ร้านมิสซิสวู ถนนหลังสวน

On 25 August 2018 / Mcdang Guide

01 น้ำซุปสามอย่าง
02 น้ำซุปไวน์นาเบ
03 น้ำซุปกระดูกหมูพริกไทยสไตล์กวางตุ้ง
04 น้ำซุปไก่ต้มขมิ้นปักษ์ใต้
05 ชุดน้ำจิ้ม
06 น้ำจิ้มค่างๆ
07 น้ำจิ้มซีอิ๊วผสมน้ำส้มสายชู
08 น้ำจิ้มกะปิ
09 เครื่องสำหรับน้ำจิ้ม
10 ไข่ดอง
11 เนื้อวากิว
12 เนื้อริบอาย
13 หมูหลุมอินทรีย์
14 ปลาหมึก
15 หอยแครง
16 ไส้หมู
17 ไส้ตัน
18 ลูกชิ้นเนื้อ
19 ลูกชิ้นลาวา
20 เต้าหู้
21 เส้นมันสำปะหลัง
22 ของสดเต็มโต๊ะ
23 ซูซิหอยเม่น
24 ไอศกรีม
25 ชีสเค้ก
26 ทางเข้า
27 บรรยากาศภายในร้าน

ร้านมิสซิสวู ถนนหลังสวน

            ทุกๆ เดือน หรือ ทุกๆ สามเดือน ผมกับเชฟต้น (ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร) และแฟนของเชฟต้น (น้องอาย) จะนัดไปนั่งกินข้าวอยู่เสมอ และครั้งนี้เชฟต้นก็ได้ชวนผมมานั่งกินมาที่ ร้านมิสซิสวู แถวๆ ถนนหลังสวน เป็นร้านชาบูเพิ่งจะเปิดมาได้ไม่นาน เมื่อผมมาถึงร้านนี้ ผมก็ตกใจ เพราะเจ้าของร้านเป็นน้องที่ผมรู้จักมาตั้งแต่สมัยผมอยู่ที่เมืองนอก

การเดินทาง ร้านตั้งอยู่ที่ถนนหลังสวน ในโครงการเดอะปอร์ติโก ถ้าขับรถเริ่มต้นจากถนนสุขุมวิท วิ่งฝั่งที่จะขึ้นไปทางสี่แยกราชประสงค์ พอถึงย่านชิดลม ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหลังสวน หรือใครสะดวกที่จะนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็ให้มาลงที่สถานีชิดลม แล้วเดินเข้าถนนหลังสวน จอดรถในโครงการก็ยังได้ ร้านจะอยู่บนชั้น 3 ถ้าขึ้นลิฟท์มา ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือ

            บรรยากาศภายในร้าน ตกแต่งสไตล์จีนประยุกต์ ด้วยการนำประตูเหล็กแบบจีนๆ และภาพวาดที่ฝาผนังแบบจีน ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในหนังจีนสมัยก่อน แต่บาร์เครื่องดื่มตรงกลางร้านและโคมไฟแบบตะวันตก ทำให้มีกลิ่นอายความทันสมัยปนอยู่ เตาของชาบูจะอยู่บนโต๊ะ แนบสนิทไปกับโต๊ะ มีทั้งโต๊ะแบบยาว และแบบสูง ให้เลือกนั่งตามอัธยาศัย

เริ่มจากตัวเลือกของ น้ำซุป เราสามารถเลือกน้ำซุปได้หลากหลายถึง 5 ชนิด แต่น้ำซุปที่ทางร้านแนะนำก็คือ น้ำซุปสามอย่าง ในหนึ่งหม้อ ที่ประกอบไปด้วย น้ำซุปแรกคือ น้ำซุปไวน์นาเบ น้ำซุปที่สองคือ น้ำซุปกระดูกหมูพริกไทยสไตล์กวางตุ้ง และน้ำซุปสุดท้าย น้ำซุปไก่ต้มขมิ้นปักษ์ใต้ ซึ่งทั้ง 3 อย่างนั้นล้วนมีสไตล์ความอร่อยกลมกล่อมเป็นของตัวเอง

