ร้านมา เมซอง บ้านปาร์ค นายเลิศ

On 01 October 2016 / Mcdang Guide

บ้านปาร์ค นายเลิศ
บ้านปาร์ค นายเลิศ
ห้องนั่งเล่นภายในบ้าน
บรรยากาศในร้านอาหาร
นั่งรับประทานอาหาร ในห้องผีเสื้อ
บรรยากาศในร้านอาหาร
บรรยากาศในร้านอาหาร
สวนบ้านปาร์ค นายเลิศ
สวนบ้านปาร์ค นายเลิศ
เรือเมล์ ของบริษัทนายเลิศ

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้ไปชิมอาหารที่ ร้านมา เมซอง ซึ่งไม่ได้อยู่ที่โรงแรมปาร์ค นายเลิศ เป็นร้านใหม่ และเป็นร้านอาหารไทย ที่ได้เปิดในบริเวณบ้านปาร์ค นายเลิศ หรือพิพิธภัณฑ์บ้านปาร์ค นายเลิศ ของท่านคุณหญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ เขาได้ไปสร้างร้านอาหารอยู่ในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ เป็นร้านที่สวยงาม ร่มรื่น เสิร์ฟอาหารไทย แต่ตกแต่งสไตล์ฝรั่ง

           

อาหารที่ร้านมา เมซอง ทางคุณสัณหพิศ โพธิรัตนังกูร ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กของท่านคุณหญิงเลอศักดิ์ ได้นำแม่ครัวเก่าๆ และสูตรอาหารไทยโบราณของที่บ้านปาร์ค นายเลิศ หลังที่ท่านคุณหญิงเลอศักดิ์ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว มาเปิดร้านอาหาร นำเสนอเป็นอาหารไทยโบราณ โดยสร้างร้านใหม่ที่ชื่อว่า มา เมซอง (มา เมซอง เป็นภาษาฝรั่งเศส ที่แปลว่า บ้านของฉัน)

เมนูจานแรก หมี่น้ำปาร์ค นายเลิศ เป็นเส้นหมี่ทอดกรอบ น้ำซุปเป็นน้ำซุปกระดูกหมู คล้ายต้มยำนิดๆ รสชาติกลางๆ เอร็ดอร่อยมาก ความแปลกอยู่ตรงที่ตัวเส้นหมี่ทอดกรอบ เขาไม่ได้ใส่น้ำซุปมาท่วมเส้น ข้างล่างจะนุ่มๆ เหนียวๆ ส่วนข้างบนจะกรอบๆ เวลากินเข้าไปเราจะสัมผัส ความนุ่มและความกรอบในคำเดียวกัน อร่อยมากครับ ผมก็ไปที่บ้านปาร์ค นายเลิศ บ่อย แต่เมนูนี้ผมไม่เคยได้กินมาก่อนเลย

เมนูจานต่อมา ผัดดอกขจร (ดอกขจร หรือบางคนเรียกว่า ดอกสลิด) เป็นดอกไม้โบราณ ซึ่งนานๆ จะได้กินที ที่ร้านนี้ผัดออกมาได้อย่างเอร็ดอร่อยมากครับ

เมนูจานต่อไป น้ำพริกมะขาม และ น้ำพริกกระท้อน เสิร์ฟมาพร้อมกับ ผักแนม และ ปลาทอดแนม อร่อยนะ แต่น้ำพริกมะขามรสชาติออกหวานไปหน่อย (สำหรับผม) ส่วนน้ำพริกกระท้อนรสชาติกำลังดี แต่คนที่บ้านปาร์ค นายเลิศ เขาจะไม่ค่อยกินเผ็ดเท่าไร ผมเป็นคนที่ชอบกินเผ็ด วันนั้นก็เลยต้องขอพริกสับมาเพิ่มอีกนิดหน่อย

           

แล้วเมนูจานต่อมา แสร้งว่า เป็นอาหารโบราณ ซึ่งคล้ายกับยำกุ้ง มีกุ้ง มีหอมแดงซอย ตะไคร้ซอย ขิงซอย ใบมะกรูดซอย ผสมกับน้ำยำ รสชาติจะออก เปรี้ยวๆ เค็มๆ หวานๆ กำลังดี กลมกล่อม อร่อยดีครับ

           

แล้วเมนูจานต่อไป ทอดมันปลากราย เนื้อตัวทอดมันปลากรายอร่อยดี แต่ตัวอาจาดยังทำเหมือนคนสมัยใหม่ คือ เอาน้ำตาลกับน้ำส้มสายชู ไปเคี่ยวให้มันเหนียว แล้วถึงจะใส่แตงกวา หอมแดง แล้วก็พริก ซึ่งความจริงแล้ว เมื่อสมัยก่อนอาจาดมันไม่ได้ทำแบบนี้เลย เป็นแค่น้ำใสๆ เท่านั้นเอง แต่คนไทยสมัยนี้ชอบเอาไปเคี่ยวให้มันเหนียว เวลาจิ้มกับทอดมัน หรือจิ้มกับอะไร มันจะได้ติดขึ้นมาเยอะขึ้น แปลกดี!

