ร้านเดวิด คิทเช่น จังหวัดเชียงใหม่

On 17 February 2018 / Mcdang Guide

22 ถ่ายคู่กับเชฟ และพนักงาน
21 ถ่ายคู่กับเชฟ
20 บรรยากาศในร้าน
19 บรรยากาศในร้าน
17 บรรยากาศในร้าน
18 บรรยากาศในร้าน
01 อาหารเรียกน้ำย่อย
02 ขนมปังฝรั่งเศส
03 เนยเค็ม
04 ตับห่านทอด
05 แซลมอนสดหมักเครื่องเทศ
06 หอยนางรมฝรั่งเศส
07 เครื่องเคียงชนิดต่างๆ
08 หอยทากฝรั่งเศส
09 ขนมปังกินคู่กับหอยทากฝรั่งเศส
10 เชอร์เบทมะนาว
11 เนื้อสันใน แคนาเดียน แบล็ค แองกัส ย่า
12 น้ำซอสสำหรับเนื้อสันใน
13 อกเป็ดย่าง
14 แก้มวัวตุ๋นไวน์
15 หมูสันในอบ
16 เฟตตุชินี่ ไวน์ทรัฟเฟิลครีม และก้ามล็

ร้านเดวิด คิทเช่น จังหวัดเชียงใหม่

            ในช่วงอากาศเย็นๆ เชียงใหม่ก็เป็นจังหวัดที่ใครๆ ก็อยากไปสัมผัสกับอากาศหนาว นอกจากอากาศเชียงใหม่ยังเป็นเมืองที่มีของอร่อยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง อาหารไทย หรือหากอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งกินอาหารฝรั่งเศสกันบ้างก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย ร้านเดวิด คิทเช่น จะถือเป็นร้านอาหารอันดับหนึ่งของเชียงใหม่ก็ว่าได้

            ร้านเดวิด คิทเช่น เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมาก ด้วยบรรยากาศและคุณภาพของรสชาติอาหาร ที่รักษาระดับไว้อย่างไม่มีตกหล่น จุดเริ่มต้นมาจาก คุณเดวิด กอร์ดอน (หนึ่งในผู้ถือหุ้นหลัก) เป็นผู้ชื่นชอบในอาหารสไตล์ฝรั่งเศสและอิตาเลียน ได้ย้ายมาอยู่เชียงใหม่กับภรรยา และได้พบปะรู้จักกับ เชฟโอ ทั้งคู่จึงได้ตัดสินใจเปิดร้านอาหารนี้ขึ้นมา

ร้านเดวิด คิทเช่น ยังเป็นอาหารร้านที่ได้รับรางวัล “ที่สุดของที่สุด” จากเว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเว็บไซต์นี้ไม่ได้ใช้คณะกรรมการหรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในการคัดเลือก แต่จัดอันดับโดยใช้คะแนนที่ผู้ใช้งานเข้ามารีวิว โดยมีหลักเกณฑ์วัดทั้งด้านคุณภาพและปริมาณจากการรีวิวของผู้ใช้งานทั่วโลกในช่วงเวลา 12 เดือน

การเดินทาง มาที่ร้านเดวิด คิทเช่น ร้านนี้ตั้งอยู่ถนนบำรุงราษฎร์ แยกออกจากถนนแก้วเนาวรัฐ หน้าโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย หรือเยื้องกับบริติช เคานซิล จากสี่แยกโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ตรงมาทางไปสันป่าข่อย ประมาณ 50-100 เมตร ร้านจะอยู่ด้านขาวมือ ซึ่งที่ร้านก็มีที่จอดรถ เป็นร้านที่เพิ่งย้ายมาที่ใหม่ ได้เพียง 2 ปี เองเท่านั้น