น้ำซุปไวน์นาเบ เป็นน้ำซุปที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อวัว ซึ่งน้ำซุปนี้ทำมาจากปลาโอต้มผสมกับไวน์ญี่ปุ่น จะเสิร์ฟมาพร้อมกับเหยือกไวน์จิ๋วๆ ที่ใส่ไวน์แดงมาด้วย เพื่อเติมลงในน้ำซุป ขอแนะนำว่า ให้เติมแต่แบบพอดี จะทำให้ได้น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม อย่าใส่ไวน์เยอะ เดี๋ยวน้ำซุปจะมีรสชาติเปรี้ยวไป น้ำซุปมีกลิ่นหอมมาก ผมชื่นชอบน้ำซุปแบบนี้ที่สุดเลย

น้ำซุปกระดูกหมูพริกไทยสไตล์กวางตุ้ง เหมาะกับการลวกจิ้มเนื้อหมูและเมนูซีฟู้ด เป็นน้ำซุปที่ทำให้ผมร้องว้าว เพราะว่าในน้ำซุปประกอบด้วยกระดูกหมูชิ้นโตๆ โผล่ล้นหม้อมาให้อีก น้ำซุปมีลักษณะเป็นสีขาวขุ่น รสชาติหอมหวานละมุนเอามากๆ เพราะได้ใส่เครื่องยาจีนลงมาด้วย ทำให้รสชาตินัวมากยิ่งขึ้น เป็นน้ำซุปที่ผมซดได้ไม่มีเบื่อ

น้ำซุปไก่ต้มขมิ้นปักษ์ใต้ เป็นน้ำซุปแรกที่ผมอยากลองชิมสุดๆ เพราะว่าไม่เคยมีที่ไหนเอาไก่ต้มขมิ้นมาทำน้ำซุปมาก่อน เซอร์ไพรส์มาก เมื่อลองชิมเข้าไปรสชาติมันกลมกล่อม ไม่จัดจ้านเกินไปจนกินไม่ได้ แต่มันยังคงความเป็นไทย มีเอกลักษณ์ของพื้นบ้านทางภาคใต้ ได้กลิ่นและรสชาติขมิ้นหอมๆ แถมในน้ำซุปก็ยังจะมีสะโพกไก่ชิ้นโตใส่มาด้วยอีก

นอกจากน้ำซุปที่โดดเด่นแล้ว ก็ยังมี น้ำจิ้ม อีก 7 ชนิด ให้เลือกจิ้มตามใจชอบเลย น้ำจิ้มอย่างแรก น้ำจิ้มชาช่าสไตล์ไต้หวัน น้ำจิ้มอย่างที่สอง น้ำจิ้มซีอิ๊วผสมน้ำส้มสายชู น้ำจิ้มอย่างที่สาม น้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มอย่างที่สี่ น้ำจิ้มกะปิ น้ำจิ้มอย่างที่ห้า น้ำจิ้มสุกี้โบราณ น้ำจิ้มอย่างที่หก น้ำจิ้มงาขาวกับเนยถั่ว น้ำจิ้มอย่างที่เจ็ด น้ำจิ้มซีฟู้ด

น้ำจิ้มที่ผมชื่นชอบจะมีอยู่แค่ 4-5 อย่าง ก็คือ น้ำจิ้มชาช่าสไตล์ไต้หวัน รสชาติออกเผ็ดหน่อยๆ เค็มๆ เปรี้ยวๆ จิ้มคู่กับเนื้อหมู น้ำจิ้มซีอิ๊วผสมน้ำส้มสายชู รสชาติเปรี้ยวนำ จิ้มคู่กับเนื้อวัว น้ำจิ้มแจ่ว รสชาติแจ่วเป็นแจ่ว คือไม่ได้หวาน กลมกล่อม เผ็ดนิดๆ จิ้มคู่กับเครื่องในต่างๆ น้ำจิ้มกะปิ รสชาติออกกะปินัวๆ กลิ่นไม่แรง จิ้มได้ทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัว

