


ฉบับ เนชั่นสุดสัปดาห์ที่ 20เดือนที่แล้วผมได้รับเชิญไปงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บ้านไทยโบราณของจิม ทอมสัน คนที่เชิญนั้นเป็นคนที่ผมคุ้นเคยและรู้จักรักใคร่กันมาหลายปีพอสมควร คุณชัดชาญ ผู้เป็นเจ้าของ ร้านวนัสนันท์ ที่เชียงใหม่ ได้ขอให้ผมมาเป็นกำลังใจในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งคุณชัดชาญเป็นผู้ผลิตและทางบริษัทที่ผลิตและจัดจำหน่าย เลย์ (มันทอดนะครับ) เป็นตัวแทนจำหน่าย งานนี้ คุณชัดชาญลงทุนไปหลายสตางค์พอสมควร แต่ผมก็ยินดีด้วยที่คุณชัดชาญกล้าเสี่ยงและลงทุน เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของไทยมาขายและจำหน่ายทั่วประเทศโดยการใช้บริการหรือความชำนาญของบริษัทที่ทำเลย์ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เขามีการเปิดตัวนั้นและแถลงข่าวกันก็ไม่ใช่อะไรหลอกครับ คือแคบหมูนั่นเอง แคบหมูที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เรารู้จักแคบหมูที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คงจะมาจากจังหวัดเชียงใหม่ และร้านวนัสนันท์ก็เป็นร้านที่ขายและผลิตแคบหมูแห่งหนึ่งที่ใหญ่มากในตัวเมืองเชียงใหม่ ร้านวนัสนันท์ของคุณชัดชาญไม่ได้เพียงแต่ขายแคบหมูแต่ขายหมดทุกอย่างซึ่งเป็นของฝากของดีจากเมืองเชียงใหม่ นอกจากนั้นแล้วคุณชัดชาญยังทำแหนมไบโอเทค ซึ่งเป็นแหนมที่เอาเชื้อจากห้องแล็ปมาผลิต แหนมที่สะอาด และอร่อย เปรี้ยว และที่สำคัญไม่มีตัวจี๊ดแน่ แหนมของชัดชาญเป็นที่นิยมกันทั่วไป มีอยู่แค่ว่าคุณชัดชาญจะผลิตทันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่ผมเขียนเรื่องเกี่ยวกับแคบหมูที่ทางเลย์เทลเลอร์ชิพ ตั้งบริษัทเลย์มาร่วมลงทุนและเป็นผู้แทนจำหน่ายให้กับคุณชัดชาญนั้น ผมมีความรู้สึกแปลกใจเมื่อนักข่าวต่างๆ ที่ได้รับเชิญมาในงานเปิดตัวนั้น ล้วนแต่เป็นนักข่าวของวงการธุรกิจทั้งนั้น และคงจะกินไม่เป็น และไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องอุตรสาหกรรมอาหาร ส่วนมากจะคุยแต่เรื่อง บริษัทเลย์ซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติจะเข้ามาเอาเปรียบคนไทย เทคโอเวอร์คนไทยและอุตสาหกรรมอาหารของคนไทย และแคร์อย่างเดียวอยู่กับเรื่องตัวเลข เงินลงทุนเอย จะขายได้เท่าไหร่เอย การตลาดทำอย่างไร อะไรแบบนี้ แต่ผมมองอีกมุมมองหนึ่งก็คือ มุมมองที่เห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารในยุค IMF นั้น เป็นอุตสาหกรรมเดียวที่จะทำให้ประเทศชาติอยู่รอดได้ เรามีวัตถุดิบอุดมสมบูรณ์ไปหมดทั่วประเทศ และเราควรจะทำอย่างไรกับวัตถุดิบเหล่านี้ แล้วเอาภูมิปัญญาไทย อาหารไทย และของแท้ และดั้งเดิมของไทยมาทำเป็นอุตสาหกรรมอาหาร และทำการตลาดที่ดี แล้วขายให้กับทางประชาชนและผู้บริโภค เพื่อต่อไปจะได้ขายส่งออกอีกด้วยผมกลับมามองว่าคุณชัดชาญเป็นคนที่สู้ชีวิตและสู้งาน และกล้าลงทุน เพื่อจะให้อุตสาหกรรมอาหารอยู่รอดและเจริญขึ้น ต้องยอมรับกันว่าคนไทยเรานั้น