ร้านเดวิด คิทเช่น มีป้ายขนาดใหญ่อยู่หน้า พอเดินผ่านลานจอดรถเข้ามา ก็จะเจอกับตัวร้านที่เป็นบ้านหลังใหญ่ ที่นั่งมีทั้งโซนเอาท์ดอร์ และโซนในห้องแอร์ เป็นร้านที่ควรต้องจองก่อนนะครับ เพราะร้านนี้มีลูกค้าแน่นเต็มร้านทุกคืน พอมานั่งที่โต๊ะก็จะมีชื่อผู้จองตั้งไว้อยู่ที่โต๊ะ ถ้าจะมาคนเดียวทางร้านก็มี “ดินเนอร์ เซ็ต เมนู” ไว้บริการอีกด้วยนะครับ

เมนูจานแรก อาหารเรียกน้ำย่อย เสิร์ฟมาให้แค่เพียงคำเดียว เป็นแตงกวาห่อกับเนื้อปลาแซลมอนรมควัน โรยด้วยไข่ปลา เนื้อปลาแซลมอนมีความนุ่มมัน รสเค็มๆ พอไปเจอรสชาติของแตงกวาสดๆ กรอบๆ ที่สไลด์มาบางๆ มันตัดรสชาติของเนื้อปลาแซลมอนได้เป็นอย่างดี บวกกับความมันของไข่ปลาที่โรยมา เป็นการเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดีเยี่ยม

            เมนูจานต่อมา ขนมปังฝรั่งเศส เสิร์ฟมาเป็นตะกร้าขนาดใหญ่ ในตะกร้านั้นก็เต็มไปด้วยขนมปังฝรั่งเศสต่างๆ อย่างหลายชนิด มีทั้งแบบนิ่ม แบบแข็ง แบบกรอบข้างนุ่มใน มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบบ เสิร์ฟมาอุ่นๆ กินคู่กับ เนย เค็มๆ อร่อยดีเหมือนกัน แต่อย่ากินขนมปังเยอะล่ะ เดี๋ยวมันจะอิ่มสักก่อน แล้วจะกินอาหารเมนูอื่นๆ ได้น้อย

            เมนูจานต่อไป ตับห่านทอด เสิร์ฟกับมะม่วงซันนี่และซอสเชอร์รี่ การทอดตับห่านจะไม่ได้ใช้น้ำมันเลย แค่โรยเกลือกับพริกไทย ที่ตับห่านก่อนนำไปทอดเท่านั้น ตับห่านทางยุโรปถือว่าเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ถือว่าเป็นวัตถุดิบชั้นสูง มีรสชาติที่อร่อยอยู่ในตัวอยู่แล้ว เขาจะไม่ปรุงอะไรเยอะเลย และก็ไม่ให้ผ่านความร้อนนานนัก เพราะมันจะเสียรสชาติ

การทอดตับห่าน เขาแค่นำไปจี้ในกระทะให้ขึ้นสีสวยทั้งสองด้าน เสร็จแล้วนำไปอบต่อ ประมาณ 2 นาที ตับห่านที่อบแล้วจะต้องไม่มีความสุกมากจนเกินไป ถ้าเอานิ้วไปจิ้มตรงกลางๆ ยังสัมผัสได้ถึงความนุ่มอยู่ ตับห่านส่วนมากจะมีความมันและความเลี่ยนอยู่มาก เขาถึงนิยมกินคู่กับผลไม้ที่ออกรสเปรี้ยวๆ หวานๆ เมื่อลดความเลี่ยนของตับห่าน

แล้วเมนูจานต่อมา แซลมอนสดหมักเครื่องเทศ เมนูนี้เป็นการถนอมเนื้อปลาแซลมอนไว้กินดิบ ที่เรียกว่า กราฟลักซ์ (Gravlax) หรือที่บางคนเรียกกันว่า กราวัด ลักซ์ (Gravad Lax) เป็นอาหารพื้นเมืองของกลุ่มประเทศนอร์ดิก ซึ่งใช้เกลือและน้ำตาลเพื่อหมักเนื้อปลาแซลมอน ปลาแซลมอนจะได้รสชาติจากสมุนไพรหลากชนิด

