


ต้นฉบับเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 34 สำหรับตีพิมพ์วันที่ 22 สิงหาคม 2543 เรื่อง ร้านรุ่งฤดี..........เขียนเกี่ยวกับร้านอาหารที่เมืองเพชรคราวที่แล้ว ก็ไม่ได้ไปที่ร้านหรูหราอะไร เพียงแต่ ไปกินก๋วนเตี๋ยวที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ปลา V.I.P วันนี้เลยอยากจะพาท่านผู้อ่านไปกินอาหาร ไทยที่ละมุนละไม และในร้านอาหารที่ติดแอร์หน่อยนะครับ ร้านนี้มีมานานแล้ว และเป็นร้านเก่าแก่แต่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่ใหม่ตึกใหม่สะอาดสะอ้าน และติดแอร์ เป็นที่ ๆ คนใน เมือง เขาจะพาคนนอกเมืองมาเลี้ยงกัน และร้านอาหารรุ่งฤดีร้านนนี้ เป็นร้านที่คุณแม่ของเจ้าของร้านปัจจุบันทำ มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ทำมาตั้งแต่สมัยคุณชายถนัดศรียังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้อยู่เลยครับ ............คุณพ่อก็เคยมาชิมเขา แล้ว ก่อนที่ผมจะไปถ่ายทำรายการที่เมืองเพชร ก็ได้ถามคุณพ่อว่าควรจะไปที่ไหนบ้าง คุณพ่อก็ให้คำตอบมาว่าลองไปดู ที่รุ่งฤดีซิว่าเขายังอร่อยหรือเปล่า และอย่าลืมไปลองยำหัวปลี และเป็นร่อนของเขา เพราะยำหัวปลีของเขาอร่อยจริง ทีมงานของผมเดินทางไปที่ร้านรุ่งฤดี นึกว่าจะพบร้านเก่า ๆ แก่ ๆ ที่คุณยายบุญส่งเคยทำมา แต่ที่ไหนได้ เป็นร้าน ที่อยู่บนตึกแถวสี่ชั้นใหญ่โตมโหฬาร แถมพี่สาวของคุณสมเดช มีนาค ซึ่งตอนนี้เป็นเจ้าของร้าน และเป็นลูกชายของ คุณยายบุญส่ง เป็นแม่ครัวหัวป่าก์ ที่ทำครัวเอง และผมก็เลยเดินแอบไปชมครัวข้างหลังบ้าน ต้องขอเรียนว่าลงนั่งกิน ข้าวกับพื้นก็ยังได้เลยครับ เพราะนาน ๆ ทีผมจะได้เห็นครัวที่สะอาดสะอ้านเช่นนี้นอกจากที่ผมจะได้พบในโรงแรม ระดับ 5 ดาวแล้ว ก็มีแห่งนี้เป็นแห่งแรกที่สะอาดจริง ๆ เอ๋! ครัวสะอาดนั้น อาหารจะอร่อยหรือเปล่านี่ เลยต้องมา นั่งชิมกันครับ .............เริ่มด้วยการพูดถึงอาหารที่ร้านนี้ ว่าค่อนข้างจะเป็นอาหารที่ผมต้องเรียกว่ามีระดับหรือไม่ใช่ที่ชาวบ้านเขากินกัน เป็น อาหารที่ทำด้วยความตั้งใจ มีรสชาติดี และละมุนละไม เริ่มด้วยยำหัวปลี ที่เขาจัดและยำมาให้เป็นอาหารไทยโบราณ ตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งผมคงคิดว่าเด็กสมัยนี้ไม่นิยมแน่นอน แต่ว่ามีคุณค่าทางอาหาร และมีความเอร็ดอร่อยมาก ไม่ หวานจนเกินไป แต่มัน และกรอบ ยิ่งกินแล้วหยุดไม่ได้ ..............หลังจากนั้นที่นี่เขามีเป็ดร่อน กว่าจะได้เป็ดร่อนมาตัวหนึ่ง ต้องต้ม ต้องตากให้แห้ง และต้องทอดอีกทีหนึ่ง ต้องรู้จังหวะจากโคนในการต้ม ในการทอด เพื่อไม่ให้เนื้อของเป็ด แห้งจนเกินไป หรือสุกจนเกินไป นี่หล่ะครับคือเสน่ห์ปลายจวักของแม่ครัวที่นี่ เป็นหนังกรอบ เนื้อร่อนออกมา ยังมี รสชาติอยู่ และไม่แห้งจนเกินไป ทำให้เรานึกถึงเป็ดรมควันชาของจีนเขา อาหารธรรมดา ๆ ก็มีนะครับ เช่นทอดมันปลากราย แต่อีกแหล่ะ เขาเสิร์ฟเป็นก้อนแบน ๆ เล็ก ๆ พอคำ กินเข้าไปแล้ว เด้งในปาก ตามด้วยอาจาดนิดหน่อย ตัดความเลี่ยน แต่ยังคงไว้ถึงความมันและความหอมของเครื่องแกงที่อยู่ในทอด มันปลากราย ปลาสำลียำมะม่วง มะม่วงยำของเขาไปได้มะม่วงมาจากไหนไม่ทราบ เพราะสมัยนี้หามะม่วงเปรี้ยว ๆ ได้ยากมาก และทำเป็นยำมะม่วงมาเพื่อกินกับปลาสำลี ปลาสำลีนั้นผ่าครึ่งที่ท้องตามทางยาว แล้วเอาไปเคล้าแป้ง นิดหน่อยก่อนที่จะนำไปทอด สีออกมาถึงได้เหลืองอร่ามน่ากิน และความชุ่มชื้นของเนื้อปลาก็ยังคงไว้เพราะถูกเคลือบ ด้วยแป้ง แต่ผมเองนั้น ไม่ชอบแป้ง แต่ชอบกินปลาทอดเปล่า ๆ เลย แต่ก็ไม่ได้หมายความปลาสำลีไม่อร่อยนะครับ อร่อยครับ อร่อยไปอีกแบบหนึ่ง ผมจึงได้เรียนท่านผู้อ่านมาว่า ถ้าชอบสีสันที่เหลืองอร่ามน่ากิน และความชุ่มชื้นของ เนื้อปลาก็บอกเขาให้ไปนาบมันกับแป้งนิดหน่อย แต่ถ้าชอบหนังกรอบ ๆ เนื้อข้างนอกกรอบ ๆ หล่ะก็ ให้เคล้าด้วย เกลือนิดหน่อย แล้วลงทอดเลยจะดีกว่า วิธีนี้เปลืองน้ำมันครับ เพราะจะทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพได้เร็ว เพราะมีเกลือ ...........ห่อหมกที่เขาทำ เขาไม่ใส่กระทง แต่ห่อฟรอย์ดมา แล้วนึ่งมาในพรอย์ดก็ได้ แต่ห่อหมกเต็มไปด้วยเนื้อปูเป็นก้อน ๆ ตักแต่ละคำก็ได้เนื้อปูใส่เข้าไปในปากทุกคำ มีอาหารที่ผมชอบและไปที่ชายทะเลที่ไหนก็ต้องกิน คือหอยเสียบผัดฉ่า ซึ่งต้องเรียนว่าที่นี่เขาทำได้ถึงพริกถึงขิงจริง ๆ เหมือนกับคนทำเป็นคนขี้เมาแล้วชอบกินเหล้า เพราะรสชาติแซบ จัดจ้านถึงใจ ผมกินกับข้าวร้อน ๆ ทั้ง ๆ ที่อิ่มแล้ว ก็ยังอร่อยเลยครับ ............ส่วนต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อนนั้น หอมหวลชวนกิน แรกมองดูกลัวว่ามันจะหวานจะเกินไป เพราะมีเนื้อมะพร้าวอ่อนอยู่ด้วย แต่ที่ไหนได้ มีความเปรี้ยวพอดิบพอดี และ ความหวานซึ่งไม่มากจนเกินไปนัก แต่ที่ดีที่สุดคือมันหอมเสียเหลือเกิน อมหวานนิด ๆ เวลากินเข้าไปแล้ว ชุ่มคอ ชื่นใจคุณแม่ของร้านนี้สั่งให้เขาทำกุ้งอบเนยมาให้กิน คงนึกว่าหมึกแดงเป็นฝรั่ง รสชาติอร่อยดี แต่ความจริงแล้วผมอยาก กินกุ้งนึ่งเฉย ๆ จิ้มน้ำปลาก็พอแล้วหล่ะครับ แล้วถ้าใครอยากกินขนมไทย หรือของหวานที่เป็นไทยมาก ๆ ..............ขณะนี้ เป็นฤดูกาลของกระท้อน และร้านนี้ก็สืบทอดมรดกการทำอาหารจากสมัยที่รัชกาลที่ 4 เสด็จมาประทับที่เมืองเพชร แล้วเอาขนม และของหวานเช่นกระท้อนลอยแก้วมาฝากเป็นมรดกของอาหารไทยไว้กับคนเมืองเพชร ลองชิมดูก็แล้ว กัน กินแล้วเย็นใจสบายชุ่มคอ หากท่านผู้อ่านมากันหลาย ๆ คน แล้วเพื่อน ๆ ที่มาด้วยขี้ร้อน หรือยากจะนั่งในร้านติดแอร์สบาย ๆ มีระดับหน่อยก็ แวะไป Say Hello กับคุณแม่บุญส่งและคุณสมเดช ที่ร้านรุ่งฤดีสิครับ ร้านรุ่งฤดี 60/3 ถนนคีรีรัฐยา ตำบลธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 76000 โทรศัพท์ : (032) 412-880
Home | ประวัติ | บทความ | รายการ TV | Book
หมึกแดงชวนชิม | สูตรเด็ด | เคล็ดลับคู่ครัว
WebBoard | ติดต่อหมึกแดง | ลงโฆษณา Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com
