีชื่อเสียงทั่วประเทศ เคล็ดลับในการทำไข่เค็มให้แดงมากเหลือเกินนั้น ก็อยู่ ที่อาหารที่เป็ดกินเข้าไปซึ่งเต็มไปด้วยเปลือกหอยนานาชนิดรวมถึงเปลือกกุ้งเข้าไปด้วย แร่ธาตุและ แคลเซี่ยมที่อยู่ในเปลือกหอยนั้นจึงทำให้ไข่แดงของไข่ออกมาสีแดงเข้ม ไม่เหมือนกับไข่แดงหรือไข่ เค็มที่อื่นเลย และการทำไข่เค็มเองก็ทำแบบโบราณ เริ่มด้วยการคัดไข่แล้วแต่ขนาด และไม่ให้เปลือก ไข่มีรอยร้าว หลังจากนั้นล้างทำความสะอาดเสีย และนำดินกับเกลือมาผสมกับน้ำให้เป็นคล้ายๆ น้ำโคลนเปียกๆ เอาไข่ลงไปชุบแล้วเสร็จแล้วจึงลงไปกลิ้งในขี้เถ้า หลังจากนั้นก็ตั้งเป็นกองไว้ เก็บไว้หลายวัน จนกระทั่งถึงเวลาแล้วจึงจะล้างออก หรือบางครั้งก็ไม่ล้างทำให้มันเค็มไปได้ในตัว จัดใส่กล่องแล้วขายกันในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีที่ไชยา และส่งออกขายนอกจังหวัดด้วย ไข่เค็มที่ไชยา นั้นมีชื่อเสียงและอร่อยมากไม่เค็มจนเกินไป กล่องที่เขาใช้ในการบรรจุไข่พวกนี้จะบอกเลยว่าใช้ได้ วันไหน เมื่อไรจะใช้ได้สำหรับทอด และเมื่อไรจะใช้ได้สำหรับต้ม ซึ่งเป็นประโยชน์กับคนอย่างผม ซึ่งชอบกินไข่เค็มทอดกับแกงเผ็ดเป็นอย่างมาก และเมื่อสมัยผมเด็กๆ ในวังเขาก็จะเอาไข่เค็มมาทอด และจะเอาไข่แดงของไข่เค็มซึ่งแข็งตัวแล้ว ตัดเป็นก้อนเล็กๆ แล้วเอามาทอดในแม่พิมพ์เล็กๆ เราจะ ได้กินไข่เค็ม หรือไข่เค็มดาว ไข่เค็มทอดดอกเล็กๆ หรือใบเล็กๆ น่ารักดี พอคำ เหมาะสำหรับกินกับ แกงเผ็ดดีจริงๆ พูดไปพูดมา สมัยนี้ถ้าเราไม่รู้จักว่าอำเภอไชยาก็มีตำบลอีกตำบลนึงชื่อว่า พุมเรียง เลยตัว อำเภอไชยาไปนิดเดียว เลยพระธาตุไชยาไปนิดเดียว ก็จะถึงที่ตำบลพุมเรียง ซึ่งที่นี่เขามีผ้าไหม พุมเรียงซึ่งที่นี่เขามีการรณรงค์กัน และเมื่อสมัยซัก 5-6 ปีมาแล้วก็ดังมากพอสมควร แต่ที่นี่เป็นกลุ่ม แม่บ้านที่มารวมตัวกันและทำผ้าไหม และลายต่างๆ ของโบราณเพื่อให้เป็นการอนุรักษ์ศิลปะการทำ ผ้าไหมของสมัยโบราณ ที่น่าสนใจมากก็คือ แม่บ้านเหล่านี้ที่รวมตัวกันเป็นแม่บ้านอิสลามทั้งสิ้น ผมแวะเข้าไปดูโรงทอผ้าก็เห็นว่าพี่น้องแม่บ้านอิสลามใส่ผ้าคลุมผมกันหมด ไม่มีใครได้บอกผมว่า แม่บ้านเหล่านี้เป็นคนอิสลาม เลยดีใจและซักถามเจ้าของร้านมากมายว่า อ้าว .. เป็นคนอิสลามกัน หรือ เขาก็บอกว่า ส่วนมากก็จะเป็นคนอิสลามกัน หลังจากได้ไปดูผ้าไหมพุมเรียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว สวยสด งดงาม ประณีต และซื้อผ้าซิ่นมาให้แม่ ท้องก็เริ่มร้องจ๊อกๆ อยากกินข้าวกันอีก ทางทีมงาน ก็ได้จัดที่กินข้าวกันไว้แล้วว่าจะไปที่ปากอ่าว ตรงอำเภอพุมเรียงนั่นแหละ ขับรถไปสุดทางก็จะมี ร้านอาหารอยู่ติดกัน 2 ร้าน ซึ่งตามที่ได้ข่าวมาอาหารอร่อยกันทั้ง 2 ร้านเลย เราเลือกร้าน พลับพลาซีฟู้ด ซึ่งเป็นร้านใหญ่โต ตั้งอยู่บนชายหาดมีหลังคา ความจริงแล้วอาหารทะเลนั้น ไม่ต้องทำอะไรกับมันมากนัก ขอให้สดก็อร่อยแล้ว ทำง่ายๆ ฟักง่ายๆ ต้มง่ายๆ และไม่ต้องต้มให้มัน มากเกินไป ให้มันสุกเกินไป มาถึงพลับพลาซีฟู้ดแล้วถ้าอาหารไม่สดก็คงจะไม่รู้จะพูดว่ายังไง เพราะว่าอยู่ที่ริมชายหาดและแหล่งอาหารทะเลก็อยู่แถวนั้นเลย เพราะฉะนั้นก็เลยลองสั่งอาหารดู ร้านนี้ไม่ได้ถ่ายทำรายการโทรทัศน์แนะนำ แต่พาทีมงานไปฟัดกันเอง เพราะเสร็จสรรพในการถ่ายทำ รายการโทรทัศน์เรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้าไปมีทางเดินยาวออกไปที่ตัวร้านเอง อากาศตอนนั้นก็ร้อนพอ สมควร แต่มีลมโชยๆ พัดมาทำให้เราเย็นใจ ไปถึงก็สั่งน้ำดื่มเสียก่อน หลังจากนั้นพวกเรา 10 ชีวิต ด้วยกัน เลือกโต๊ะนั่งริมทะเลเลยและผมก็เริ่มสั่งอาหารมา ตอนแรกนึกว่าจะสั่งอย่างละจาน แต่มาคิด ออกเลยสั่งทีเดียวอย่างละ 2 จาน เกือบจะไม่พอเพราะพวกเราเป็นพวกคนตะกละและกินกันเก่งมาก สิ่งแรกที่ขาดไม่ได้ ก็ต้องกินอาหารที่อยู่ในคำขวัญของเมืองนี้คือ หอยใหญ่ สั่ง หอยนางรมสดๆ มากินกัน 2 โหล ยังไม่พอเลยต้องสั่งมาอีก 1 โหล สงสัยกลับไปบ้านคงต้องตะเกียกตะกายเพราะว่า เป็นยาบำรุง หอยนางรมที่นี่ บางร้านเขาก็จะเสริพในฝาหรือเปลือกหอยข้างหนึ่ง แต่บางร้านเขาก็จะ แกะมาให้เลย จะได้ไม่กินที่ ที่นี่เขาแกะมาให้แล้วเอาน้ำแข็งโรยหน้ามา น้ำแข็งทำให้หอยยังสดและ เย็นอยู่ แกะมาสดๆ เย็นๆ กินกับเครื่องเคียงแบบทางของไทยเขากินกัน ซึ่งมีทั้งใบกระถิน กระเทียม ซอสพริก พริก มะนาว และหอมซอยเจียว แต่สำหรับผมนั้นไม่กินกับอะไรเลย ตักครึ่งเพราะตัวมัน ใหญ่เหลือเกิน แล้วบีบมะนาวนิดเดียว แล้วก็โยนใส่ปากลงไป เคี้ยวให้ดี ความหวาน ความสด และ ความนุ่มนวลของหอยนางรมจะเด้งและจะกระจายไปในปากทำให้น้ำลายเราไหลมากขึ้น และสร้าง ความชื่นอกชื่นใจให้กับปากของเรา หลังจากนั้นก็ได้สั่ง ปลาหมึกลวกหรือนึ่งกับมะนาว ที่นี่เขาไม่ ทำเป็นหม้อไฟ ซึ่งผมค่อนข้างจะเห็นด้วยเพราะว่าเวลาทำปลาหมึกนึ่งมะนาวในหม้อไฟแล้วนั้น ปลาหมึกจะสุกจนเกินไป และจะเริ่มเหนียว เขาลวกมาในน้ำซุปที่เป็นน้ำมะนาวแล้วใส่จานมาเลย ปลาหมึกยังนุ่มอยู่ คนทางใต้นั้นโดยเฉพาะคนที่ร้านนี้ เขารู้จักอาหารทะเลของเขาจึงทำกับข้าวได้ดี และลวกปลาหมึกไม่ให้สุกจนเกินไป เพื่อจะทำให้ตัวปลาหมึกนุ่ม ไม่เหนียว และยังมีความหวานอยู่ ในนั้นด้วย อร่อยมากครับ ระวังจะโดนระเบิด ซึ่งคือพริกขี้หนูที่เขาสับแล้วโรยลงมาในนั้นด้วย หอยขาวผัดน้ำพริกเผา สั่งมาสองจานก็หมดเพราะเปลือกเยอะ แต่หอยขาวนี้หน้าตาคล้ายๆ หอยตลับของบ้านเราทางภาคกลาง แต่จะใหญ่กว่าหน่อยนึง รสชาติหอม หวาน และเหนียวนิดๆ แต่ไม่เหนียวจนเกินไป เช่นเดียวกันร้านนี้ ดีใจที่ผัดด้วยน้ำพริกเผาที่ไม่หวานจนเกินไป ทำให้รสชาติ กลมกล่อม มีความเค็ม และปล่อยให้ความหวานของหอยออกมาเอง ไม่ใช่ใส่น้ำตาลลงไปในนั้น กินกับข้าวร้อนๆ ผมเองนั้นเป็นคนที่ชอบกินแบบตักเองแต่ตัวหอย โยนเปลือกทั้งเยอะๆ แล้วเอาน้ำ ราดไปบนหอย กินกับข้าวร้อนๆ คนทุกคนมองหน้าหาว่าตะกละเพราะว่าในจานมีแต่เปลือกหอยตั้ง เป็นแถว และกินหอยทีเดียว 4-5 ตัว ใน 1 คำ ก็ช่วยไม่ได้เพราะหอยมันหวานจริงๆ นอกเหนือจากนั้น ผมได้กล่าวแล้วว่าอาหารทะเลต้องทำง่ายๆ ไม่ควรจะต้องทำให้มันยุ่งยาก ที่สำคัญจริงๆ ก็คือ ขอให้ อาหารทะเลนั้นสด หอยขาวที่เขานำมานึ่งนั้นไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย ใส่ใบโหระพา ใส่มะนาวนิด หน่อย แต่ว่านึ่งเฉยๆ และนึ่งไม่ให้สุกจนเกินไป เอามาจิ้มกับน้ำจิ้ม กินเข้าไปแล้วขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น เพราะมันสด และมันทำง่าย และมันยังหวานอยู่ถ้าไปทางใต้ แล้วไม่ได้กินปลาอะไรก็ตามทอดขมิ้น คงจะไม่ถึงทางใต้แน่ และสิ่งที่ผมชอบ มากที่สุดที่นี่ก็คือ ปลาทรายทอดขมิ้น ทำง่ายๆ แต่กินได้ทั้งตัว ตัวเล็กพอสมควร ต้องหยิบมาแล้ว กินกับมือเพราะไม่มีวิธีอื่นที่จะกินปลาเหล่านี้ได้ให้อร่อยและง่าย กรอบ หอม และไม่สุกจนเกินไป ทอดไฟปานกลางไม่ให้ไฟแรงมากนัก เครื่องเทศที่อยู่บนตัวปลาจะได้ไม่ไหม้ เขาทำอร่อยจริงๆ ครับ ชอบมากและถ้าไปปักษ์ใต้ต้องหาอะไรแบบนี้ทานนะครับ เพราะเป็นสิ่งที่คนใต้เขาทำได้อร่อยจริงๆ เครื่องเทศไม่มากเกินไป ยังทำให้รสชาติของเนื้อปลาออกมาและแสดงฤทธิ์ว่ามันอร่อยแค่ไหน แกงเหลือง ถ้าไม่กินก็ไม่ใช่สุราษฎร์ธานี ต้องกินแน่ๆ และได้กินแกงเหลืองปลากระบอก แกงเหลือง ที่นี่รสชาติกลมกล่อม แต่รู้สึกว่าเขาเอาใจคนภาคกลางมากเกินไป เพราะสำหรับผมแล้ว ไม่เผ็ดพอ ควรจะกินเข้าไปแล้ว น้ำตาไหล เหงื่อแตก วิ่งขอน้ำกันไปตามๆ กัน แต่ที่นี่น้ำซดได้ กลมกล่อม และอร่อยมาก คงเคยกับ TOURIST หรือนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่นะครับ นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีอาหาร อีกมากมายเช่น ปูเนื้อนึ่ง ง่าย อร่อย แต่กินยาก เพราะต้องมาแกะ และยังมี กุ้งย่างหรือกุ้งเผา เสียดายว่าสั่งไปแล้วว่าอย่าย่างให้มันนานจนเกินไป มิฉะนั้นเนื้อกุ้งจะแข็ง กระด้าง ซึ่งเขาคงเผลอและคงรีบส่งอาหารมาให้เลยเผานานเกินไปหน่อยแต่ก็ยังอร่อยดีคราวหน้าถ้าท่านผู้อ่านมีโอกาสไปที่ร้านนี้ก็เตือนเขาก็แล้วกันว่าอย่าเผากุ้งนานนักอิ่ม อร่อย เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อยากจะปูเสื่อนอนซะตรงนั้น แต่ก็ต้องขึ้นรถกลับตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ผมก็หลับมาในรถเพราะใช้เวลา 40 นาที และปล่อยให้ร่างกายย่อยอาหารระหว่างนั่งรถไปครับ
Home | ประวัติ | บทความ | รายการ TV | Book
หมึกแดงชวนชิม | สูตรเด็ด | เคล็ดลับคู่ครัว
WebBoard | ติดต่อหมึกแดง | ลงโฆษณา Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com
