ต้นฉบับเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 37
สำหรับตีพิมพ์ วันจันทร์ที่ 18 กันยายน 2543
เรื่อง ไปชิมอาหารอร่อย ๆ ที่ฮ่องกง
.............เมื่อครั้งที่ผมไปทำงานเกี่ยวกับเรื่องข้าวหอมมะลิที่ฮ่องกง ก็ได้แวะไปกินข้าวกลางวันกับน้อง ๆ ที่อยู่ที่นั่น น้องสอง คนสามีภรรยานั้นทำงานอยู่ที่ฮ่องกงเป็นพวกเศรษฐบุตร เลยให้น้อง ๆ พาเราไปกินข้าวฝั่งฮ่องกงซึ่งสำหรับผมเอง แล้วนั้นถนัดฝั่งเกาลูนมากกว่า มาฮ่องกงทีไรก็ชอบไปกินอาหารบาร์บีคิวของเขา และก็อดไม่ได้ที่จะต้องไปลองร้าน ใหม่ ๆ แต่ความที่ผมเป็นคนที่ชอบกิน ไปกินกันสองสามคนมันไม่คุ้มเพราะผมสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะสำหรับ 10 คน กิน เพราะอยากชิมมันไปให้หมดทุกอย่าง แต่ท่านผู้อ่านก็คงทราบดีว่าร้านบาร์บีคิวต่าง ๆ นั้นมีมากมาย น้องผมจึง ได้พาไปที่ร้าน ๆ หนึ่งซึ่งอยู่บนถนนเวลลิงตัน ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟเซ็นทรัล
...............เดินออกมาซอกแซกนิดหน่อย แล้วก็จะ ถึงร้านใหญ่โตมโหฬารเป็นตึกเลยหล่ะครับ ร้านนี้เขาก่อตั้งมาตั้งแต่ 1942 ก็จะ 60 ปีอยู่แล้วนะครับ เจ้าของร้านเริ่ม ทำอาหารมาโดยมีร้านเล็ก ๆ สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง จนปัจจุบันเวลาเดินเข้าไปมุมหนึ่งจะมีผู้ชายแก่ ๆ ผอม ๆ นั่งอยู่กับเพื่อน ๆ สงสัยเป็นลูกเป็นหลานเขามานั่งเฝ้าและชิมอาหารที่กุ๊กต่าง ๆ ได้เตรียม ทุกมื้อ และทุกวัน รวยไป แล้ว แต่อาหารอร่อยมาก
................เราเดินเข้าไปในร้านรี่เข้าไปนั่งที่ร้านนั่งตรงกลางร้านเลยใครเดินเข้ามาก็จะเห็นเรานั่งกินกันอยู่ ความจริงแล้วต้อง เรียนตามตรงว่าความตระกละของหมึกแดงทำให้เรานัดเขาไปกินข้าวกลางวันตอน 10 โมงครึ่ง ร้านมันยังไม่เปิด เลยครับ ยืนรออยู่ข้างนอกสักครู่หนึ่ง ยืนไปก็ดูพวกกุ๊กเอาเป็ดไก่มาแขวนที่ตู้หน้าร้านน้ำลายก็ยืดไปถึงเข่าจนกระทั่ง 11 โมงเขาเปิดประตู ขณะนั้นตาลายหมดแล้วด้วยความกระหายและหิวโหย บ๋อยมาที่โต๊ะมองหน้าเราแล้วคงคิด ในใจว่าไอ้พวกนี้มันอดอยากมาจากไหนหนอ เพราะอยากกินไปหมดทุกอย่างที่อยู่ในเมนู แล้วก็สั่งเอา ๆ ถึงแม้จะมี แค่ 3 คนเท่านั้น คุณแป้งซึ่งเป็นน้องที่พาเราไป เขาอยู่ฮ่องกงมาหลายปี ก็พอจะพูดภาษาจีนได้บ้าง ก็ช่วยเราสั่ง อาหาร แต่อย่างไรก็ตามผมก็หมายตาไว้แล้วว่าอยากจะซัดอะไรในมื้อนี้