ไม่เก่งทางการตลาดเราทำอะไรไม่คิดไกลพอ และระบบของเราไม่มีในการทำอุตสาหกรรมอาหาร ในเมื่อคุณชัชชาญได้ลงทุนทำระบบการทำแคบหมูมาให้ได้มาตรฐานระดับอินเตอร์ และมีบริษัทเลย์เป็นคนช่วยเหลือทำการตลาดให้ และร่วมลงทุนด้วยอีก ก็จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น ผมกลับมามองว่าทางเลย์ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีฝรั่งเป็นเจ้าของ ไม่ได้มาเอาเปรียบคุณชัดชาญสักนิดเดียว แต่เล็งเห็นว่าควรจะพัฒนาอาหารที่เป็นอาหารของไทยมาลองทำดู และมีการจำหน่ายที่เป็นระบบที่ดี ตลาดนี้ควรจะกว้างดี แล้วให้ know how หรือความรู้การจัดการ หรือการจัดระบบกับผู้ประกอบการ หรือผู้ที่อยากจะผลิตภัณฑ์ต่าง แล้วมาช่วยเขาในเรื่องการตลาด และทำการตลาดให้ จริงอยู่เขาจะได้รายได้จากการทำการตลาดด้วย แต่คนไทยก็จะได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการผลิตที่ถูกต้อง และที่มีมาตรฐานสูงพอสำหรับจะเป็นสินค้าที่จะส่งออกได้ในอนาคต ผมพูดแค่นี้คงจะพอแล้ว เพราะถ้าจะเขียนมากไปกว่านี้ก็คงจะหาว่าผมเขียนว่าคนไทยกันเอง แต่เราควรจะคำนึงถึงว่าเราจะพัฒนาประเทศชาติ และอาหารการกินของประเทศไทยให้มันได้ระดับ และไปแข่งขันกับฝรั่งเขาได้อย่างไร เราต้องระวังอยู่เกี่ยวกับเรื่องคนจะมาเอาเปรียบเรา แต่คนไทยเรานั้นควรจะเปิดกว้างเสียบ้าง อย่าใจแคบ ขณะนี้การทำแคบหมู ท่านผู้อ่านคงจะไม่ทราบว่าแคบหมูเขาทำกันอย่างไร ทำไมเขาถึงทอดออกมาได้กรอบขนาดนี้ แต่ความจริงแล้วแคบหมูนั้นทำไม่ยาก เป็นภูมิปัญญาไทยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วเราก็ใช้แคบหมูเป็นเครื่องเคียงในการกินนำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม ก๋วยเตี๋ยวเรือ และอะไรต่ออะไรอีกมากมาย แต่ถ้าเราจะพูดถึงแคบหมูที่มีชื่อเสียงไร้มัน ที่เขาพูดกันที่เชียงใหม่นั้น ขายกันเทน้ำเทท่า และเป็นที่นิยมมาก แขกบ้านแขกเมืองที่ไปเชียงใหม่ต้องซื้อกลับมา (เป็นถุงใหญ่มากเลย) แต่มาตรฐานคุณภาพยังไม่คงที่ ซื้อมาเยอะแยะกินไม่หมด ก็เหม็นหืน และก็นุ่มกินต่อไม่ได้ และก็ต้องทิ้ง บางครั้งก็ไม่กรอบ ในการทำแคบหมูนั้น วิธีการทำก็แปลกดี คือเอาหนังหมูที่ไม่มีขน ถ้ามีขนจะมีปัญหาผู้บริโภคก็จะได้กินหนังหมูพร้อมขนไปด้วย เพราะฉะนั้นเขาต้องดึงขนออกมาให้หมดก่อนที่จะมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาไปรวน หรือเอาไปทอด รีดน้ำมันออกมาเสียก่อนจนกระทั่งได้หนังหมูแข็งๆ ชิ้นเล็กๆ บางๆ ไม่มีความฟู ไม่มีความกรอบ ไม่มีอะไรเลย แต่ว่าเป็นหนังหมูจริงๆ ที่ไม่มีไขมันหลงเหลืออยู่แล้ว หลังจากนั้น ถ้าทำไว้เช่นนี้มากๆ ก็เอาใส่กระสอบ แล้วเข้าช่อง Freeze เก็บไว้ เมื่อต้องการจะทอดให้มันกรอบและฟู หรือพองออกมา ก็เอามาใช้อีกทีหนึ่ง ที่โรงงานที่ผมไปดูวิธีทำแคบหมู เขาก็รีดน้ำมันออกเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเก็บไว้อีกแห่งหนึ่ง เมื่อจะทำหรือผลิตสำหรับการจำหน่ายที่บริษัทเลย์เป็นผู้แทนจำหน่ายให้นั้น