แล้วเมนูจานต่อไป หอยนางรมฝรั่งเศส เสิร์ฟมาพร้อมกับ เครื่องเคียงชนิดต่างๆ จินตกวีชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง กล่าวไว้ว่า “การได้กินหอยนางรมสดๆ นั้นเหมือนการได้จูบปากกับทะเล” และใครที่ชื่นชอบในการกินหอยนางรม ผมว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ควรลองกินหอยนางรมฝรั่งเศสดูสักครั้ง แล้วจะคิดขึ้นมาในหัวว่า “ตลอดชีวิตที่ผ่านมา กินอะไร เข้าไป”

และเมนูจานต่อมา หอยทากฝรั่งเศส เสิร์ฟมาพร้อมกับ ขนมปัง เดิมทีเป็นอาหารพื้นเมืองของแคว้นบูร์กอญ และแคว้นฌ็องปาญ หอยทากที่นำมาปรุงอาหารคือพันธุ์ เอสคาโก้ เดอ บูร์กอญ เป็นหอยทากชนิดพิเศษ ตัวใหญ่ การนำมาปรุงอาหารก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะหอยทากมีเมือกค่อนข้างเยอะ ต้องทำให้มันคายเมือกออกมาให้หมดเสียก่อน

และเมนูจานต่อไป เชอร์เบทมะนาว ก่อนจะถึงอาหารจานหลัก เสิร์ฟมาหนึ่งลูกเพื่อล้างปาก มีความอร่อยมาก สดชื่นดี ถือว่าเป็นวัฒนธรรมการกินอาหารฝรั่งเศสก็ว่าได้ ที่ต้องมีการเสิร์ฟเชอร์เบทมะนาว เพื่อเป็นการล้างกลิ่นรสของอาหารเมนูเรียกน้ำย่อย ประโยชน์ของการล้างกลิ่นรสของอาหาร เพื่อให้รับรู้รสชาติอาหารจานหลักได้เป็นอย่างดีนั้นเอง

แล้วยังมี เนื้อสันใน แคนาเดียน แบล็ค แองกัส ย่าง เป็นเนื้อวัวที่ให้วัวกินหญ้าอย่างเดียวใน 180 วัน เป็นเนื้อนำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย เวลาที่เคี้ยวมันเหมือนจะละลายอยู่ในปาก นุ่มมากไม่มีความเหนียวเลยแม้แต่น้อย เสิร์ฟมาพร้อมกับ น้ำซอส ที่แยกมาต่างหาก แต่ความจริงแล้วไม่ต้องเทซอสเลยก็ได้ เพราะมันมีความเอร็ดอร่อยเหลือเกิน

และยังมี อกเป็ดย่าง เสิร์ฟกับมันฝรั่งบด และซอสส้ม เนื้อเป็ดแน่น และนุ่มมาก บริเวณหนังเป็ดถึงแม้มันจะไม่กรอบ แต่เชฟก็ทาเกลือมาเล็กน้อยเพื่อให้มีรสชาติเค็ม เมื่อเรากัดเนื้อเป็ดที่แน่น ก็จะได้รสชาติของความเค็มไปด้วย มันฝรั่งบดที่เสิร์ฟมาด้วยนั้น มีเนื้อที่เนียน และมีกลิ่นทรัฟเฟิลออย ละมุมลิ้นมากจริงๆ

ส่วนซอสส้ม ก็มีวิธีการทำที่พิถีพิถัน เพราะเชฟต้องใช้เวลาในการเคี่ยวจากน้ำส้มเป็นแกลอน ให้เหลือเพียงกระปุกเล็กๆ โดยใช้เวลาในการเคี่ยวหลายวัน หลายคืนเลยทีเดียว เลยทำให้เนื้อเป็ดและน้ำซอสเข้ากันได้อย่างลงตัว เป็นเมนูที่ใครไม่กินเนื้อวัว ผมก็ขอแนะนำให้ลองสั่งเมนูนี้มาลองชิมดู ผมรับรองว่าต้องชื่นชอบ