...........เริ่มด้วยขอกินนกพิราบสักตัวได้ไหม? เขาก็บอกว่ามี ก็สั่งมา ไม่มีอะไรอร่อยไปกว่านกพิราบร้อน ๆ หนังกรอบ ๆ เนื้อ นุ่ม หวาน มัน เค็ม แล้วยิ่งไปกว่านั้นหมึกแดงชอบกินหัวนกพิราบครับ เพราะสมองมันมันดี จิ้มกับเกลือที่ผสมเครื่อง เทศจีนนั่นหล่ะ กินกับข้าวโดยใช้ตะเกียบคีบทำให้เรากินช้าลงหน่อย ดูไม่ตระกละเท่าไร ระหว่างรอนกพิราบและ อาหารต่าง ๆ ที่เราสั่ง เขาก็เอาน้ำชามาให้กิน และมีไข่เยี่ยวม้ากับขิงดองมากินเล่น ผมกินเล่นเข้าไป 3 จานเพราะว่า อาหารที่สั่งไปยังไม่มา มันดีครับ มิน่าคอเรสเตรอรอลของผมถึงอยูที่เกือบ 300 แล้ว
................หลังจากนั้นสิ่งที่เราสั่งก็มาทัน ที มีเป็ดย่างของฮ่องกงเขา หนังกึ่งกรอบกึ่งเหนียว เนื้อนุ่ม หวาน หอม และน้ำที่มาจากเป็ดไม่ใช่น้ำเหมือนเป็ดย่างที่ มีในประเทศไทย แต่เป็นน้ำใส ๆ ไม่ข้นเลย มันอยู่ที่พันธุ์เป็ดที่สร้างความแตกต่างของเป็ดย่างที่ฮ่องกงกับเป็ดย่าง   เมืองไทย และอีกประการหนึ่งมันอยู่ที่เครื่องเทศ ผงหมัก ผงปรุงนี่แหละที่เขาใช้กันทั่วไปในฮ่องกง แต่ในเมืองไทย เราใช้ผงปรุงอีกแบบหนึ่ง ได้เป็ดเข้าปากไป ไขมันก็เริ่มไหลเข้าไปในเส้นเลือดทำให้เลือดผมข้นจนไทรกริสเตอร์ไรด์ ของผมถึง 400 กว่า ๆ แต่เรียนตามตรงว่ายอมตายจริง ๆ เพราะชาตินี้ เกิดมาเพื่อกิน ไม่ใช่กินเพื่ออยู่ หอมอร่อยเหลือ เกินครับ นึกว่ากินไขมันไม่พอเลยสั่งหมูหันแบบฮ่องกงมาซัดต่ออีก จิ้มกับน้ำจิ้มหวาน ๆ มันไม่ค่อยจะมีเท่าไรหรอก นะครับ เพราะมันกรอบนุ่ม เวลากัดเข้าไปแต่ละคำ เหมือนขบอะไรกรอบ ๆ แล้วข้างในมันนุ่ม ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ว่าอร่อยแค่ไหน ต้องแวะไปกินเอาเอง
...............กินอาหารมัน ๆ มากจนเกินไปก็ไม่ดีเลยต้องสั่งไก้หลาน เป็นผักจีนลวกราดน้ำมันหอยมากินแก้เลี่ยน ตามด้วยเนื้อ ผัดน้ำมันหอยอีกหนึ่งจาน ซึ่งต้องเรียนตามตรงว่าอาหารจานนี้ผิดหวังมากเพราะไม่อร่อยเท่าที่ร้านเก่าที่เคยไปกินที่ เกาลูน ผมคงไม่พูดไปมากกว่านี้แล้วนะครับ เพียงแต่จะส่งแผนที่ของร้านนี้มาให้ท่านผู้อ่าน และถ้าไปฮ่องกงก็แวะ ไปกินเอาเองก็แล้วกัน ต้องขอขอบคุณ คุณแป้ง กับคุณปุ้ม เศรษฐบุตร ที่ช่วยเหลือพี่หมึกแดงให้อ้วนขึ้น และใกล้ ตาย
 คลิ๊กดูแผนที่
Copyright © McDang.com Webmaster ; McDang@mcdang.com

 

ี่ยวก … ื