ก ก็จะนำหนังหมูที่ได้ทอดเรียบร้อยแล้ว นำมาทอด หรือแช่ในน้ำมันอุ่น ๆ เสียก่อน เพื่อทำให้ความเย็นของหนังหมูหายไปเสียก่อน และเมื่อหนังหมูมีความร้อน หรืออยู่ในอุณหภูมิที่ประมาณ 30 องศา หรือมากกว่านั้น เสด็ดน้ำมันเก่า ๆ ออกเสีย แล้วเข้าเครื่องทอด คราวนี้เครื่องทอดต้องใช้น้ำมันที่มีความร้อนสูงมาก หนังหมูได้พองขึ้นมา เมื่อเอาลงทอดไปตามสายพาน หนังหมูก็จะพองขึ้น กรอบ แล้วถูกตักขึ้นมาตามสายพาน ออกมาจากน้ำมันร้อน ๆ จะมีคนคัดหนังหมูที่ไม่พอง หรือไม่ฟูได้ที่ หมายความว่ายังมีแกนแข็งๆ อยู่ตรงกลาง แล้วคัดออก ที่เหลือก็ผ่านสายพานไปในเครื่องที่จะโรย หรือผสมรสชาติที่เป็นผง โรยลงไปในนั้น ก่อนที่จะเข้าเครื่องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อบรรจุใส่ซอง ทำโดยอัตโนมัติ เติมแก๊สเข้าไปในถุง ทำให้ แค็ปหมูทุกชิ้นกรอบ หอม อร่อย และมีคุณภาพเหมือนกันหมดทุกชิ้น และอยู่ได้นาน ความจริงแล้วก็อยู่ได้นาน แต่คงจะกินหมดเสียก่อน เพราะมีหนังหมูที่คุณชัชชาญทำนี้ทำมากเหลือเกิน แล้วออกมาจำหน่ายโดยบริษัทเลย์ในตรา ซึ่งเป็นตราใหม่ ชื่อตราตะวัน เพราะบริษัทแม่ของเลย์นั้น ตราประจำบริษัทเขา คือพระอาทิตย์ จึงทำเป็นตราตะวัน แต่ตรานี้ผลิตสำหรับคนไทย เพื่อคนไทย ผมก็ปลื้มใจมากที่คุณชัชชาญ ได้เป็นคนไทยที่ได้ทำอะไรที่เป็นระบบและมีระเบียบ และคงไว้ซึ่งคุณภาพที่ดีผมได้ชิมแล้วและก็ชอบมาก รสที่เรียกว่ารสพื้นเมือง ส่วนรสบาบีคิวนั้นทางการตลาดเค้าบอกว่าเด็กๆ เค้าจะชอบแต่เมื่อวางตลาดได้ไม่นานผลออกมาทุกคนและคนส่วนมากชอบรสพื้นเมืองกันทั้งนั้น แปลกดีนะครับผมก็อยากจะฝากไว้กับท่านผู้อ่านที่ใครคิดอยากจะทำอะไรเป็นอุตสาหกรรมอาหารจริงๆ ก็ต้องหา Knowhow หรือเข้าใจระบบมาตราฐานต่างๆ ที่จะทำออกมาได้และผลิตออกมาได้เยอะๆ ไม่มีอะไรเลวไปกว่าทำผลิตภัณฑ์อาหารออกมาเพื่อให้ผู้บริโภคทั่วประเทศได้กิน แต่ละรุ่นรสชาติออกมาไม่เหมือนกัน ในการทำการตลาดแล้วความสม่ำเสมอของคุณภาพและรสชาติต้องสม่ำเสมอ และเหมือนกันหมดทุกครั้งทุก ปีมิฉะนั้นผู้บริโภคเวลาชิมเข้าไปครั้งแรกก็อร่อย ครั้งที่สองไม่อร่อยก็เลยเลิกซื้อเสียเลยเพราะว่าทำไมทำให้มันอร่อยทุกครั้งไม่ได้ หรือไม่ต้องอร่อยทุกครั้งก็ได้ขอให้รสชาติสม่ำเสมอ อาจจะอร่อยปานกลางแต่ก็ขอให้อร่อยปานกลางสม่ำเสมอ ถ้าอร่อยมากๆ ก็ขอให้อร่อยมากๆ ตลอดไป มิใช่อร่อยหลาย ๆ ระดับทุกครั้งที่เราผลิต นี่แหละครับคือหลักการและเคล็ดลับในการทำการตลาดของผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องมีคุณภาพและความเอร็ดอร่อยที่สม่ำเสมอ ถ้าท่านอยากจะทำตรงนี้และพัฒนาอาหารไทยเรามีวัตถุดิบอีกมากมายและเราควรจะไปหาความรู้ในการพัฒนาสินค้าตรงนี้ และกล้าเสี่ยงอย่างคุณชัชชาญทำสิครับ
Home | ประวัติ | บทความ | รายการ TV | Book
หมึกแดงชวนชิม | สูตรเด็ด | เคล็ดลับคู่ครัว
WebBoard | ติดต่อหมึกแดง | ลงโฆษณา Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com