แล้วก็มี แก้มวัวตุ๋นไวน์ เสิร์ฟกับมันฝรั่งบด เป็นเมนูซิกเนเจอร์ เพราะเกือบทุกคนที่มาที่นี่ไม่พลาดที่จะสั่ง ชิ้นเนื้อเปื่อยนุ่ม แน่น และร่อนมาก ข้างในจะมีทั้งส่วนที่เป็นเนื้อและเป็นเอ็น เวลาเคี้ยวได้รสชาติดี อร่อย และมีความกลมกล่อม กินแล้วนึกถึงพวกเนื้อเปื่อยฮ่องกง แต่ตรงที่มันอร่อยกว่า เพราะมีกลิ่นของโรสแมรี่ ทำให้มีความหวานนิดๆ ในเมนูนี้

วัว 1 ตัว สามารถทำอาหารเมนูนี้ได้เพียง 4 จานเท่านั้น เพราะเป็นเนื้อส่วนแก้มของวัว เชฟจะเอาเนื้อส่วนนี้ไปแช่ในไวน์ให้พอท่วมก่อน แล้วค่อยเอามาตุ๋นอีก 3 ชั่วโมง (ตุ๋นโดยการใช้หม้ออบ ไม่ได้เอาไปหย่อนใส่น้ำแล้วตุ๋นตรงๆ นะครับ) ฟังดูแล้วแต่ละเมนู กว่าจะได้มาช่างยากเย็น ต้องใช้เวลาซะ บางเมนูต้องเป็นข้ามคืน แต่เวลากินไม่ถึง 5 นาที ก็หมดแล้ว

และก็มี หมูสันในอบ เสิร์ฟพร้อมกับแอปเปิ้ลชัทเน่ และซอสไวน์แดง เมนูนี้เป็นอาหารที่มีความสมบูรณ์เหลือเกิน เพราะทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบและอร่อยยิ่งขึ้น เนื้อหมูสันต้องผ่านกรรมวิธีการหมักและอบมาเป็นอย่างดี แล้วการอบในอุณหภูมิที่เหมาะสม เสิร์ฟพร้อมกับแอปเปิ้ลชัทเน่ และซอสไวน์แดง มีรสชาตินุ่มละมุ่นลิ้นเหลือเกิน

นอกจากนั้น เฟตตุชินี่ ไวน์ทรัฟเฟิลครีม และก้ามล็อบสเตอร์ กับเห็ดแบล็คทรัฟเฟิล เส้นเฟตตุชินี่ มีความเอร็ดอร่อยมาก เพราะเป็นเส้นสดที่ทางร้านทำขึ้นเอง ส่วนตัวซอสมีความเข้มข้น กลมกล่อม มีกลิ่นหอม ไม่มีความเลี่ยนเลย ก้ามล็อบสเตอร์ทำมาแบบยังไม่สุกจนเกินไป จึงยังมีความหวานอยู่ มันเป็นอะไรที่เอร็ดอร่อยจนอธิบายไม่ถูก

ความสำเร็จของร้านเดวิด คิทเช่น ก็คือรสชาติของอาหาร การบริการ และการเข้าใจใส่ของเจ้าของร้าน ทำให้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญจากคำแนะนำแบบปากต่อปาก หลายๆ คนอาจจะคิดว่า ราคาต้องแพง ซึ่งจริงๆ แล้วราคาเฉลี่ยต่อคนก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด สำหรับร้านอาหารระดับ 5 ดาว ควรหาโอกาสลองแวะไปเถอะครับ

ชื่อร้านอาหาร                           เดวิด คิทเช่น

ที่อยู่ :                                        113 ถนนบำรุงราษฎร์ ตำบลวัดเกต

                                                  อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50000

โทร.                                          091 068 1744

เวลาทำการ                              17:00-22:00 (หยุดทุกวันอาทิตย์)

Rating

ความอร่อย                                5

ความสะอาด                              5

คุณภาพของวัตถุดิบ                  5

การบริการ                                 5

ราคา                                          4

ความเผ็ด                                   N/A

  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black YouTube Icon
  • Black Twitter Icon
  • Black Pinterest Icon

#ChefMcdang

Tel: 02-927-8835  |  Email: info@mcdang.com

 

Copyright 1997 © Thanadsri and Son Consulting Co.,Ltd