และเมนูจานต่อมา แกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนูสวนกับโรตี เป็นอาหารโบราณ ที่กินกันมาตั้งแต่คนเก่าคนแก่ และก็เป็นอาหารในวังอีกด้วย ตัวน้ำแกงเขียวหวานรสชาติหวานนิดๆ ไม่หวานเกินไป และมีความเค็มหน่อยๆ กลมกล่อม เข้มข้น ส่วนเนื้อในแกงเขียวหวาน ก็นุ่ม ไม่เหนียว เขาคงเอาไปต้มให้มันนุ่มก่อน แล้วค่อยเอามาใส่ในแกงเขียวหวานอีกทีหนึ่ง อร่อยดีครับ

แล้วยังมี ห่อหมกปลา และ ห่อหมกข้าว เมนูนี้ก็เป็นอาหารโบราณ ห่อใบตองมาอย่างสวย แล้วก็มีไม้กลัด กลัดมาแบบโบราณ พอแกะไม้กลัดออกมา ทั้งปลา ทั้งข้าว ที่นึ่งมากับเครื่องแกงห่อหมก มีความกลิ่นหอมมาก รสชาติก็ดี ไม่จัดจ้าน (แต่เผ็ดน้อยไปสำหรับผม)

           

และยังมี เนื้อย่างจิ้มแจ่ว กับ ส้มตำไทย เนื้อย่างจิ้มแจ่ว เป็นเมนูสมัยเก่าที่มีชื่อเสียงมาก ที่โรงแรมปาร์ค นายเลิศ ส่วนส้มตำไทย ซึ่งจริงๆ แล้วผมไม่ค่อยกินส้มตำไทย เพราะไม่ชอบถั่วลิสง ส่วนมากผมจะกินส้มตำลาว เพราะทางคุณแม่ของผมมีเชื้อลาว แต่อย่างไรก็ตาม ส้มตำไทยที่นี้ ก็อร่อยดีเหมือนกันนะครับ

ส่วนของหวานก็มีมากมาย ไอศกรีมเชอร์เบทกระท้อน ไอศกรีมเชอร์เบทมะม่วง ไอศกรีมกะทิ ซึ่งเอร็ดอร่อยมากครับ

แล้วยังมีขนมโบราณก็คือ ขนมโค เป็นขนมที่ทำมาจาก แป้งข้าวเหนียวกับแป้งข้าวเจ้า มาผสมกับน้ำ ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ยัดไส้ด้วยกระฉีก (กระฉีก คือ ของหวานทำด้วยมะพร้าวทึนทึกขูด กวนกับน้ำตาลปึกให้เข้ากัน อบด้วยควันเทียนให้หอม ใช้เป็นไส้หรือหน้าขนม) แล้วเอาไปต้ม เวลาเสิร์ฟมีสองวิธี เสิร์ฟกับน้ำกะทิ รสชาติออก เค็มๆ หวานๆ หรือจะเสิร์ฟกับมะพร้าวขูด แบบนี้เสิร์ฟ แบบแห้งๆ รสชาติก็อร่อยดี แต่ว่าอ่อนเกลือไปนิดหนึ่ง และส่วนตัวกระฉีก หวานและเค็มน้อยไปหน่อย

และยังมี ข้าวต้มสามเหลี่ยมน้ำวุ้น ซึ่งหากินได้ยากมาก และเป็นของโปรดของผม เพราะมันมีขนุนอยู่ในนั้นด้วย ผมเป็นคนชอบกินขนุนเป็นชีวิตจิตใจ

           

หลังจากชิมอาหารเสร็จ ผมก็ออกไปเดินเล่นที่บ้านปาร์ค นายเลิศ ซึ่งทำเป็นพิพิธภัณฑ์อนุรักษ์และถ่ายทอดวิถีแห่งการดำเนินชีวิตแบบร่วมสมัยของนายเลิศ เป็นบ้านไม้สักแฝดหลังใหญ่ ปัจจุบันอายุกว่า 100 ปี ตัวบ้านดีดตัวขึ้นมา ห้องนั่งเล่นก็ตกแต่งใหม่ ขยายออกมาจากห้องนอนของท่านคุณหญิง ที่เคยนอนอยู่ ให้กลายเป็นห้องนั่งเล่น แล้วยังล้อมรอบไปด้วยสวนกว้างใหญ่ กับต้นไม้นานาพันธุ์ รูปทรงแปลกตาที่มีอายุเกือบเท่าตัวบ้าน มีเรือเมล์ของบริษัทนายเลิศ สมัยที่คนสมัยก่อนเดินทางด้วยเรือ สวนแต่งได้สวยงาม และร่มรื่นมาก ในสวนสามารถจัดงานเลี้ยงได้อย่างสบาย

           

ร้านมา เมซอง เป็นร้านหนึ่งที่ผมชื่นชอบมาก อาหารอร่อย บรรยากาศดี ต้นไม้ก็สวยงาม ผมจำได้ว่า ท่านคุณหญิง ท่านชอบต้นไม้มาก ลูกๆ หลานๆ ก็ยังอนุรักษ์ต้นไม้ไว้เป็นอย่างดี จัดสวนไว้อย่างสวยงาม เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้าไปเดินเที่ยว ฉะนั้นแวะไปเถอะครับ นั่งกินอาหารที่ร้านมา เมซอง แล้วไปเดินชมสวน หรือเดินไปที่พิพิธภัณฑ์บ้านปาร์ค นายเลิศ ก็ได้ พิพิธภัณฑ์จะเปิดทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ มีเป็นรอบๆ ลองโทรไปสอบถามข้อมูลกันดูก่อนที่จะไปนะครับ

ชื่อร้านอาหาร                                       มา เมซอง

ที่อยู่ :                                                    4 ซอยสมคิด ถนนเพลินจิต

                                                              แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

โทร.                                                      02 655 4773  |  083 096 1171

เวลาทำการ                                           11:00-14:00 น.  |  18:00-22:00 น.

  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black YouTube Icon
  • Black Twitter Icon
  • Black Pinterest Icon

#ChefMcdang

Tel: 02-927-8835  |  Email: info@mcdang.com

 

Copyright 1997 © Thanadsri and Son Consulting Co.,Ltd