และน้ำจิ้มที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับคนที่ชอบกินเนื้อวัว ควรจะต้องสั่งมาด้วย ไม่งั้นถือว่าพลาดมาก ก็คือ ไข่ดอง เป็นไข่แดงของไข่เป็ด ไปดองในซีอิ๊วและน้ำส้มสายชู มีสีสันสวยกำลังดี รสชาติไม่เค็มมาก แกว่งเนื้อวัวให้แค่พอสุก (อย่าแกว่งให้เนื้อวัวสุกจนเกินไป) แล้วเอามาจุ่มจิ้มกับไข่ดองและกินเลย โอ้โห! สุดยอดความเข้ากัน เอร็ดอร่อยสุดๆ

ของสดก็มีดีไม่แพ้กัน เนื้อวัวก็จะเป็นเนื้อวัวพรีเมียม เนื้อวากิว เนื้อริบอาย เนื้อหมูก็คัดสรรมาเป็นอย่างดี หมูหลุมอินทรีย์ ซีฟู้ดก็ไม่น้อยหน้า ปลาหมึก หอยแครง เครื่องในสัตว์ต่างๆ ก็ทำออกมาได้เป็นอย่างดี ไส้หมู ไส้ตัน ลูกชิ้นก็มีอย่างหลากหลาย ลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นลาวา ผักก็มีให้เลือกอยู่มากพอสมควร เต้าหู้ และ เส้นมันสำปะหลัง

เจ้าของร้าน (เชฟแรนดี้ ชัยชัช นพประภา) ยังใจดี นำ ซูซิหอยเม่น มาให้พวกผมได้ชิมอีก ข้าวปั้นด้านล่างน้อยมาก ข้างบนเต็มไปด้วยหอยเม่น ที่ปิดตัวข้าวปั้นแทบจะมองไม่เห็น หอยเม่น รสชาติจะออกฉุนๆ นวลๆ เป็นรสชาติที่อธิบายค่อยข้างยาก เอาว่า เหมือนราวกับยกทะเลมาทั้งหมดก็แล้วกัน เพราะเวลากินมันจะมีกลิ่นหอมของน้ำทะเลนิดๆ

ส่วนของหวานของทางร้านจะมีเป็น ไอศกรีม และ ชีสเค้ก ไอศกรีมมีความเป็นอเมริกันมาก คือความครีม มัน ผสานกับจุดเด่นของเจลาโต้แบบอิตาเลียนที่ออกนุ่มหวาน เนื้อสัมผัสมีความเนียน นุ่ม เหนียว แต่ไม่หนักเกินไป ทั้งความหวานและความมัน กำลังพอดี ส่วนชีสเค้ก ตัวเนื้อเค้กมีความเด้งดึ๋ง และมีความนุ่มเนียน ละมุนลิ้น แทบจะละลายในปาก

            ร้านมิสซิสวู สมกับเป็นร้านชาบูยุคใหม่จริงๆ ซึ่งเป็นร้านที่มีข้อดีอยู่หลายอย่าง อย่างแรกเรื่องน้ำซุป เพราะปกติร้านทั่วๆ จะเลือกน้ำซุปได้อย่างมากก็แค่ 2 แบบ แต่ที่นี่จะมีหม้อแบ่งเป็น 3 แบบ อย่างที่สองเรื่องน้ำจิ้ม มีน้ำจิ้มให้เลือกจิ้มอย่างมากมาย และอย่างที่สามเรื่องของสด ก็มีแต่สินค้าพรีเมียมที่หาชิมไม่ได้ในร้านชาบูทั่วไป ลองแวะไปเถอะครับ

ชื่อร้านอาหาร                           มิสซิสวู

ที่อยู่ :                                       โครงการเดอะปอร์ติโก 31 ชั้น 3

      ซอยหลังสวน ถนนหลังสวน

                                                 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน

     จังหวัดกรุงเทพฯ 10330

โทร.                                         02 052 2214

เวลาทำการ                              11:00-23:00 น.

Rating

ความอร่อย                                5

ความสะอาด                              5

คุณภาพของวัตถุดิบ                  5

การบริการ                                 5

ราคา                                          4

ความเผ็ด                                   1

  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black YouTube Icon
  • Black Twitter Icon
  • Black Pinterest Icon

#ChefMcdang

Tel: 02-927-8835  |  Email: info@mcdang.com

 

Copyright 1997 © Thanadsri and Son Consulting Co.,Ltd