


ต้นฉบับเนชั่นสุดฯ ตอนที่ 22 (29 พ.ค 4 มิ.ย. 2543 ) ตอน ศูนย์ศิลปาชีพฯ และ ร้านยางเดี่ยว (อยุธยา)เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมได้ไปเที่ยว และไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์ที่จังหวัดอยุธยา ก่อนที่จะไปถึงตัวเมืองผมก็ได้แวะไปถ่ายทำรายการที่พระราชวังบางปะอิน ซึ่งเป็นสถานที่เก่าแก่ และเป็นพระราชวังที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ ๆ พวกนักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่นั่นมากมาย สิ่งที่สำคัญและที่ผมไปถ่ายทำคราวนี้ก็เพราะว่าพระราชวังบางปะอินนั้นมีความสำคัญ และมีความผูกพันธ์กับตัวผมมากพอสมควร แถวบางปะอิน ท่านพ่อคือหม่อมเจ้ากรวิก จักรพันธุ์ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงผม ท่านเกิดและโตที่นั่น หลังจากนั้นท่านก็เข้าไปรับใช้เบื้องยุคลบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งเป็นย่าของผม ท่านพ่อได้เล่าเรื่องมากมายเกี่ยวกับประวัติของบางปะอิน จึงได้ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าตัวเองมีความผูกพันธ์อยู่ที่นั่นพอสมควร สิ่งที่น่าสนใจที่พระราชวังฯ นั้นก็มี วัดนิเวศประวัติ ซึ่งอยู่บนเกาะติดกับพระราชวังฯ ต้องขึ้นกระเช้าข้ามไป ส่วนตัวโบสถ์ของวัดได้สร้างเป็นโบสถ์ฝรั่งแต่มีพระพุทธรูป และเป็นวัดไทยซึ่งเก๋มาก และพระเจ้าแผ่นดินของเราในสมัยโน้นเก่งจริง ๆ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ได้ทรงสร้างขึ้นมาเป็นสถาปัตยกรรมที่แปลกดี และท่านผู้อ่านได้ไปเที่ยวก็ขึ้นกระเช้าข้ามไปเที่ยวที่วัดซิครับ จะได้ดูโบสถ์แบบคริสต์แต่เป็นพุทธ ไปถ่ายทำคราวนี้เอาคนแก่ไปด้วยคนหนึ่งคือ เรียนเชิญ ลุงตุ๊-ท่านพลตรีถาวร ช่วยประสิทธิ์ ซึ่งโดยมากแล้วท่านผู้อ่านคงจะทราบว่าลุงตุ๊ เป็นคนที่ออกรายการกับคุณพ่อมากกว่าคุณลูก แต่พ่อไม่ว่างก็เลยเชิญลุงตุ๊ไปออกรายการด้วย แล้วชวนลุงตุ๊ไปพูดเรื่องพระราชวังบางปะอิน มีที่เที่ยวมากมาย มีประวัติศาสตร์มากมายเกี่ยวกับที่นี่ จึงอยากจะชักชวนให้ท่านผู้อ่านได้แวะชมและแวะเที่ยว ทำการบ้านมาหน่อยนะครับ คือถ้าไปเที่ยวโบราณสถานหรือสิ่งที่มีประวัติก็ควรจะอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติที่นี่เสียหน่อยนึง หรือมิฉะนั้นก็จ้างไกด์พาเราไป แล้วเล่าให้เราฟังว่ามีอะไรที่นั่น เราจะได้รู้ว่าเมืองไทยเรานี้มีอะไรดี ๆ เยอะ และประวัติของที่นั่นเป็นอย่างไร เราจะได้มีความภูมิใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ของเก่า และวัฒนธรรมของชาติเรา หลังจากนั้นก็ไปเที่ยวที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ซึ่งผมเคยไปเมื่อนานมาแล้ว ก่อนที่เขาจะมีการก่อสร้างอย่างมากมายก่ายกองเช่นนี้ และคุณธีรวัฒน์ กิ่งแก้วโสภณ ผู้จัดการทั่วไปของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ก็นำผมไปดูบ้าน และความเป็นอยู่ของ 4 ภาค ซึ่งทาง ททท ได้สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับประชาชนและฝรั่ง ดีจริง ๆ เพราะไม่เคยเห็นศูนย์ศิลปาชีพฯ มาก่อน และไม่เคยเห็นบ้าน 4 ภาคมาก่อน มีทุกสิ่งทุกอย่างที่สื่อและให้เราเห็นวิถีชีวิตของ 4 ภาค มากไปกว่านั้นยังมีครัวที่ใช้ได้ และมีการสาธิตการทำครัว วิธีการก่อไฟ และครัวเขาใช้กันอย่างไร คงจะเป็นการดีมากถ้าท่านผู้อ่านพาผู้ใหญ่รุ่นปู่ย่า ตายายไปดู และพาเด็ก ๆ ไปดูด้วย และปู่ย่า ตายาย จะได้สอนให้เรา บอกว่าเมื่อสมัยก่อนยายก็ทำครัวอย่างนี้แหละ เขาเอาไฟมาตั้งอย่างนี้ นี่คือเครื่องกรองน้ำแบบโลว์เทค LOW-TECH ของไทย ซึ่งเอาหินมาทำเป็นเครื่องกรองน้ำ น่าสนใจจริง ๆ คนไทยและเด็กรุ่นใหม่จะได้รู้เกี่ยวกับเรื่องวิถีชีวิตของคนไทย ที่ใช้ภูมิปัญญาไทยทำ และเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีความเฉลียวฉลาดมากเลยนะครับ หลังจากไปศูนย์ศิลปาชีพฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางไปกินตามเคยเพราะต้องไปชิม และร้านที่ไปชิมชื่อ ร้านยางเดี่ยว ซึ่งอยู่หลังพระราชวังบางประอิน ขับรถเลียบทางไปเรื่อย ๆ แล้วจะพบเอง ร้านยางเดียวนี้คุณพ่อเคยไปชิมมานานแล้ว เมื่อก่อนนี้จะให้ร้านชื่อว่า ร้านยางโทน เพราะมีต้นยางอยู่ต้นเดียวข้างหน้าร้านตรงข้ามกับวัดชุมพล แต่กลัวว่าผู้อ่านและคนทั่วไปจะไม่เข้าใจว่า โทน คืออะไร ซึ่งแปลว่าหนึ่ง ก็เลยเปลี่ยนเป็นชื่อร้านยางเดียว เจ้าของร้านคือคุณศิริมา ณ พัทลุง ร้านนี้อาหารปลาน้ำจืด กุ้ง อร่อยมาก และมีสตูเนื้อที่อร่อยจริง ๆ ร้านนี้คงไม่ต้องบรรยายว่ามีอะไรบ้าง มีกุ้งเผา กุ้งแม่น้ำเผา อร่อยจริง ๆ สด และเผาเก่งมาก ไม่สุกจนเกินไปยังมี สีชมพูอยู่ ซึ่งทำให้กุ้งนั้นหวานและไม่เหนียว ต้มยำปลาม้า คงไม่ต้องพูดถึงนะครับ น้ำใส ๆ มีพริกแห้งสับโรยหน้า และตัวปลาม้าเองก็สด ๆ เอามาจากริมแม่น้ำนี้เอง ปลาเนื้ออ่อนของเขาเขาทำสองแบบมีทั้ง ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมพริกไทย กับ ปลาเนื้ออ่อนราดพริก กัดกินกรอบได้ทั้งชิ้น ไม่ต้องแกะก้างเลยครับ มี ปลาคังลวก และดังที่เรียนไปแล้วคือ สตูเนื้อ หรือเนื้ออบที่มีชื่อเสียง พล่ากุ้ง ก็ใช่ย่อย ทอดมัน ก็ใช่ย่อย มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะไปชิมที่นั่น แต่ต้องเตือนไว้ก่อนว่าถ้าไปชิมที่ร้านนี้ต้องใจเย็น ๆ เพราะที่นี่เขาทำอาหารแบบที่ละออร์เดอร์ ทีละโต๊ะ เพราะฉะนั้นใช้เวลาหน่อย แต่จะได้อาหารที่อร่อยมากพอสมควร อย่างไรก็ตามโทรไปสั่งอาหารเสียก่อนแล้วค่อยไปถึงที่นั่นอีกชั่วโมงนึงจะได้อาหารที่พร้อมทานได้เลยนะครับ อย่าลืม หลังจากไปทานที่ร้านยางเดียวแล้ว ก็เลยไปแวะซื้อเป็ดพะโล้ กับข้าวเหนียวมะม่วงที่ตลาดเจ้าพรหม มีทั้งไก่ตอนกับเป็ดพะโล้ ร้านเป็ดพะโล้ร้านนี้คุณพ่อไปชิมมาแล้วเป็นร้านของเจ๊เช็ง ชื่อจริงชื่อ คุณลัดดา เงินทอง รสชาติดี หอม อาจจะเหนียวไปนิดนึงสำหรับท่านผู้อ่านบางท่าน แต่รสชาติดีจริง ๆ และมีทั้งตับ กึ๋น ไส้ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่นั่นด้วย ถ้าอย่างไรก็แวะไปชิมเป็ดย่างที่ร้านเจ๊เช็งด้วย และข้าง ๆ ร้านเจ๊เช็งก็มีข้าวเหนียวมะม่วง ที่นี่เขามูลข้าวเหนียวได้อย่างเอร็ดอร่อยมากนะครับ ก็แวะไปกินที่ร้านนั้น ผมนั้นแวะไปกินที่ร้านนั้นไปซื้อที่นั่น และไปถ่ายทำที่นั่นนิดหน่อย คืนนั้นก็เกิดไฟไหม้ส่วนหนึ่งที่ตลาดแม่พรหม ก็มีคนโทรมาแซวบอกว่ากลัวเจ๊เช็งจะขายเป็ดได้มากใช่ไหมถึงได้ไปเผาตลาด แต่ความจริงแล้วมันเป็นอุบัติเหตุครับ ผมไม่ได้มีส่วนกับตอนนี้จึงเรียนมาให้ผู้อ่านทราบว่าผมไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก อยุธยามีที่เที่ยวที่กินมากมาย ถ้าท่านผู้อ่านมีเวลาระหว่างวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ไปเที่ยวแถวศูนย์ศิลปาชีพบางไทร พระราชวังบางปะอิน ทำการบ้านไปหน่อยนะครับ แล้วไปกินอาหารอร่อย ๆ ทั้งในตลาดเจ้าพรหม และที่ร้านยางเดียวจะเป็นการใช้เวลาที่มีค่าจริง ๆ ขอให้สนุกสนาน และอร่อยด้วยนะครับ
ร้านยางเดี่ยว คุณศิริมา ณ พัทลุง, ถนนริมน้ำหน้าวัดชุมพล, อยุธยา
โทรศัพท์ 053-261-135 261-800
ร้านเป็ดพะโล้เจ๊เช็ง ร้านข้าวเหนียวมะว่วง หน้าตลาดเจ้าพรหม อยุธยา
Home | ประวัติ | บทความ | รายการ TV | Book
หมึกแดงชวนชิม | สูตรเด็ด | เคล็ดลับคู่ครัว
WebBoard | ติดต่อหมึกแดง | ลงโฆษณา Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com
